
โดย เบญจา ศิลารักษ์
สำนักข่าวประชาธรรม
5 กรกฎาคม 2553
ขณะ ที่ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่การปฏิรูปประเทศไทย การปรองดองแห่งชาติ และการแก้รัฐธรรมนูญ ภายใต้การ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งนานาประเทศเริ่มจับจ้องมองไทย พร้อมกับการเรียกร้องให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงฉบับนี้ เพราะ มีมุมมองว่าเป็นการกระชับวงล้อมการปฏิรูปประเทศไทย และการปรองดองแห่งชาติเหลือเพียงแค่คนบางกลุ่ม ขณะที่เสียงของคนเสื้อแดงที่มีจำนวนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หรืออาจมากกว่านั้นกลับถูกกลบเกลื่อน ลบเลือน และคนเสื้อแดงต้องอยู่หลบซ่อน โดนคดี และไม่มีใครพูดถึงคนตาย คนบาดเจ็บ สูญหายอีกต่อไป มหกรรมการซุกความเลวร้ายไว้ใต้พรมกำลังเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลองมาฟังเสียงคนที่ไม่มีพื้นที่ ไม่ปรากฏอยู่ในวงสัมมนาที่ไหน หรือสื่อใดๆ ต่อความเห็นที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าการปฏิรูป สร้างภาพ หาเสียง ตลอดไปจนถึงกลุ่มองค์กร เครือข่ายประชาสังคมที่เข้าร่วมกับกระแสปฏิรูป และทิ้งคนเสื้อแดงไว้อย่างโดดเดี่ยวนั้น พวกเขาคิดอย่างไรในกระแสปรองดอง การปฏิรูป และการแก้รัฐธรรมนูญนั้น
เราพบกับกลุ่มคนเสื้อแดงอำเภอ ฝางกลุ่มเล็กๆ ที่บ้านสันทรายคลองน้อย ต.คลองศิลา อ.ฝาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยทำงาน และคนแก่ ที่อายุสูงสุดเกือบ 80 ปี แต่ยังแข็งแรง และในดวงตามีความมุ่งมั่น และไม่มีแววย่อท้อ ทั้งหมดนี้เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ นานเป็นปี นับตั้งแต่ปี 2552 แล้ว และในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ก็มีบางส่วนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย จนถึงการสลายชุมนุมในเขตอภัยทาน ที่วัดปทุมวนาราม ที่เธอคนนั้นบอกกับเราว่า “เป็นประสบการณ์ที่เธอจะจำไปวันตาย” และเธอคนนี้อีกที่ประกาศสู้ตายก่อนที่จะไปเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช.ในช่วง 19-20 พ.ค. โดยได้ฝากฝังญาติพี่น้อง เรื่องทรัพย์สมบัติที่จะให้หลานๆ ไว้แล้ว รวมไปถึงการดูแลหมู ไก่ที่เธอเลี้ยงไว้ที่บ้าน
และเสียงที่ จะถ่ายทอดนี้ เป็นเสียงของผู้หญิงหลายคนที่ช่วยกันเล่า ช่วยกันถ่ายทอดออกมา ด้วยความอัดอั้นอย่างที่สุด เธอบอกกับเราว่าดีใจที่สุดที่มีคนมาฟังพวกเธอบ้าง ทุกวันนี้รู้สึกอัดอั้น และคับแค้น ไม่มีสื่อไหนที่เปิดพื้นที่ให้คนเสื้อแดง ไม่เคยมีวันไหนที่จะนอนหลับเป็นอย่างสุข เพราะยังคงอยู่กับทหาร มีทหารมาป้วนเปี้ยนที่บ้านอยู่ตลอดเวลา
ทำไมถึงไปร่วมชุมนุมกับคน เสื้อแดง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น