แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Signature Confirmation - STOP THE BLOODSHED IN THAILAND - 8801 - 10310

To the United Nations and Heads of State.


To: United Nation

URGENT CALL
to Ban Ki-Moon, General Secretary of the United Nations
and all Governments and leaders around the world to . .
STOP THE BLOODSHED IN THAILAND

Progress towards democracy in Thailand was devastated by the military coup that ousted an elected Government in 2006. This was Thailands 26th military coup / crackdown since the country attempted to abolish Absolute Monarchy in 1932.

The country was further reduced to a complete, political shambles in 2008 by the Yellow Shirt demonstrations that were allowed, without repercussion, to close-down Thailands international airports, creating a situation that allowed Abhisit Vejjajiva to become Prime Minister in December 2008.

Thailands tens of millions of rural and urban poor can tolerate no longer the double standards that dominate their struggle for representational parliamentary democracy. On 14 March 2010 they converged on the streets of Bangkok demanding primarily the dissolution of parliament and a proper General Election.

Since the current military crackdown was launched on 10 April 2010 about 60 men, women and children have died, many by military sniper-fire with a single bullet to the head. About 1500 have been wounded - many by gunshot, including medics, journalists and bystanders. The death toll is rising daily. Some 50 000 soldiers, with permission to shoot to kill in self-defence, have been mobilised to crush the peoples protest against clear injustice and corrupt governance.

The Thai Governments sanctioning of the use of live ammunition against the people of Thailand, against men, women, children, against grandfathers and grandmothers that have gathered in Bangkok to express their legitimate frustration and grievances, is an outrage that must be condemned as the crime that it is. No matter the complexity of the political situation, the use of live ammunition against ordinary civilians cannot and must not be permitted on the streets of Bangkok, or anywhere. The International Community cannot stand-by and watch the Thai Government murder Thai citizens in the name of democracy, not to mention monarchy.

The state violence on the streets of Bangkok today has a long history. In the centre of Bangkok, a few thousand brave civilians - ordinary men, women and children are cut off from food and water, surrounded and targeted by about 30,000 soldiers. They are preparing to sacrifice their lives.
The International Community must condemn the Abhisit Government for using live ammunition against those who oppose it, against those who, in a General Election, would defeat it.

In the Land of Smiles corruption and injustice is ringing load and clear. Allowing military violence to crush the rural and urban poor in Thailand will not enhance regional stability, it will not enhance the future of the ASEAN or sustainable development. It will drag down the development of democracy throughout South-East Asia.

We call for all Governments around the world to condemn the use of military force and live ammunition as a means to oppose and suppress the right of the poor to express their grievances.

WE CALL FOR UNITED NATIONS INTERVENTION
to end the violence and bring all parties to the negotiating table and
to oversee proceedings for a General Election in Thailand.
WE CALL FOR THE UNITED NATIONS
to appoint an independent commission to investigate
the murder of innocent civilians by Thai military forces.


----------

โปรดช่วยประเทศไทยด่วน
เรียน ฯพณฯ บันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ
และผู้นำรัฐบาลทุกประเทศ
โปรดดำเนินมาตรการให้มีการหยุดสังหารประชาชนในประเทศไทย


พัฒนาการประชาธิปไตยของประเทศไทยถูกเหยียบย่ำอีกครั้งด้วยรัฐประหาร เมื่อปี 2549 เพื่อกำจัดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นการทำรัฐประหาร/ปราบปรามประชาชนครั้งที่ 26 ในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2475

ภาพลักษณ์ทางการเมืองของประเทศไทยตกต่ำถึงขีดสุดในปี 2551 เมื่อการประท้วงของคนเสื้อเหลืองที่ไม่ได้ถูก ขัดขวางแต่ ประการใด สามารถเคลื่อนเข้าไปปิดสนามบินนานาชาติของประเทศไทย ซึ่งเป็นการประท้วง ที่เปิดทางให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2551

ประชาชนคนยากคนจนในประเทศไทยทั้งคนจนเมืองและคนจนชนบทหลายสิบล้านคนต่างก็ ไม่สามารถทนนิ่งเฉยต่อ ระบบสองมาตรฐานในสังคมไทยได้อีกต่อไป จึงได้ลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อให้เกิดรัฐสภาเป็นตัวแทนของพวกเขา ตามครรลองประชาธิปไตยที่แท้จริง

วันที่ 14 มีนาคม 2553 คนเสื้อแดงปกคลุมท้องถนนหลายแห่งในกรุงเทพ พวกเขาลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐสภายุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิยุติธรรม

การปราบปรามประชาชนของกองกำลังทหารได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ที่มีทั้งเด็กผู้หญิง และผู้ชาย จำนวนประมาณ 60 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการถูกยิงที่ศีรษะ และอีกกว่า 1,500 คน ที่มีทั้งทีม พยาบาล นักข่าว และประชาชนทั่วไป ได้รับบาดเจ็บ(ส่วนใหญ่จากอาวุธ) ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เป็นผลจากการที่รัฐบาลระดมกองกำลังทหาร 50,000 นาย และอนุญาตให้ทหาร ป้องกันตัว ด้วยการยิงและสังหารประชาชนที่ลุกขึ้นมาประท้วงรัฐบาลที่ไร้ความยุติธรรมและ ไม่มีธรรมาภิบาล

การกระทำของรัฐบาลไทยที่ประกาศอย่างเปิดเผยว่าอนุญาตให้ใช้กระสุนจริงกับ ประชาชน ยิงทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ปู่ย่า ตายาย ยิงประชาชนทั้งครอบครัว ประชาชนที่มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อแสดงความคับค้องใจและความไม่พอใจต่อรัฐบาล เป็นความป่าเถื่อนที่จะต้องถูกประนาณ และเป็นอาชญากรรม ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม การใช้กระสุนจริงไม่มีทางและจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนท้องถนนกรุงเทพ หรือที่ไหนก็ตาม

ชุมชนนานาชาติ ไม่ควรร่วมยืนเคียงข้างและเฝ้ามองรัฐบาลไทยทำการสังหารประชาชนของตัว เองอย่างเหี้ยมโหด ทำการเข่นฆ่าประชาชนในนามของคำว่า เพื่อประชาธิปไตย และยิ่งไม่สามารถอ้างได้เลยว่า เพื่อปกป้องสถาบัน

ความรุนแรงบทท้องถนนกรุงเทพในวันนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ณ ขณะนี้ประชาชนผู้กล้าหาญหลายพันคนติดอยู่ในวงล้อมของทหารร่วม 30,000 คน พวกเขาพร้อมจะสละชีวิต

ประชาสังคมโลกจะต้องประนาณรัฐบาลอภิสิทธิที่อนุญาตให้ใช้กระสุนจริงต่อผู้ ประท้วงฝ่ายตรงข้าม ผู้ประท้วงที่รัฐบาลจะไม่สามารถเอาชนะได้เลยในสนามการเลือกตั้ง

ในแผ่นดินแห่งรอยยิ้ม การคอรัปชั่นและภาวะการไร้ซึ่งความยุติธรรมได้ปรากฎเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ และส่งเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน การอนุญาตให้ทหารปราบปรามประชาชน คนยากจนจากชนบทและในเมือง ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ไม่สามารถนำมาซึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงในอาเซียน แต่กลับจะบันทอนพัฒนาการด้านประชาธิปไตยในอาเซียน

พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกประนาณการใช้กำลังทหารและกระสุนจริงเป็น เครื่องมือในการปราบปรามการประท้วงของคนยากคนจนที่ถูกกดขี่ ที่ต้องการนำเสนอปัญหาของพวกเขา

พวกเราเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติยุติความรุนแรงในประเทศไทย
และเป็นองค์กรกลางในการนำทุกฝ่ายมาสู่โต๊ะเจรจา
ดำเนินจัดการเลือกตั้งในประเทศไทยที่โปร่งใสและยุติธรรม
รวมทั้งขอให้มีการตั้งทีมสอบสวนจากนานาชาติ เพื่อสอบสวนกรณีการสังหารพลเรือนที่บริสุทธิ์โดยกองกำลังของทหารไทย

Sincerely,

The Undersigned

http://www.petitiononline.com/10310/

http://www.petitiononline.com/10310/petition-sign.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน