แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ปิยบุตร แสงกนกกุล : เกี่ยวกับรายงานของอัมสเตอร์ดัม


Mon, 2011-01-31 18:55


ปิยบุตร แสงกนกกุล


"This case represents a historic opportunity for international justice to confront governments who deploy their militaries to use violence against their own citizens."

Robert Amsterdam


จากการอ่านรายงานของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ใช้ประกอบการเสนอคำร้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศในวันนี้


ผมขอสรุปประเด็นสำคัญและความเห็นของผมในเบื้องต้น ดังนี้


ในความเห็นของผม รายงานของอัมสเตอร์ดัมทั้งหมด อาจแบ่งได้ ๓ ส่วนใหญ่ๆ คือ


ส่วนแรก ความเป็นมาของการเกิดขึ้นของเสื้อแดง

ตั้งแต่รัฐประหาร ๑๙ กันยา "ตลก"ภิวัตน์ รัฐธรรมนูญ ๕๐ เป็นคุณต่อพวกเอสตาบลิชเมนท์ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การคุกคามเสรีภาพ และการสลายชุมนุม


ส่วนที่สอง การสังหารหมู่เมษายน พฤษภาคม ๕๓ เข้าองค์ประกอบความผิดอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ส่วนนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรับให้เข้ากับฐานความผิดอาชญากรรมต่อ มนุษยชาติ ส่วนนี้ เขารวบรวมพยานหลักฐานไว้ได้ดีมาก มีพยานผู้เชี่ยวชาญชื่อ Joe Ray Witty เป็นอดีตทหารอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาวุธ และสไนเปอร์ มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกหลายคน (ดูพยานทั้งหมดที่ภาคผนวก)


ส่วนที่สาม เรื่องนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศได้อย่างไร

ส่วนนี้เป็นเรื่องเขตอำนาจศาล อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยได้ลงนามใน Rome Statute แต่ไทยไม่ได้ให้สัตยาบัน (ราทิฟาย) Rome Statute นี้

ดังนั้น โดยปกติแล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศย่อมไม่สามารถรับคำร้องกรณีประเทศไทยได้

อย่างไรก็ตาม อัมสเตอร์ดัมเสนอว่ามี ๒ ช่องทาง ได้แก่

ช่องทางแรก


ไอซีซีต้องเปิดกระบวนการสืบสวนสอบสวนไต่สวนในกรณีนี้ในเบื้องต้น เพื่อรอให้วันหนึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติให้ไอซีซีมีเขต อำนาจในกรณีนี้ตามมาตรา ๑๓ (บี) (เหมือนซูดาน)


ช่องทางที่สอง


ในกรณีที่ไอซีซีไม่มีเขตอำนาจอันเนื่องมาจากรัฐไม่ให้สัตยาบัน ไอซีซีอาจมีเขตอำนาจได้ใน ๒ กรณี

กรณีแรก มาตรา ๑๒ (๒) (เอ) ความผิดนั้นเกิดในดินแดนของรัฐภาคี ภาษากฎหมายเราเรียกว่า เขตอำนาจทางพื้นที่ (ratione loci)


กรณีที่สอง มาตรา ๑๒ (๒) (บี) ถ้าบุคคลผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นพลเมืองของรัฐภาคี ภาษากฎหมายเราเรียกว่า เขตอำนาจทางบุคคล (ratione personae)

ไอซีซีในคดีเคนยาเคยวางหลักเรื่องนี้ไว้แล้ว


กรณีไทย สามารถฟ้องอภิสิทธิ์ได้ เพราะอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองสหราชอาณาจักรโดยการเกิด ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นภาคีและราทิฟายอนุสัญญากรุงโรมแล้ว

(ดูรายงานหน้า ๑๑๓)


นอกจากนี้ในรายงานยังเน้นย้ำให้ไอซีซีได้ตระหนักถึงสถานการณ์เฉพาะของไทย ได้แก่ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามักมีการนิรโทษกรรมให้คนสังหารหมู่ประชาชนเสมอ ดังเห็นได้จาก ๖ ต.ค. ๑๙ และ พ.ค. ๓๕, ความไม่เป็นกลางและอิสระของศาลไทย, กระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ (รายงานหน้า ๑๑๙ เป็นต้นไป)

ในส่วนนี้อาจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิชเคยเขียนในประกาศนิติราษฎร์ ฉบับที่ ๗ ไว้ ดังนี้


"... อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศอาจมีเขตอำนาจเหนือคดีที่รัฐนั้นมิได้เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศก็ได้ หาก ผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงแม้จะมิได้เป็นคนที่มีสัญชาติ ของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศก็ตาม แต่อาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นบนดินแดนของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญา ระหว่างประเทศ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจได้ หรือในกรณีกลับกัน อาชญากรรมได้กระทำโดยคนที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีของศาล แม้ว่าอาชญากรรมนั้นจะกระทำขึ้นบนดินแดนหรือในประเทศที่มิได้เป็นภาคีของศาล ก็ตาม ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจ หรือกรณีสุดท้าย ทั้ง ผู้กระทำความผิดก็มิได้มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาหรืออาชญากรรมร้าย แรงได้กระทำขึ้นในดินแดนที่มิได้เป็นรัฐภาคีศาลอาญา ศาลอาญาก็สามารถมีเขตอำนาจได้หากคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติเสนอ เรื่องให้อัยการสอบสวน"

(เน้นข้อความโดยผมเอง)
...

ข้อสังเกตของผม


การที่ไอซีซีจะรับฟ้องหรือไม่นั้น ก็อาจสำคัญเหมือนกัน และแม้นว่าหากไอซีซีไม่เอาด้วย แต่ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญกว่า มี ๓ ข้อ


ข้อแรก การกดดันไปที่ไอซีซีว่าจะตัดสินใจทำอย่างไร อย่างน้อยจะเข้ามาไต่สวนเบื้องต้นรอไว้ก่อนมั้ย เพื่อว่าวันนึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะอนุญาตให้ไอซีซีมีเขต อำนาจ (เหมือนซูดาน) แน่นอนไทยเส้นใหญ่มาก คณะมนตรีฯคงไม่ยอม แต่อย่างน้อย การกดดันขอให้ไอซีซีเข้ามาตรวจสอบก่อนก็น่าจะเป็นการดีมาก


ข้อสอง รายงานชิ้นนี้ เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไว้เสร็จหมดแล้ว หากไอซีซีน็อคด้วยการไม่รับเพราะอ้างว่าไม่มีเขตอำนาจเพราะไทยไม่ราทิฟาย ก็เป็นการผลักลูกบอลกลับไปที่รัฐบาลไทยให้ราทิฟายโดยเร็ว


ข้อสาม ประเด็นสังหารหมู่ถูกโหมกระพือไปทั่วโลก นับเป็นความชาญฉลาดของบ๊อบแท้ๆที่เลือกญี่ปุ่นเป็นที่แถลงข่าว ช่วยไม่ได้ไทยดันไม่ฉลาดไปห้ามเขาเข้าเมืองไทยเอง

...

สิ่งที่น่าจับตาต่อไป


๑. รัฐบาลไทยและอภิสิทธิ์จะว่าอย่างไร กรณีเขตอำนาจศาลไอซีซีแบบ ratione personae อภิสิทธิ์อาจปฏิเสธว่าตนไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษแล้ว? เพราะผมค่อนข้างมั่นใจว่า กรณีนี้อัมเสตอร์ดัมเขาเก็บความลับได้ดีมาก เพิ่งมาเปิดเอาวันนี้ รัฐบาลไทยคงมึนไปหลายวัน


๒. เอสตาบลิชเม้นท์ไทย จะทำอย่างไร? เงียบ? ล็อบบี้สหรัฐอเมริกา? ล็อบบี้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ? หรือรัฐประหาร?

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่


http://www.scribd.com/doc/47833346/Red-Shirts-Application-to-the-International-Criminal-Court-to-Investigate-Crimes-against-Humanity-in-Thailand


ดาวน์โหลดเอ็กเซคิวทีฟ ซัมมารี ได้ที่นี่


http://www.thaiaccountability.org/wp-content/uploads/2010/12/Executive-Summary-Final.pdf


เว็บไซต์ที่ทีมงานของอัมสเตอร์ดัมจัดทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ


http://www.thaiaccountability.org/


ดาวน์โหลดคำร้องฉบับภาษาไทย ได้ที่นี่


http://www.scribd.com /doc/47847337/คำร้องเพื่อขอให้มีการสอบสวน-สถานการณ์เกี่ยวกับการกระทำอัน เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ-ในราชอาณาจักรไทย

หรืออ่านได้ที่

http://robertamsterdam.com/thai/

หมายเหตุ: ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบันทึกนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ประชาไทเห็นว่าน่าสนใจจึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ซ้ำ

http://prachatai.com/journal/2011/01/32880

คลิป .งานแถลงข่าวอัมเตอร์ดัม.31.01.2011


thaitiger


http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=15420.0


http://www.internetfreedom.us/thread-11287.html


fujiko2

VDO Link โรเบริด อัมสเตอร์ดัม 31/01/11

http://www.youtube.com/watch?v=dCQStp5suyc&feature=player_embedded

http://www.internetfreedom.us/thread-11297.html



seiko


เทป นปช. ฟ้องศาลโลก โดย Robert Amsterdam 31-01-54

ไฟล์ wmv


http://www.mediafire.com/?80innc5ksmkgqcm


http://www.internetfreedom.us/thread-11299.html

กระชากหน้ากากฆาตกร: เปิดคำฟ้อง 294 หน้าของสำนักกฎหมายโรเบิรต์ อัมเตอร์ดัม

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554

ที่มา Nipaporn Freedom

http://www.facebook.com/nipapornfreedom

31 ม.ค.54 โรเบิร์ต อัมสเตอร์อัม แถลงข่าวสดจากญี่ปุ่น โดยมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นเข้าฟังอย่างคึกคัก ถ่ายทอดทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและไทยซึ่งคาดว่าจะมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกนำไปแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลี และอื่นๆ ต่อจากนี้ เนื้อหาในการแถลงข่าว สรุป


@ เมื่อคืนนี้ 31 ม.ค.54 สนง.ทนายความอัมสเตอร์ดัมได้ส่งคำฟ้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว โดยมีรายละเอียดชัดเจนว่า ระหว่างการประท้วงของคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย.และ พ.ค.ปีที่แล้ว ได้มีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจนและมีการยิงฆ่าอย่างมีหลักฐานชัด โดยได้แบ่งความผิดเป็นข้อๆ ดังนี้

1.กองทัพจงใจสลายการชุมนุมเข่นฆ่าประชาชน โดยเฉพาะแกนนำ เมื่อ 10 เมษายน

2.กองทัพจงใจสลายโดยเข้าสลายจากทุกจุดพร้อมกัน จงใจปิดล้อมจงใจฆ่าหมู่ไม่มีช่องทางให้หนีออกไปได้
3.เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้สไนเปอร์ิยิงจากระยะไกล มีการใช้สไนเปอร์อย่างเป็นทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคำสั่งให้ใช้สไนเปอร์เป็นทีมตั้งแต่ 10-19 พ.ค.

4.การใช้อาวุธต่างๆ ได้มีหลักฐานวิดิโอทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดิโอจากกองทัพ

5.กรณีชายชุดดำ รัฐบาลพยายามบอกว่าชายชุดดำคือคนเสื้อแดง แต่ไม่เคยจับชายชุดดำได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีภาพข่าวและหลักฐานทางโทรทัศน์มากมาย

6.มีหลักฐานและพยานมากมายว่าผุ้ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ

7.การทำลายล้างโดยทหารและ ศอฉ. เกิดขึ้นจริง และมีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยรัฐฯ (เช่นที่วัดปทุมฯ ทีทุบพื้น เทปูรอบโบสถ์ลบรอยกระสุนทิ้งทั้งหมด)

8.มีหลักฐานในมือแล้วว่าคนเผาตึกเซ็นทรัลเวิร์ล ไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นชายชุดดำที่เตรียมการ ทั้งชุดและอุปกรณ์อย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือ

9.การพิจารณาคดีในประเทศไทยนั้น ยาวนานเกินไป และหยุดนิ่งมานานเกินควรแล้ว
http://www.go6tv.com/


@ ดูการถ่ายทอดสด ได้ที่ช่อง Asia Update
http://www.asiaupdate.tv/live

@ อ่านรายละเอียดการคำบรรยายฟ้องได้ที่นี่ค่ะ
http://www.scribd.com/doc/47833346/Red-Shirts-Application-to-the-International-Criminal-Court-to-Investigate-Crimes-against-Humanity-in-Thailand

Posted by TTT at 1/31/2011 02:09:00 หลังเที่ยง Share on Facebook

http://thaienews.blogspot.com/2011/01/294.html

มีมุขขำๆที่เป็นประเด็นน่ารักมากๆมาเสริมจากการฟังสดๆว่่า
มีคนถามว่า คุณบ๊อบรู้มั้ยว่า การทำคดีนี้ มันจะต้องโยงใยไปถึงอำนาจโบราณด้วยนะ
คุณบ๊อบก็ตอบว่า ถ้าตอบคำถามนี้ คนที่นั่งแปลอยู่ 3 คน(อ.สามสาว) ที่เมืองไทยตอนนี้
คงต้องโดนคดีขึ้นศาลไทยแน่ๆเลย 55555555



อัมสเตอร์อัมแถลงข่าวส่งฟ้องคดีเสื้อแดงต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ

โรเบิร์ตอัมสเตอร์อัม ได้แถลงข่าวสด จากประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วง 11.30 น.ที่ผ่านมา โดยมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นเข้าฟังอย่างคึกคัก โดยแถลงข่าวใจความสรุปว่า

" เมื่อคืนสำนักงานทนายความอัมสเตอร์ดัมได้ส่งคำฟ้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว

โดย มีรายละเอียดชัดเจนว่า ระหว่างการประท้วงของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคมปีที่แล้ว ได้มีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจนและมีการยิงฆ่าอย่างมี หลักฐานชัด

โดยสรุปได้แบ่งความผิดเป็นข้อๆดังนี้

* กองทัพจงใจสลายการชุมนุมเข่นฆ่าประชาชน โดยเฉพาะแกนนำ เมื่อ 10 เมษายน


* กองทัพจงใจสลายโดยเข้าสลายจากทุกจุดพร้อมกัน จงใจปิดล้อมจงใจฆ่าหมู่ไม่มีช่องทางให้หนีออกไปได้


* เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้สไนเปอร์ิยิงจากระยะไกล มีการใช้สไนเปอร์อย่างเป็นทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคำสั่งให้ใช้สไนเปอร์เป็นทีมตั้งแต่ 10-19 พ.ค.


* การใช้อาวุธต่างๆ ได้มีหลักฐานวิดิโอทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดิโอจากกองทัพ


* กรณีชายชุดดำ รัฐพยายามบอกว่าชายชุดดำคือคนเสื้อแดง แต่ไม่เคยจับชายชุดดำได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีภาพข่าวและหลักฐานทาง โทรทัศน์มากมาย


* มีหลักฐานและพยานมากมายว่าผุ้ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ


* การทำลายล้างโดยทหารและ ศอฉ. เกิดขึ้นจริง และมีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยรัฐฯ (เช่นที่วัดปทุมฯ ทีทุบพื้น เทปูรอบโบสถ์ลบรอยกระสุนทิ้งทั้งหมด)


* มีหลักฐานในมือแล้วว่าคนเผาตึกเซ็นทรัลเวิร์ล ไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นชายชุดดำที่เตรียมการ ทั้งชุดและอุปกรณ์อย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือ


* การพิจารณาคดีในประเทศไทยนั้น ยาวนานเกินไป และหยุดนิ่งมานานเกินควรแล้ว


* ช่วงเมษา- พ.ค. เกิดสังหารหมู่ใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ไทย แต่ก็ไม่มีใครออกมาร้องขอความยุติธรรมให้กับคนกลุ่มนี้ คนกรุงเทพนิ่งปิดปากกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ที่เสื้อแดงต้องรุกนำคดีขึ้นสู่ศาลทุกศาลในโลกนี้


* เหตุการปี 1976 / 1976 / 1992 ในประเทศไทยเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ เมื่อมีการสอบสวนสักพักก็หายเงียบไป


* รัฐบาลไทยยังคงอยู่ได้ ไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆ และรู้สึกมั่นใจอย่างสูงในอำนาจพิเศษที่ปกป้องตน


* ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นที่โดนฆ่าตายโดยไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนใดๆ ก็เป็นหลักฐานหนึ่งที่รัฐพยายามจะถ่วงเวลา ปิดกั้นและทำลายหลักฐานทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลักฐานต่างๆมากมายตรงหน้ายืนยันว่าการฆ่าเสื้อแดงเป็นการฆาตกรรมหมู่ จึงอดรนทนไม่ได้ที่จะไม่นำคดีขึ้นฟ้อง และไม่สามารถทนได้ที่จะนิ่งเฉยปล่อยกระบวนการยุติธรรมของไทยดำเนินไปยังล่า ช้า


* หลังรัฐประหาร มีผู้มีบารมี ออกมาใช้กำลังทางการทหาร และตลอดจนการสลายการชุมนุมก็มีการชี้นำจากผู้มีบารมี มีคำสั่งให้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารยิงสไนเปอร์ มาในลักษณะ มือที่สาม เพื่อโยนความผิดให้ฝั่งคนเสื้อแดง

คำถามจากบางกอกโพสท์ว่า ไอซีซี รับเรื่องหรือยัง

ตอบ ได้ยื่นเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว แต่ปกติศาลจะไม่รับทันที แต่จะยังตรวจสอบหลักฐานต่อไป ซึ่งเหตุเพราะนายกฯ เป็นคนสัญชาติอังกฤษ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นสัญชาติของนายกฯให้ชัดเจน

คำถาม หากนายกฯ ใช้สัญชาติอังกฤษ จะมีปัญหาอย่างไรกับคดี

ตอบ ผู้มีสัญชาติในคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ มาตรา 12บี ระบุว่าสามารถดำเนินคดีได้ทันทีกับจำเลยที่มีสัญชาติที่เป็นสมาชิกได้ (หมายถึง ประเทศอังกฤษเป็นสมาชิกภาคีระหว่างประเทศของศาล และนายกฯ ก็เป็นคนในสัญชาติอังกฤษพอดี)

เขียนโดย Go6 TV

http://www.go6tv.com/

Thai crackdown on ‘red shirts’ planned years ago, report alleges


The Thai government’s crackdown on “red shirt” protesters last spring was planned nearly four years in advance and modelled on the 1989 Tiananmen Square massacre, a report contends, saying Prime Minister Abhisit Vejjajiva approved military force against unarmed civilians.

The report also alleged two Bangkok hospitals colluded with the Thai government to cremate bodies of civilians killed in skirmishes and to destroy evidence of possible crimes.

The report, prepared by the red shirts’ Toronto-based legal team, is expected to be filed with the International Criminal Court on Monday. It is asking the court to investigate whether the Thai government’s actions constituted crimes against humanity.

An estimated 90 people died and nearly 2,000 were wounded in clashes with government forces after demonstrators took to the streets of Bangkok, demanding Abhisit dissolve the legislature and hold elections.

A draft of the report, obtained by the Star, alleges Abhisit, along with senior government and army officials, began drawing up plans for suppressing anti-government protesters shortly after he assumed power in a military coup in 2006.

The plans included the construction of a full-scale mock-up of Rachadamnoen Ave. — an upscale street sometimes known as Bangkok’s Champs Élysées — where protesters were killed and injured last April 10, the report contends. The mock-up, which was built at a training ground used by the 11th regiment of the Thai army, included “killing zones.”

Thai military personnel, including snipers, rehearsed at the mock-up as early as February 2007, the report alleges.

Immediately after the 2006 coup, the country’s leaders came to a consensus that the red shirts would eventually rise up in protest, so they began planning military countermeasures, says the report, which names 15 senior Thai government, army and police officers.

“It is safe to say that the Royal Thai Army carried out an attack against the red shirt civilian population according to a ‘state or organizational policy’ devised and approved at the highest levels of the country’s civilian and military leadership,” lawyers Bob Amsterdam and Dean Peroff argue in the report.

It was prepared on behalf of the National United Front for Democracy against Dictatorship, the formal name for the red shirt movement.

Amsterdam has acknowledged that former Thai prime minster Thaksin Shinawatra, who was deposed in the 2006 coup, is helping to pay the movement’s legal expenses.

As part of their application to have the court investigate the events of last spring, the lawyers say they have affidavits from 88 witnesses who saw soldiers shoot at unarmed civilians, including three nurses, in a Buddhist temple on May 19, as well as affidavits from another 255 who witnessed the deadly April 10 confrontations.

Many of the witnesses are quoted in the report.

The application also includes a statement from “Anonymous Witness No. 22” — described as an amalgamation of testimony from several active-duty officers in the Thai military, who would be in grave danger if their identities were exposed, though the lawyers say they will provide all names to the court’s prosecutors.

That Thai military officials would provide evidence to assist the red shirts isn’t entirely surprising. Last month, The Economist magazine reported many army and police officers secretly support the protesters and feel the government crackdown was unjustified.

While loyally patrolling Bangkok’s streets by day in their green uniforms, some even showed up at demonstrators’ encampments at night dressed in red shirts, earning them the nickname “watermelons” (green on the outside, red on the inside).

One potential obstacle the red shirts face in getting the court to consider their complaint is whether Thailand comes within the court’s jurisdiction.

Thailand was not a signatory to the Rome Statute, which brought the court into existence in 2002, so the court would normally not have the authority to launch an investigation into the government’s activities.

But Amsterdam and Peroff argue the court still has the power to investigate Abhisit for possible crimes against humanity because he is a British citizen, born in England on Aug. 3, 1964.

The court has the authority to investigate and prosecute people who are citizens of countries that are its members, which the United Kingdom is.

While Thailand is not a member of the court, it is a member of the United Nations, and the UN Security Council can ask the court to investigate the government’s role in last spring’s demonstrations to determine whether it amounted to criminal activity, the report says.

เขียนโดย Go6 TV

โฟนอิน 4 ทวีป "โรเบิร์ตย้ำ นำคดีขึ้นศาลอาญาโลก" 31 ม.ค.นี้



ทนาย ความโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เจ้าของสำนักกฏหมายอัมสเตอร์ดัม จะแถลงข่าววิดีโอลิงก์จากประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 31 มกราคม มายังชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เพื่อพูดคุยกับคนเสื้อแดงถึงรายละเอียดการยื่นฟ้องร้องรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีการสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพ เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2554 ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม จะยื่นฟ้องในวันที่ 31 มกราคม


ใน วันเดียวกันนั้นจะถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าวไปทั้งสี่แห่งทั่วโลก ได้แก่ ลอนดอน เจนนิวา สวิสเซอแลนด์ ญี่ปุ่น และกรุงเทพมหานคร โดยในประเทศไทยจะถ่ายทอดผ่าน Asia Update ตั้งแต่เวลาประมาณ 11.00 น. โดยประมาณ จนกว่าจะจบการแถลงข่าว

ส่วน สาเหตุที่นายอัมสเตอร์ดัม จะต้องวิดีโอลิงก์มาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอยู่ระหว่างการเข้าประสานงานกับ ส.ส.ฝ่ายค้านของญี่ปุ่น กรณีการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง

เขียนโดย JJ_Sathon

http://www.go6tv.com/

คู่มือต้านรัฐประหาร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

30 มกราคม 2554

เพื่อ เป็นการเตรียมตัวต้านรัฐประหาร พวกเราชาวไทยอีนิวส์ ขอแนะนำหนังสือ คู่มือต้านรัฐประหาร (Against the Coup: Fundamentals of Effective Defense) ที่เขียนโดย ยีน ชาร์ป นักเขียน และนักยุทธวิธีฝ่ายสันติวิธี ผู้ก่อตั้งสถาบัน อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เล่มนี้ แปลโดยนุชจรีย์ ชลคุป จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง เมื่อปี 2536 เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่คนไทยจำเป็นต้องอ่านในยามนี้

ดาวโหลดหนังสือ คู่มือต้านรัฐประหาร

http://www.aeinstein.org/organizations/org/scannedPDFs/Against%20the%20Coup%20-%20Thai.pdf


ที่มา เว็บไซต์ The Albert Einstein Institution


มติชนเขียนไว้ว่า ต่อไปนี้คือ แนวทางเพื่อการต่อต้านรัฐประหาร 19 ประการ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296370583&grpid=01&catid=&subcatid=


1.ไม่ ยอมรับการรัฐประหารนั้น และประณามผู้นำกลุ่มรัฐประหารว่าไม่มีความถูกต้องชอบธรรม และสมควรได้รับการปฏิเสธหากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล การก่นประณามผู้ก่อการนี้ควรได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำที่มีคุณธรรม, ผู้นำทางการเมืองและทางศาสนา,เจ้าหน้าที่รัฐและสมาชิกของสถาบันทางสังคม ต่างๆทั้งหมด (อันได้แก่ สถาบันการศึกษา, สื่อมวลชน และการสื่อสาร) รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับชาติ ท้องถิ่น ภูมิภาค หรือจังหวัด ตลอดจนประชาชนในภาคส่วนต่างๆ


2. ปฏิเสธที่จะกระทำการใดๆ ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ทั้งนี้ รวมไปถึงการไม่พยายามให้ผู้นำทางการเมืองที่ถูกกฎหมายไปเจรจาประนีประนอมกับ กลุ่มคนเหล่านี้


3 .ให้ถือว่าคำสั่งและประกาศต่างๆของคณะรัฐประหาร ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และไม่ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง


4 .พยายามให้การต่อต้านทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติวิธี เพื่อทำการต่อต้านรัฐประหารอย่างมีประสิทธิผลสูงที่สุด อย่ากระตุ้นให้เกิดการกระทำอันรุนแรง หรือขาดความรอบคอบสุขุม


5 .ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังกลุ่มรัฐประหารไม่ว่าจะกระทำการใดๆ ที่เพื่อสถาปนาตนเองและเข้าควบคุมเครื่องมือของรัฐและสังคม


6 .ไม่ให้ความร่วมมือแก่ผู้ก่อการรัฐประหารทุกๆวิถีทาง ผู้จะดำเนินการเช่นนี้หมายรวมไปถึงประชาชนทั่วไป,ผู้เชี่ยวชาญและข้าราชการ ทุกคน, ผู้นำทางการเมืองทุกคนของรัฐและพรรคการเมืองทุกพรรครวมทั้งพรรครัฐบาลชุด ก่อน,หน่วยงานกลางและหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง,ทบวง,กรม,กอง ระดับภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กลุ่มสาขาอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ, พนักงานทุกคนขององค์กรประเภทสื่อและองค์กรด้านการสื่อสาร,พนักงานทุกคนของ ระบบขนส่ง, ตำรวจ,ทหารและกรมกองต่างๆในกองทัพ,ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการทุกคน, พนักงานในสถาบันการเงินทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของสถาบันอื่นๆทั้งหมดของสังคม


7.ไม่ ยอมรับคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐประหาร แต่ยังคงรักษาหน้าที่ตามปกติของสังคม หากว่าภาระหน้าที่นั้นสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนเกิด รัฐประหาร รวมไปถึงกฎหมาย และนโยบายของรัฐและสถาบันทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนภาระหน้าที่ของประชาชนดังกล่าวควรจะดำเนินต่อไป


จนกระทั่ง และ ตราบเท่าที่ยังไม่ถูกถอดถอนอย่างชัดแจ้งออกจากสถานที่ทำงาน, สำนักงาน และศูนย์กิจกรรมต่างๆ แต่ถึงกระนั้นก็ควรพยายามดำเนินหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆต่อไปให้นานที่สุดเท่า ที่จะทำได้ ทั้งนี้ ผู้จะทำตามข้อแนะนำนี้หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าที่ และพนักงานของกระทรวง กรม กองและหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล


8 .รักษาหน้าที่ของหน่วยงานด้านการปกครองและหน่วยงานทางสังคมที่ถูกต้องตาม กฎหมาย บางครั้งอาจต้องสร้างองค์กรสำรองที่จำเป็นขึ้นมา เพื่อสืบต่อหน้าที่ขององค์กรที่ถูกทำลาย หรือถูกคณะรัฐประหารสั่งปิดไป


9 .ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ก่อรัฐประหาร และกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหาร ถ้าจำเป็นก็ให้ถอดป้ายบอกทาง ชื่อถนน สัญญาณการจราจร เลขที่บ้าน ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อระงับกิจกรรมของคณะรัฐประหารและปกป้องประชาชนไว้ไม่ให้ถูก จับกุม


10. ไม่ให้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่คณะผู้ก่อการ ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเก็บซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย


11. “มีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยมิตรภาพกับหน่วยงานต่างๆ และกองกำลังทหารที่รับใช้คณะรัฐประหาร พร้อมๆไปกับการต่อต้านอย่างแข็งขืน อธิบายเหตุผลต่างๆที่จำเป็นต้องต่อต้านรัฐประหารให้พวกเขาทราบ ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา พยายามบั่นทอนความเชื่อมั่น และโน้มน้าวให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต่อต้าน โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการจงใจใช้วิธีที่ไม่บังเกิดผลในการปราบปราม ประชาชน การส่งผ่านข้อมูลให้แก่ผู้ต่อต้านและอาจถึงขั้นรุนแรง ด้วยการที่เหล่าทหารละทิ้งจากคณะรัฐประหาร และหันมาร่วมต่อสู้เรียกร้องสันติภาพอย่างสันติวิธีกับกลุ่มผู้ต่อต้าน โดยพยายามชักชวนให้เหล่าทหารและหน่วยงานต่างๆที่จำเป็น หันมายึดมั่นในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้


12.ปฏิเสธที่จะช่วยคณะรัฐประหารทำการเผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อ


13 .บันทึกกิจกรรมและการปราบปรามประชาชนของคณะรัฐประหารทั้งในรูปเอกสาร เสียง และแผ่นฟิล์ม พยามยามรักษาหลักฐานเหล่านี้ไว้และแจกจ่ายข้อมูลออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งส่งให้แก่ผู้ต่อต้าน ส่งให้นานาประเทศ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ และส่งถึงผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารนั้นด้วย


14 .จัดสัมมนาวิชาการหรือจัดอภิปรายในสถาบันการศึกษา โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเริ่มจากเล็กๆ และขยายไปใหญ่สู่สาธารณะชนในสังคม


15.แจกจ่ายเผยแพร่ ใบปลิว ข้อความที่คัดค้านการรัฐประหาร และความไม่ชอบธรรมของคณะเผด็จการรัฐประหารรวมถึงส่งแฟกซ์ อีเมล์ ข้อความ สติ๊กเกอร์ หรือติดธง หรือสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุของรถหรือตามสี่แยกไฟแดง ต่างๆ


16 .พยายาม อย่ารวมศูนย์การจัด การอภิปรายต้านรัฐประหารไว้ในที่เดียวกัน หรือที่ใดที่หนึ่ง การจัดอภิปรายต้านรัฐประหารควรเป็นไปอย่างดาวกระจาย กว้างขวางและเกิดขึ้นได้ทุกที่ เพื่อยากต่อการปรามปราบของคณะผู้ก่อการ


17 .ใส่เสื้อหรือสะพายกระเป๋า หรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหาร ไปในทุกที่ ที่เดินทาง


18 .หากมีเพื่อน หรือญาติพี่น้องอยู่นอกประเทศให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป และให้ช่วยกันต้านรัฐประหารในที่นั้นๆ


19 .อย่าทำลาย สถานที่ราชการ และช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนๆที่ต่อต้านรัฐประหารให้สำเร็จ

( ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ ต้านรัฐประหาร:ยีน ชาร์ป เขียน ,นุชจรีย์ ชลคุป แปล และบทความของ ภูมิวัฒน์ นุกิจ )


Posted by TTT at 1/30/2011 03:20:00 หลังเที่ยง Share on Facebook


http://thaienews.blogspot.com/2011/01/blog-post_30.html




ภาพและเทปจากงานเสื้อแดงหาดปึกเตียน เพชรบุรี 29-1-2011












เพิ่มรูปภาพ

speedhorse

เทปจากงานเสื้อแดงหาดปึกเตียน เพชรบุรี 29-1-2011

http://www.mediafire.com/?snac5p9hgtkqv

ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/1_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/2_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/3_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/4_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/5_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/6_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/7_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/8_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/9_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/10_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/11_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/12_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/13_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/29-1-2011_Phetchaburi/14_Phetchaburi_29-1-2011.wmv


ภาพนิ่ง

http://picasaweb.google.com/speedwnc11/2...directlink


http://www.thaivoice.org/board/index.php?topic=112.0

http://www.internetfreedom.us/thread-11167.html

prainn rakthai>หาดปึกเตียน-29-30-มกราคม 2554

http://picasaweb.google.com/108313507613178447448/29302554#

ผู้ร่วมเขียน