แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

รับฟ้องคดี บก.ลายจุด จัด ‘เปลือยเพื่อชีวิต’ ใต้ทางด่วนดินแดง ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขวางการจราจร

27 ม.ค.54 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เป็นจำเลยในข้อหา มั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คน กีดขวางทางจราจร และ ก่อความไม่สงบแก่ประชาชน ในพื้นที่ซึ่งมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งศาลได้รับฟ้องและนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 18 มี.ค.54 เวลา 9.00 น.

ทั้งนี้ ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 เวลา 13.50 น. ผู้ต้องหาได้ปราศรัยอยู่บนเวทีชั่วคราวใต้ทางด่วนดินแดง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มีการจุดไฟเผายางรถยนต์ให้เกิดควันไฟบดบังวิสัยทัศน์ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

นายสมบัติ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนโดนฟ้องในคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินรวมแล้ว 2 คดี ก่อนหน้านี้คือกรณีที่นัดหมายประชาชนประมาณ 80 คนไปรวมตัวกันที่บริเวณสวนหย่อมถนนเลียบทางด่วน ลาดพร้าว 71 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียงใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นการชุมนุมกันเกิน 5 คน ส่วนกรณีนี้คือการตั้งเวทีชั่วคราวใต้ทางด่วนดินแดงในสถานการณ์ซึ่งมีการ ปราบปรามประชาชนเสียชีวิตไปแล้วเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดกิจกรรมเปลือยเพื่อชีวิตบริเวณนั้นเพื่อสื่อสารให้ทหารหยุดยิงและสื่อว่าประชาชนไม่มีอาวุธ มีคนร่วมกิจกรรมประมาณ 40-50 คน อย่างไรก็ตาม จากกิจกรรมนั้นตนถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว คาดว่าเป็นเพราะรัฐบาลต้องการจะหยุดการเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมของตนด้วยคดีความ ให้เกิดความหวาดกลัวหรือหวั่นไหว ซึ่งไม่เป็นผล

นอกจากนี้นายสมบัติตอบคำถามเรื่องกระแสข่าวการรัฐประหารที่เริ่มมีขึ้นใน ช่วงนี้ด้วยว่า การรัฐประหารดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยังเกิดขึ้นได้ แต่หากเกิดรัฐประหารในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของประเทศไทย เพราะจะต้องเผชิญกับคลื่นมวลชนมหาศาลที่จะไม่ยอมรับการรัฐประหารโดยเด็ดขาด และไม่เฉพาะในหมู่คนเสื้อแดงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าความขัดแย้งของประชาชนสองสีจะไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญ ต่อให้โกรธกันขนาดไหนก็ไม่มีทางเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นได้ เพราะพื้นฐานของสังคมไทยไม่เอื้อต่อความรุนแรงในระดับนั้น

http://prachatai.com/journal/2011/01/32840

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน