แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อัจฉริยะนอกประเทศ ของชายที่ชื่อ “ทักษิณ”

อัจฉริยะนอกประเทศ ของชายที่ชื่อ “ทักษิณ”
เขียนโดย อ่างขาง
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2009 เวลา 00:52 น.

“ครัวโลก” แนวคิดนี้ได้แต่คิด แต่ทำเป็นรูปธรรมยังไม่สำเร็จ ทันทีที่ท่านทักษิณเริ่มต้นผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่เป็นอาหาร “ฮาลาน” เพื่อส่งไปขายยังประเทศแถบภาคตะวันออก ก็เกิดเหตุการณ์โจรใต้ขึ้นมาทันที เรื่องนี้ อาจมีสาเหตุเกี่ยวโยงไปถึงเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ส่งออกอยู่แล้ว แต่เรายังหาคำตอบและข้อสรุปไม่ได้ ว่า จริงหรือไม่ ดังนั้นประเด็นนี้ผมจึงไม่เอามาเกี่ยวโยงด้วย

ทำไมต้องเป็นสามจังหวัดภาคใต้เท่านั้น ที่ต้องเป็นผู้ผลิต ทำไมที่อื่นถึงทำไม่ได้ ในเมื่อเหตุการณ์3จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบ ทั้งนี้เนื่องมาจากเหตุผลที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่รู้กันในหมู่ประเทศมุสลิมว่า เดิมทีเป็นรัฐหนึ่งของอิสลาม และมีชาวมุสลิมมากกว่า90 เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่แห่งนี้ คนในหมู่มุสลิมที่เคร่งศาสนา จะทานแต่อาหารที่ชาวมุสลิมเป็นผู้ประกอบอาหารให้เท่านั้นเพราะไว้ใจในเรื่องความสะอาด ที่ปราศจากสิ่งต้องห้ามในคำสอน

โรงงานต้นแบบนี้เกิดขึ้นแล้วที่หน่วยงาน พลพัฒนา (ที่โดนปล้นปืนไปกว่า 400 กระบอกในครั้งแรก) โดยเหล่าแม่บ้านทหารที่สามีและตนเองนับถือศาสนาอิสลามเป็นผู้ทำงาน และเริ่มผลิตไปแล้วด้วยกรรมวิธีทันสมัยโดยงบของพลพัฒนาเอง ท่านทักษิณได้เชิญตัวแทนที่อยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเข้าเยี่ยมชมเป็นระยะๆ หลายครั้ง สิ่งที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาในเบื้องต้นก็คือ ข้าวสวยอัดใส่กระป๋อง ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 6เดือน และสามารถเปิดกระป๋องนำมารับประทานได้เลย โดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนอะไรอีกทั้งสิ้น ทั้งที่เมื่อก่อนเราเคยแต่ส่งข้าวนึ่งตากแห้งออกไป แต่เมื่อจะนำมารับประทานก็ยังต้องผ่านความร้อนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ข้าวบานตัว จึงจะสามารถนำมารับประทานได้ ซึ่งถือว่าเป็นกรรมวิธีที่ล้าหลังมาก และ ยังไม่สะอาดพอ อาจมีฝุ่นผงและสิ่งต้องห้ามบางชนิดติดไปกับข้าวได้ แต่วิธีการสมัยใหม่นี้สามารถเอาข้าวสวยอัดใส่กระป๋องได้เลย ยังไม่เคยมีใครหรือประเทศใดทำมาก่อน

หลายท่านคงคิดว่าเรื่องปกติธรรมดา เป็นเพียงการแข่งขันด้านการตลาดเท่านั้น ส่วนการถนอมอาหารให้ได้อยู่นานก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่อะไรไม่น่าเอามาเขียนและเล่าให้ฟังในที่นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากนำเอามาเล่า และให้เห็นถึงว่า วันนั้นถ้าโครงงานนี้สานต่อประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านยังจำ “นโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการค้าข้าว”ได้หรือไม่ โดยทีรวมเอาประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงและเวียดนามเข้ามารวมเป็นองค์กรใหม่ ที่คล้ายกลุ่มโอเป็ด ที่ผลิตน้ำมัน แต่ของกลุ่มพวกเราในย่านนี้ผลิตข้าวแทน ในแนวคิดที่ว่า “เมื่อตะวันออกกลางเป็นเจ้าของพลังงานโลกได้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นเจ้าของธัญพืชโลกได้เช่นกัน” โดยที่พลังงานมีทางเลือกได้ แต่อาหารไม่มีทางเลือก ยังไงสิ่งมีชีวิตทั้งโลก ก็ยังต้องการอาหาร รายละเอียดที่ ทำไมประเทศอื่นถึงไม่ปลูกเองบ้าง มันมีปัจจัยหลายอย่างที่จะกล่าวถ้ามีโอกาสต่อไป แต่ผมมีปริศนาในตอนนี้ให้คิด ทำไม ประเทศจีนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มีเกษตรกรเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองทั้งประเทศ ยังต้องมาลงทุนปลูกข้าวและตั้งโรงสีเองในประเทศไทย และข้าวจำนวนนั้นก็ไม่ได้ขายในเมืองไทยแต่ทั้งหมดส่งกลับไปขายที่ประเทศจีนเองเท่านั้น

การที่จะให้ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาเช่นน้ำมัน จะทำอย่างไร?

การควบคุมอัตราการผลิตของข้าวในแต่ละปี เช่นเดียวกับการควบคุมการผลิตน้ำมันแต่ละวัน จะต้องทำอย่างไร?

การเพิ่มปริมาณของข้าวทันที เมื่อโลกขาดแคลน จะทำอย่างไร?

คุณภาพของข้าวจะได้คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงจะทำอย่างไร?


ทั้งหมดนี้ จะต้องมีขบวนการที่ทำได้ ร่วมมือกันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และ อย่างลืมว่า ผลประโยชน์ทั้งหมดต้องกลับไปอยู่กับ เกษตรกรเหมือนเดิม ท่านทักษิณเองมีบุคลากรพร้อม ที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมด ถ้าเรื่องนี้ไม่สะดุดลงเสียก่อน ในครั้งรัฐประหาร และสุดท้ายเรื่องนี้ก็ปิดประตูลงเพราะไม่มีใครสานต่อ

เมื่อครั้ง ที่ท่านสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณได้เชิญกลุ่มนักลงทุนมาจากประเทศตะวันออกกลาง ที่มีฐานะการเงินอย่างมั่งคั่งเข้ามาดูการทำนาของประเทศไทย และท่านทักษิณได้พาคณะฯเข้าไปพบคุณประพัทธ์ โพธิสุธน ที่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี แต่การเข้าพบพูดคุยในครั้งนั้นกลับกลายเป็นผลร้ายกับตัวท่านเองในภายหลัง โดยถูกล่าวหาว่าท่านกำลังเอาประเทศไทยไปขาย และทำให้เรื่องนี้ต้องเก็บเข้าลิ้นชักไป อีกทั้งยังไม่มีใครได้รับรู้ข้อเท็จจริงมันคืออะไรกันแน่

ประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้นั่งคุยกับนายทหารเขมรคนหนึ่ง ที่มียศไม่มากนักแต่รู้จักทหารไทยดีทุกคน สามารถโทรเบอร์ส่วนตัวไปคุยกับนายทหารใหญ่ในกองทัพไทยได้ เราได้นั่งคุยกันถึงเรื่องการทำนาของชาวเขมร เขากล่าวให้ผมฟังดังนี้ในเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ ข้าวในประเทศเขา จะกลายเป็นสิ่งมีค่าที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ และชาวนาของเขาจะมีรายได้มากกว่าการทำงานอาชีพอื่นใดๆ ทั้งสิ้น

ผมซักถามรายละเอียดกับเขาเรื่องนี้อย่างสงสัย เขาอธิบายความให้ฟังแบบที่เขาเข้าใจได้ ดังนี้

มีข้อตกลงกันระหว่างรัฐบาลกับพ่อค้าในประเทศซาอุฯ ที่จะมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างข้าวกับน้ำมันโดยตรงไม่มีการซื้อขาย เช่นข้าวหนึ่งตันแลกกับน้ำมันดิบหนึ่ง บาเลนส์ โดยที่คนของพ่อค้าจะเข้ามาดูและการปลูกข้าวด้วยตัวเอง เพื่อให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ เมื่อเป็นดังนั้น รัฐบาลจึงต้องตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะหลายเรื่อง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ เช่น รัฐจะซื้อข้าวทั้งหมดกับชาวนาโดยตรง หรือ แค่ประกันราคาให้เท่านั้น การจัดการกับน้ำมันรัฐบาลจะทำอย่างไร ลงทุนตั้งโรงกลั่นเอง หรือให้เอกชนมาลงทุน เหล่านี้ต้องมาศึกษาทั้งสิ้น

ชึ่งสรุปได้ดังนี้ ชาวนาจะได้รับเงินก่อนการปลูกข้าว แต่ต้องเอาพันธุ์ข้าวที่เขาต้องการให้ปลูกเท่านั้น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เครื่องจักรเครื่องมือ นายทุนออกเองทั้งสิ้น เจ้าของที่นาเพียงแต่ดูแลนาในส่วนของตนเอง ให้ได้ปริมาณและคุณภาพของข้าวตามที่พวกเขาต้องการ เมื่อผลผลิตออกมาพวกเขารับซื้อทั้งหมดในราคาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่จ่ายเป็นน้ำมันแทน และรัฐบาลจะแปลงเป็นเงินให้

แต่ทั้งหมดนี้รัฐบาลเขมรไม่ต้องคิด มีคนออกแบบให้แล้วโยนมาให้เสร็จ ชาวนาจะได้ข้าวตันละ หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ถ้าหนึ่งครอบครัว ทำนา50ไร่ จะได้เงินต่อ 6 เดือน ประมาณ 750000 บาท ถ้าคิดเป็นปีจะได้ 1.5 ล้านบาท(ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายหรือภาษี และ กันอีกส่วนหนึ่งไว้กินเองภายในประเทศ) ผมถามเขาว่าแล้วใครเป็นคนคิดให้ คำตอบที่เขาตอบมาฟังแล้วอยากร้องไห้ “สงสัยทักษิณคิดให้”

การดำเนินการในช่วงนี้ ได้ออกแบบโรงสีและโรงงานแปรรูปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าเมื่อตกลงกันได้จะมีนายทุนคนเดิมเข้ามาแปลรูปเป็นอาหารฮาลาน แล้วส่งกลับไปประเทศในกลุ่มอาหรับ ถ้ามีคนอาหรับเข้ามาลงทุนในประเทศของเขาก็จะมีการสร้างงาน มีแหล่งท่องเที่ยว มีโรงแรมมีสนามกอล์ฟ และคนในประเทศของเขาก็จะมีงานทำ มีอาชีพอีกมากมาย

สิ่งที่ได้คือน้ำมัน ส่วนกำไรเอาไว้ใช้ในประเทศ ส่วนที่เหลือก็ขายให้พวกคนไทยไง ถ้าประเทศไทยไม่ซื้อก็ขายให้สิงคโปร์แทน เดี๋ยวคนไทยก็ไปซื้อกลับมาเอง จีน เวียดนามขายได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ไทยใกล้กว่า ค่าขนส่งถูก คำถามที่ผมถามเขา ก่อนกลับ “คิดว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป” คำตอบ “เดี๋ยวก็ปฏิวัติอีก เอาอะไรกับประเทศคุณ”

ผมย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่ ครัวโลก อาหารฮาลาน โจรป่วนใต้ แหล่งพลังงานในเขมร ปตท. เหล่านี่พันธมิตรออกมาโจมตีทั้งสิ้น ว่าท่านทักษิณขายชาติ วิงวอนให้คนไทยไปใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนขายชาติคนนี้กลับมีคนที่อยู่นอกประเทศคิดจะให้เป็นที่ปรึกษาและมาลงทุนในประเทศเขาแทน มันอะไรกันนักหนากับประเทศไทย ทำไมมองประโยชน์ที่จะเกิดกลายเป็นโทษทั้งหมดไปได้ แล้วก็ขับไล่คนผู้นั้นออกไป ปล่อยให้ประเทศล่มจม ซะอย่างนั้น

งงไหมครับท่านผู้อ่าน ข้าวสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ขุดในที่นานี่เอง ขุดแล้วไม่มีวันหมดด้วยครับ คนอะไรคิดได้ขนาดนี้ เขาละ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่แม้แต่ตนเองยังเข้าประเทศไทยไม่ได้เลย ที่ทำได้ก็ช่วยให้ประเทศอื่นเขารวยเท่านั้น

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 มิถุนายน 2555 00:20

    อัจฉริยะควายที่ไหนแม่งอยู่นอกประเทศได้วะ
    เพิ่งเคยได้ยิน

    แถวบ้านเรียกกาลกิณี

    เกิดมา ทำให้ประเทศแตกแยก...

    ตาย ตายซะทีเถอะ... พวกเสื้อเหลือง เสื้อแดงจะได้สงบศึก...

    เบื่อ

    ตอบลบ

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน