แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แหย่รังแตนพสิษฐ์


ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน


บรรดาผู้รู้ทางการเมืองพากันงุนงงกับมันสมองของนายกฯอภิสิทธิ์ ในกรณีเขียนบันทึกลงเฟซบุ๊ก ด้วยการไปเปิดประเด็นพาดพิงถึง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ไปเปิดชื่อพสิษฐ์ขึ้นมาดื้อๆ เพื่อจะบอกเล่าเหตุการณ์เมื่อตอนยุบพรรคพลังประชาชน

*อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ดันไปแหย่รังแตนเข้าให้*

งานนี้นายพสิษฐ์จึงต้องออกโรง

ขยายความเฟซบุ๊กให้มันกระจะกระจ่าง

เรื่องร้อนๆ เลยยิ่งบานปลาย ทำให้นายชุมพล ศิลปอาชา ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยที่ถูกยุบตามไปด้วย ได้รู้ทะลุความเป็นมา เลยต้องออกมาเปิดข้อมูลสำคัญ ในการพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ

บอกว่า มี "พลังที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้" มาบีบบังคับ!

เบื้องหลังปฏิบัติการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จึงยิ่งฉาวโฉ่เพิ่มขึ้น

ตอนนี้เลยพูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง หวังว่าหลังเลือกตั้ง 3 ก.ค.คงไม่มีพลังพิเศษมาบีบกันอีก

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่เฟซบุ๊กของอภิสิทธิ์เปิดชื่อพสิษฐ์ โดยเล่าว่าพบปะกันที่ร้านอาหาร แล้วยังเปิดด้วยว่ามีส.ส.อีกคนร่วมอยู่ด้วย

*นี่ก็อีกนั่นแหละ ป่านนี้ชื่อส.ส.คนนั้นก็รู้กันไปหมดแล้ว เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงอีกด้วย*

ฝ่ายนายพสิษฐ์ซึ่งไม่อาจอยู่อย่างสงบๆ ได้ ต้องออกมาขยายความถึงการนัดพบครั้งนั้นว่า มีผู้ใหญ่สั่งให้ไปพบ

ขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ยังเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และคดียุบพรรคพลังประชาชนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม!

นายพสิษฐ์ไปถึงก็รายงานให้ทราบว่า เมื่อศาลฎีกาลงแบบนั้นแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญคงไม่มีทางอื่น นอกจากยุบพรรคพลังประชาชน ซึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ไม่รอช้า กล่าวต่อทันทีว่า ยุบพรรคเดียวก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะพรรคร่วมที่เหลือก็คงจับมือกับขั้วเดิม!?

นายพสิษฐ์ได้ฟังดังนั้นก็ขอตัวลากลับ

"แล้วจะรีบนำความของท่านไปแจ้งให้ผู้ใหญ่ของผมทราบถึงเป้าประสงค์ต่อไป"

เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

*ทำไมพรรคชาติไทยถึงกับสะอึกและโกรธ เมื่ออ่านความลับที่ขยายจากเฟซบุ๊ก!!*

ที่แน่ผลจากนั้นเกิดการพลิกขั้วตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์

สง่างามแท้ๆ

แหย่รังแตนครั้งนี้ ประชาชนได้ประโยชน์!


ปากไม่อยู่สุข เด๋วมันก็คงต้องตายเพราะป้กมันเองสักวัน...

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dPREV6TURZMU5BPT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1TMHdOaTB4TXc9PQ==

วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7501 ข่าวสดรายวัน


คลิปล่า “พสิษฐ์" เปิดคำพูดลับ "มาร์ค-อภิสิทธิ์" ฝากถึงศาลฯ

ปอย พสิษฐ์ เปิดใจวางมือสตั๊นต์แมน

http://www.youtube.com/watch?v=xnVb-PdNoS4&feature=player_embedded

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เขียนบันทึกเปิดใจลงเว็บไซต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยใช้ชื่อว่า "จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ" มาแล้ว 2 ตอน


เนื้อหาครบถ้วน ตั้งแต่เริ่มตั้ง "รัฐบาล ปชป." ปลายปี 2551 ไปจนถึงการบริหารประเทศตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี


เคลียร์ทุกข้อครหาคาใจ!

แต่ ประเด็นที่น่าสนใจคือ "เบื้องลึก" ของขบวนการ "สลับขั้วการเมือง" ที่เกี่ยวโยงกับ "คดียุบพรรคพลังประชาชน (พปช.)" จนเป็นที่มาของโอกาสการแย่งชิงจัดตั้งของ "รัฐบาลเทพประทาน" จนสำเร็จในที่สุด


"อภิสิทธิ์" ระบุในเฟซบุ๊กว่า พสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ติดต่อผ่าน "ส.ส.คนหนึ่ง" เพื่อขอพบ จึงนัดพบกันที่ร้านอาหารใกล้ ปชป. ซึ่ง "พสิษฐ์" แจ้งว่า พปช.จะถูกยุบ มาเล่าให้ฟังเพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับ ปชป.


เป็น "พสิษฐ์" ซึ่งเป็นคนคนเดียวกับ "มือปล่อยคลิปลับ" ในช่วงที่ "ศาลรัฐธรรมนูญ" กำลังพิจารณาคดียุบ ปชป.

เป็น "พสิษฐ์" ที่ออก มาแฉแหลกวงการ "ยุติธรรม" กลางเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เมษายน โดยเล่านิทานเรื่อง "สนามฟุตบอล" ที่ "ผู้จัดการสนาม" เข้ามากำกับ "หัวหน้ากรรมการ" และใช้ "มือวิเศษ-เท้าวิเศษ" กำหนด "เกมการแข่งขัน"

จาก บรรทัดนี้เป็นอีกฉาก-อีกมุมจาก "พสิษฐ์" ที่บอกกับ "มติชน" ซึ่งเขาออกตัวว่าความจริงไม่อยากพูดถึงเรื่องดังกล่าว เพราะรู้สึก "เหนื่อย" และต้องการ "หยุด" แล้ว แต่ถูกกระตุกให้ออกมา


"ผม ไม่พร้อมที่จะเป็นสตั๊นต์ (นักแสดงแทน) ให้ใครอีก เจ็บตัวแทนคนอื่นมาตลอด วันนี้ไม่อยากที่จะเจ็บตัวอีก จึงอยากขอให้ผู้แสดงจริงทั้งหลาย เล่นเอง เจ็บเองบ้าง แต่ในเมื่อท่าน (นายอภิสิทธิ์) เขียนลงเฟซบุ๊กว่าเคยพบกับผม ถ้าผมจะบอกว่าไม่เคยพบคงไม่ได้"


"พสิษฐ์" ทวนเข็มนาฬิกา-ย้อนเวลากลับไปในวันเกิดเหตุ โดยยืนยันว่า "ผมไม่ได้เป็นคนที่ติดต่อขอพบท่านผู้นำฝ่ายค้าน และทราบล่วงหน้าว่าผมต้องไปพบท่านไม่ถึงชั่วโมงครับ... คำสั่งเพิ่งมา ผมเตรียมตัวยังแทบไม่ทันเลย ผมทราบเพียงแค่ว่าผมต้องไปพบ ส่วนพบที่ไหน ใครเป็นคนติดต่อกับใคร ผมไม่ทราบ"


ใครจะสั่งให้ท่านไปพบผู้นำฝ่ายค้านได้ ในเมื่อ "ผู้บังคับบัญชา" เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญมีเพียงคนเดียว?


"พสิษฐ์" หัวเราะร่วนก่อนขอเปลี่ยนคำถามใหม่

ในวันนั้น "พสิษฐ์" มีคนไปด้วยอีก 1 คน

ฟาก "ผู้นำ" ก็มาพร้อมกับ "ส.ส." อีกคนหนึ่ง ซึ่งในเฟซบุ๊ก "อภิสิทธิ์" ระบุว่าคือ "มือดีล" นั่นเอง


"ประเด็น คือพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เป็นใคร ทำไมผู้นำฝ่ายค้านต้องพบ ไม่พบได้ไหม ผมมีประโยชน์อะไรหรือ ที่ท่านเขียนในบันทึกว่าผมไปบอกท่านอย่างนั้นอย่างนี้ มันอาจจะเป็นการรวบยอดทางความคิด ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่คนคุยกันเป็นชั่วโมง คงไม่ได้มีแค่ 2-3 ประโยค วันนั้นผมบันทึกและจำได้อย่างชัดเจน"


พสิษฐ์ : ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ถ้าศาลได้ลงเอาไว้แล้ว(คดีใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช) ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น มันก็อาจจะเป็นประโยชน์กับ ปชป.มั้ง


อภิสิทธิ์ : โอ้...ถ้าเป็นแค่พรรคเดียว มันก็อาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะไม่มีผลใดๆ พรรคร่วมก็อาจจะไปจับมือกับทางขั้วเดิม


พสิษฐ์ : เอาล่ะ ผมเข้าใจประเด็นละ แล้วผมก็จะนำความนี้กลับไปสื่อสาร...


ถือเป็นอันหมดหน้าที่ของเขา!


"ถ้า ถามว่าผมจะรู้ผลของคดีที่จะเกิดขึ้นเลยหรือ ขอโทษเถอะครับ ผมไม่ใช่ตัวตุลาการ ผมไม่ใช่องค์คณะ ที่สำคัญกว่านั้นคือผมไม่มีอำนาจ เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะทราบก่อน การประชุมของตุลาการเรื่องใหญ่ๆ สำคัญๆ เป็นการประชุมลับ ข้าราชการต้องออกทั้งหมดนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านจะจุดประเด็นนี้ขึ้นมาอีกทำไม ทั้งๆ ที่มันผ่านมาแล้ว ก็ควรให้ผ่านไป หลังจากนี้ ถ้าท่านอยากพูดอะไร ก็ให้ท่านพูดมาเถอะ แต่ถ้าท่านพูดต่อเรื่อยๆ ผมก็จะฟังเรื่อยๆ ถ้าประเด็นไหนผมสนใจ ผมก็จะพูดบ้าง หรือผมอาจจะให้ได้เห็นอะไรบางอย่างชัดๆ ไปเลยว่าจริงๆ แล้วมันเป็นอะไรกันแน่" เขากล่าวแกมขู่


จากนั้น "พสิษฐ์" ได้พูดถึง "ความยุติธรรม" ที่เขาเคยยืนอยู่ทั้งใน "ฝ่ายเดียวกัน" และ "ฝ่ายตรงข้าม"


"ผม ว่าความยุติธรรมวันนี้ มันตอบคำถามประชาชนได้หรือไม่ ประชาชนเองรู้ดี ในวันนี้ที่กำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ผมอ่านจากข่าว... ประเด็นนี้ผมเน้นเลยนะ "ผมอ่านจากข่าว" มีการเตรียมการกันต่างๆ นานา เหมือนล็อคว่าใครจะมา ผมก็อยากขอร้องว่าอย่าใช้ "บันได 4 ขั้น 5 ขั้น" หรืออย่าใช้ "บันไดเลื่อน" หรืออย่าใช้ "ลิฟต์" กดขึ้นไปเลย ให้มันเป็นไปตามครรลอง แต่ก่อนต้องเดินกันเหนื่อยขึ้นบันไดกัน ไม่นานที่ผ่านมาพัฒนากันเป็นบันไดเลื่อน ถ้าวันนี้เลือกตั้งแล้วเกิดเป็นตามข่าวที่ออกมากัน ผมว่าอันนี้มันกำลังขึ้นลิฟต์นะ ต้องระวัง!"


ระวังเกิดเหตุ "ไฟดับ" แล้วทำให้ "ลิฟต์ค้าง" หรือ???


"ผมกลัว "สะลิงลิฟต์" ขาดนะสิ" เขาตอบสวนทันควัน และว่า "แต่ผมภาวนาว่าอย่าให้เกิดเลย ใครอยู่ในลิฟต์บ้าง ก็รู้กันอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง"


เขา บอกว่าวันนี้ประชาชนมีศักยภาพสูงนะครับ อย่าไปดูถูก เพราะแต่ละคนรู้ทั้งสิ้น เห็นทั้งสิ้น เข้าใจทั้งสิ้น ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็มั่นใจว่าประเทศไทยจะกลับมาอยู่ในภาวะสงบ


"แล้วขอฝากไปถึงคนที่คอยแต่จะ "ตัดสะลิงลิฟต์" ด้วยว่าอย่าตัดอีกเลย ตัดทุกครั้ง ถอยหลังทุกครั้ง"


ถือเป็นอีกครั้งที่ "พสิษฐ์" ทิ้งคำอุปมาอุปไมยเขย่าขวัญคนในวังวนอำนาจ!!!

(มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554 )

เขียนโดย JJ_Sathon

http://www.go6tv.com/2011/06/blog-post_10.html?spref=tw



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน