แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ยามีล่ะห์ยิ่งลักษณ์กุมหัวใจชายแดนใต้ใครสะเทือน?

ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวของพรรค สวมผ้าคลุมผม หรือฮิญาบสีแดง เป็นการแต่งกายเหมือนสตรีชาวไทยมุสลิม ที่สร้างความปราบปลื้มให้กับสตรีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากถือว่าเป็นการให้เกียรติของชาวมุสลิม ซึ่งสตรีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ ต่างเรียกนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ยามีล่ะห์ ซึ่งเป็นภาษาอาหรับ แปลว่า หญิงงาม (ข่าว:เนชั่น)



โดย ปาแด งา มูกอ
14 มิถุนายน 2554


ถือเป็นความสำเร็จอย่างงดงาม ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในการปรากฏตัวครั้งแรกในดินแดนมิคสัญญีชายแดนใต้ ของ ยามีล่ะห์ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เพื่อช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี


การ นี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวของพรรค สวมผ้าคลุมผม หรือฮิญาบสีแดง เป็นการแต่งกายเหมือนสตรีชาวไทยมุสลิม ที่สร้างความปราบปลื้มให้กับสตรีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากถือว่าเป็นการให้เกียรติของชาวมุสลิม ซึ่งสตรีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ ต่างเรียกนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ยามีล่ะห์ ซึ่งเป็นภาษาอาหรับ แปลว่า หญิงงาม (ข่าว:เนชั่น)

เธอ ยามีล่ะห์ ได้ครองใจหญิงไทยมุสลิมไปค่อน 3 จังหวัดชายแดนใต้เรียบร้อยแล้ว

การปรากฏตัวของ ยามีล่ะห์ โดยไม่ต้องมีกำลังพลทั้งทหารตำรวจ และอาสาสมัคร นับร้อยนับพัน มารายล้อมรอบข้างเหมือนกับนักการเมืองชายอกสามศอกที่เก่งแต่ปาก ขี้ขึ้นสมอง ถือเป็นภาพลักษณ์ใหม่ในสายตาของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ไม่เคยปรากฏพบเห็นมาก่อน

การปรากฏตัวของ ยามีล่ะห์ โดยใช้เวลาไม่มาก และเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก ก็สามารถสั่นสะเทือนเสาหลักปักขี้ควาย อย่างลูกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคมาตุภูมิ ได้อย่างอัศจรรย์

ตัวอย่างเช่น ข่าวการให้สัมภาษณ์

- ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตจากพรรคมาตุภูมิและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ห่วงหลังนางสาวยิ่ง ลักษณ์จากพรรคเพื่อไทยเดินทางมาโกยคะแนนเพื่อช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยใน พื้นที่ มั่นใจฐานคะแนนยังชื่นชอบนโยบายของพรรค นายไพศาล ตอยิบ ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่1จ.นราธิวาสจากพรรคมาตุภูมิ ไม่ห่วงหลังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 จากพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่มาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนการชูรูปแบบการปกครองแบบพิเศษในพื้นที่นั้น ตนเองมองว่าเป็นการเอาใจกลุ่มคนเพียงส่วนหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่ยังไม่เห็นประโยชน์การจากดำเนินการปรับรูปแบบการปกครองพื้นที่ ในลักษณะดังกล่าว

อีกทั้งมั่นใจว่านโยบายที่มีการหาเสียงก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันเกือบทุก พรรค แต่พรรคมาตุภูมิมีการลงพื้นที่และทำการบ้านเกี่ยวกับการแก้ปํญหาในพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ชัดเจนกว่าจึงมั่นใจว่าการลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มีผลต่อฐานคะแนนเสียงของพรรคแต่ อย่างใด

ขณะเดียวกันยังต้องการให้นางสาวยิ่งลักษณ์ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ มาเรียนรู้และสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริงเพื่อให้สามารถ ชูนโยบายที่ตรงตามความต้องการของประชาชนมากขึ้น

เช่นเดียวกับ นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ของพรรคประชาธิปัตย์ ใน พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ที่ยังคงลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ห่วงว่าการลงพื้นที่ของนางสาวยิ่งลักษณ์จะส่งผลต่อคะแนนเสียงที่อาจจะ เทไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเพราะมั่นใจว่าประชาชนเข้าใจดีว่าควรกำหนดทิศทาง ของประเทศไปในแนวทางใดเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้

แบบนี้ โบราณว่าปากกล้าขาสั่นไม่ส่งผลต่อคะแนนเสียงแล้วกลัวอะไร กับ ยามีล่ะห์ ล่ะครับ

การหาเสียงแบบตีแสกหน้าของ ยามีล่ะห์ยิ่งลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ก็คือการเดินทางไปที่โรงเรียนแสงธรรมวิทยาซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาใน พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลกเพื่อขอคะแนนจากพลังบริสุทธิของกลุ่มเยาวชนที่จะมีการใช้สิทธิ เลือกตั้งเป็นครั้งแรก

โดยได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคให้กับนักเรียนและคณะครูอาจารย์โดยเฉพาะใน ด้านการศึกษาซึ่งนักเรียนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายที่สานต่อจาก โครงการเรียนฟรี 15 ปี

หลังจากนั้นก็ได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อหาเสียงจากประชาชนที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล พร้อมแจก บัตรแนะนำตัวให้กับประชาชน และเจ้าหน้าที่ อีกทั้งถือโอกาสเยี่ยมเยี่ยนและมอบกำลังใจให้กับผู้ป่วยรวมถึงเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

วาทกรรม ยามีล่ะห์ ที่ฝากไว้...ชายแดนใต้


ขอกล่าวด้วยความจริงใจ ตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเราเชื่อว่าเราคุยกันได้ และเราเชื่อว่าการปรองดองของประเทศนั้น คือการปรองดองของคนทั้งประเทศ ดิฉันเข้าใจกับการสูญเสียสามีและลูก ไม่อยากเห็นความสูญเสียนี้เกิดขึ้นอีกกับคนไทยทั้งประเทศ ขอย้ำอีกครั้งว่าพรรคเพื่อไทยแสดงความจริงใจ จึงขอโอกาสพรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชน


ขอให้ อัลเลาะห์ จงคุ้มครอง ยามีล่ะห์ ยิ่งลักษณ์

*******
นโยบาย 3 ชายแดนใต้ ใครเหนือใคร?

ผมขอนำนโยบายเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ของแต่ละพรรคการเมือง ที่นำมาใช้ในการหาเสียง ลองเปรียบเทียบดูน่ะครับ

ว่า นโยบาย พรรคการเมืองใด ที่เข้าถึงและสามารถแก้ปัญหาไฟใต้อย่างแท้จริง หรือมันเป็นเพียงนโยบายขายฝัน

ทั้งนี้เฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นั้น มีพรรคการเมืองเพียง 3 พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และมาตุภูมิ เท่านั้น ที่มีสิทธิ์ ในการช่วงชิงที่นั่ง ส.ส. จำนวน 11 ที่นั่ง คือ จังหวัดนราธิวาส 4 ที่นั่ง ยะลา 3 ที่นั่ง และ ปัตตานี 4 ที่นั่ง

ส่วนพรรคอื่นๆอาจจะสอดแทรกจังหวัดละ 1 – 2 ที่นั่ง ซึ่งดูตามรูปการณ์แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เที่ยวนี้หนาวแน่ๆ

หนาวที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ต้องเจอกับ พรรคมาตุภูมิ ของบิ๊กบัง ที่ลูกพรรคพร้อมด้วยสมาชิกเป็นกลุ่มวาดะห์ ทั้งหมด ตรงนี้แหล่ะครับที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องหงายเก๋งอย่างไม่เป็นท่า

เอ้าเพื่อเป็นน้ำใจให้นิดหน่อย เอาจังหวัดนราธิวาสไป 1 ที่นั่ง จังหวัด ยะลา อีก 1 หรือ 2 ที่นั่ง ส่วนปัตตานี หมดสิทธิ์ครับ

หนาวที่ 2 หนาวนี้สำคัญมาก ถ้าหากวันนี้ ยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ชายแดนใต้ ได้รับการตอบรับจากสตรีไทยมุสลิมตามที่ผมเคยวิเคราะห์ไว้

นั่นย่อมหมายถึง 11 ที่นั่ง ส.ส. ในสามจังหวัดชายแดนใต้ พรรคประชาธิปัตย์ เอาไปเพียง 2 ที่นั่ง ส่วนอีก 9 ที่นั่ง พรรคมาตุภูมิ ของบิ๊กบังที่มั่นอกมั่นใจหนักหนา ก็จะหวั่นไหวขึ้นมาทันทีเหมือนกัน

จนถึงขั้นต้องใช้ แผน 1 เพิ่มเป็น 2 ก็เป็นได้ เพราะมิฉะนั้นแล้ว 9 ที่นั่ง ส.ส.จะถูกพรรคเพื่อไทยหยิบมาชมเชย 3- 4 ที่นั่งเป็นอย่างน้อย ตามประสาคนมักน้อย

สรุป การเลือกตั้งครั้งนี้ พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ทั้งหมดที่มีที่นั่ง ส.ส. จำนวน 53 คน พรรคประชาธิปัตย์ที่คุยนักคุยหนาว่าจะกวาดได้ทั้งหมดนั้น ขอหักธงว่า ยากส์...เอาไปแค่ 42 +- 1 ก็พอ


ทีนี้เราก็มาดูนโยบายของแต่ละพรรคที่นำมาหาเสียงในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนใต้ ดูบ้างน่ะครับ

*พรรคเพื่อไทย

- จะแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต้องการให้เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ เช่น กทม. และพัทยา

-โครงการสานความสัมพันธ์ ระหว่าง ไทย และซาอุดีอาระเบีย เพื่อเพิ่มโควตาให้ชาวไทยมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยไม่ต้องเสียค่ามัดจำ (นโยบายนี้ อดีตนายกทักษิณฯวางโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว)

- ส่งเสริมอาหารฮาลาล และพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในภาคใต้ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น

สั้นๆแต่เน้นถึงความเป็นจริงที่จับต้องได้

*พรรคประชาธิปัตย์

- ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกับ ศอ.บต. + อย่างจริงจัง

- ส่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ให้มีศักยภาพและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

- จัดตั้ง สภาพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะพื้นที่

- ฟื้นฟูการดำเนินการตามโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (IMT-GT) รวม 5 จังหวัด

- จัดตั้ง เขตพัฒนาพิเศษ พื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้สิทธิพิเศษทางธุรกิจ

- ส่งเสริมการประมงโดยการเจรจากับต่างประเทศ

- ขยายผลโครงการอาหาร ฮาลาลให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่

- เปิดโอกาสให้มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการพัฒนากับประเทศอื่น ๆ

- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

- พัฒนาการศึกษาโดยคำนึงถึงศักยภาพและเอกลักษณ์ของพื้นที่

- แสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ เพื่อการพัฒ

- จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นทุกกลุ่มศาสนา

-ให้มีรัฐมนตรีรับผิดชอบเฉพาะโดยตรงและขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

เพ้อฝัน ฝันเปียก ฝันแฉะไปเรื่อยเปื่อย

*พรรคมาตุภูมิ

พรรคมาตุภูมิเสนอทางออกการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการ

- จัดตั้งทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการรวมทุกหน่วยงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา จะรวมอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการทบวง มีฐานะเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ซึ่งจะทำให้การทำงานมีเอกภาพ ไม่ซ้ำซ้อน และไม่มีช่องโหว่ที่เป็นปัญหา โดยจะมีการจัดตั้งสภาผู้นำท้องถิ่นและสภาผู้นำศาสนาขึ้นมาบริหารแต่ละ พื้นที่แทน

โดยพรรคมาตุภูมิใช้สโลแกนในเรื่องนี้ คือ " นำพาสันติสุขสู่แดนใต้ สานสัมพันธ์อันดีกับซาอุดิอาระเบียและโลกมุสลิม"

ขายฝัน มุ่งหวังงบประมาณ

ท้ายนี้ขอตบท้ายด้วยการถีบหน้าไอ้เทพถ่อยเสียหน่อย ในฐานไม่วางตัวเป็นลูกผู้ชาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในวันนี้กังวลว่าประชาชนจะเทใจให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าว ว่า ตนไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนั้น การสร้างภาพมันเป็นอีกเรื่อง การหาคะแนนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนคิดว่าประชาชนในพื้นที่คงไม่ลืมว่าช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯได้ทำร้ายคนในพื้นที่อย่างไรบ้าง ฉะนั้นตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้รับคะแนนสนับสนุนจากประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้


ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ ว่า การเลือกตั้งหนนี้เป็นการขับเคี่ยวที่สูสีแต่ยังเชื่อว่าพรรคของเขาจะชนะ แม้โพลล์สำรวจจะออกมาว่ายังตามหลังคู่แข่งพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่ได้คาดการณ์ว่า จะเกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของความไร้เสถียรภาพทางการเมืองหากพรรคฝ่าย ค้านได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่

พูดง่ายๆว่าแพ้แล้วจะพาลว่างั้นเหอะ...

นี่ล่ะครับ วีรบุรุษเหมีย ตัวจริงของจริง (เหมีย ภาษาใต้ > หน้าตัวเมีย)

*************
ภาพชุดยามีล่ะห์ยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ชายแดนใต้







ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร เดินทางด้วยเครื่องบินไปพบพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในภาพนี้พบพี่น้องชาวนราธิวาส โดยพี่น้องสตรีมุสลิมที่คลุมฮิญาบแดงมาต้อนรับได้คลุมฮิญาบแดงให้ และได้รับการจุมพิต+สวมกอดจากเด็กชาวมุสลิม และสตรีมุสลิมอย่างชื่นใจ เมื่อ 14 มิ.ย. (คลิ้กชมภาพชุดเต็มอิ่ม)

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 6/14/2011 07:21:00 หลังเที่ยง Share on Facebook

http://thaienews.blogspot.com/2011/06/blog-post_6221.html



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน