แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

เด็ด"วิเชียร"เปลี่ยน"ถวิล"สะเทือนถึง "ประยุทธ์"



โดย Thaksinmove by Asia Update เมื่อ 2 กันยายน 2011 เวลา 12:02 น.

เด็ด"วิเชียร"เปลี่ยน"ถวิล"สะเทือนถึง "ประยุทธ์"

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (Th)

ยุทธการ เด็ด "บิ๊กน้อย" พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จากเก้าอี้ ผบ.ตร. ก่อผลสำเร็จและแรงสั่นสะเทือนเกินคาด โดยเฉพาะการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของ "บิ๊กน้อย" จากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

หากนี่ไม่ใช่แผนหลอกกัน ให้ตายใจ...ต้องยอมรับว่าเป็นการประเดิม "งานใหญ่" คล้ายแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่จะต้องมีอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายระลอก เหตุเพราะการโยก พล.ต.อ.วิเชียร ไปนั่งเลขาธิการ สมช. ทำให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่นิ่งๆ เงียบๆ อยู่ดีๆ กระเด้งกระดอนไปตบยุงที่สำนักนายกฯ

เป็น นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ทำหน้าที่เลขานุการ ศอฉ. หรือศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วงปฏิบัติการปราบม็อบเสื้อแดงปีที่แล้ว!! แม้นายถวิลจะยืนกรานว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบังคับ คือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่เขียนเอาไว้ชัด ไม่ใช่เสนอตัว แต่ตำแหน่งนี้ก็เสมือนหนึ่งเป็น "สัญลักษณ์" ของการสลายม็อบเสื้อแดงซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับตรงๆ ว่าเป็น "เนื้อเดียว" กันกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย การกระแทก พล.ต.อ.วิเชียร แล้วแคนนอนไปยัง นายถวิล จึงย่อม "ได้ใจ" คนเสื้อแดงไปด้วยในตัว

ขณะที่การ "จัดแถว" ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะเริ่มกันอย่างขมีขมันในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางกระแสข่าวว่า "โผจากดูไบ" พิมพ์ส่งกันมาเรียบร้อยเสร็จสรรพแล้ว และผู้ที่จะมีอำนาจจัดโผตามกฎหมาย ก็คือ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะตั้งใครไปไม่ได้นอกจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 พี่ชายของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ดามาพงศ์) อดีตภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นอำนาจที่ได้รับการรับรองจากการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยที่ตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ และ พล.ต.อ.วิเชียร เป็นรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ว่านายตำรวจที่รักษาราชการแทนมีอำนาจเต็มเทียบเท่า ผบ.ตร.ทุกประการ รวมทั้งการจัดโผด้วย แล้วอย่างนี้รัฐบาลจะทำเหนียมไปตั้ง "คนอื่น" มาขัดตาทัพทำไม

หนำซ้ำหากทำเอียงอาย ก็ต้องย้อนถาม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ในฐานะอาวุโสอันดับ 1 ว่าจะออกมาโวยวายเหมือนในรัฐบาลที่แล้วหรือไม่ถ้าไม่ได้รับแต่งตั้งเป็น รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ทั้งๆ ที่ตัวเองอาวุโสอันดับ 1 และหลังจากนั้นการปรับย้ายนายตำรวจที่มีโอกาสถึงขั้น "ล้างบาง" จะเกิดขึ้นแน่นอน

เริ่มตั้งแต่ตำแหน่ง "ผบ.ตร.น้อย" อย่างผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่มีข่าวแว่วว่า พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) อดีตผู้การกองปราบที่ถูกเด้งเข้ากรุหลังปฏิวัติ และมีศักดิ์เป็นหลานเขยของคุณหญิงพจมาน มายืนรอทวงความเป็นธรรมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับตำแหน่งผู้บัญชาการภาค โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู สามีของ "แม่เลี้ยงติ๊ก" ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ขุนพลภาคเหนือของประชาธิปัตย์ ถ้าไม่ถูกงัดออกจากเก้าอี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลก

นอกจากนั้นก็เป็นผู้ บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ผู้การจังหวัด" ที่จะถูก "จัดแถวใหม่" โดยเฉพาะในโซนอีสานใต้เพื่อล้างขั้วอำนาจของพรรคภูมิใจไทย ย้อนกลับไปที่ พล.ต.อ.วิเชียร คาดว่าคงอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ได้ไม่นาน และคงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะใจกว้างให้นั่งถึง 2 ปีจนเกษียณอายุราชการ เพราะตำแหน่งนี้ไม่มี "เกราะป้องกัน" จะเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้

แรงสั่นสะเทือนยังไม่หมดแค่นั้น เพราะหากย้อนดูปูมประวัติของ พล.ต.อ.วิเชียร จะพบว่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 28 ซึ่งเทียบเคียงรุ่นเดียวกับนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวขบวนบูรพาพยัคฆ์ ปฏิบัติการเชือด พล.ต.อ.วิเชียร อย่างง่ายดาย ด้วยการสร้างกระแสทำลายทั้งชื่อเสียงและผลงาน ทำเอานายทหาร ตท.12 เคร่งเครียดกันไม่น้อย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คือการเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ.ที่ชื่อ "ประยุทธ์" ออกไปให้พ้นทาง เพราะไม่ต่างอะไรกับ "ศัตรูตัวฉกาจ" ของขบวนการคนเสื้อแดง

และหอกข้างแคร่ของรัฐบาลเอง แต่การย้ายทหารไม่ง่ายเหมือนย้ายตำรวจ เพราะมีพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ล็อคอยู่ มาตรา 25 ของกฎหมายฉบับดังกล่าวเขียนเอาไว้ว่า การพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงและส่วนราชการใน กองทัพไทยให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการนั้นแต่งตั้งขึ้นแล้วเสนอ คณะกรรมการตามวรรคสามพิจารณา คณะกรรมการที่ว่าเปรียบเสมือน "บอร์ดสูงสุด" ของกองทัพ หลายคนเรียกว่า "7 อรหันต์" ประกอบด้วย รมว.กลาโหม เป็นประธาน รมช.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นกรรมการ และปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ

แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มี รมช.กลาโหม ทำให้ "บอร์ดสูงสุด" เหลือเพียง 6 คน จะเห็นได้ว่าแค่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ 3 เหล่าทัพแพ็คกันหมดไม่แตกแถว ฝ่ายการเมืองอย่าง รมว.กลาโหม ก็แทบทำอะไรไม่ได้เลยในเรื่องแต่งตั้งโยกย้าย นี่เองที่ทำให้โครงการ "สร้างรัฐตำรวจ" อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อคานอำนาจทหาร โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องเกิดขึ้น ด้วยการปลด ผบ.ตร.เป็นปฐมฤกษ์

แล้วใช้ตำรวจหรืออดีต ตำรวจเข้าดูแลงานด้านความมั่นคงทั้งระบบ แม้แต่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็มีชื่อเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองฯคนใหม่ เป็นการปลด ผบ.ตร.จาก ตท.12 ให้สะเทือนขวัญเพื่อนร่วมรุ่นในกองทัพ เพื่อโดดเดี่ยว พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหี่ยวเฉาและหมดฤทธิ์ไปในที่สุด!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน