แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

69รหัสกรรมสมุนบริวารเผด็จการต้านประชาธิปไตย เจ๊งตายคุก!มาพร้อมกันในวันเดียวไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

ข่าว เช้าวันนี้ ดุสิตประธานหอการค้าตาย ประวัติเคยออกโรงหนุนปชป.พลิกขั้วตั้งรัฐบาล ตามบี้เสื้อแดงทุกเม็ดมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปปช.ฟันหญิงเป็ดโดยกล้าณรงค์ก๊วนคตส.บี้ทักษิณมาด้วยกัน เด็กเนวินเจ้าของวาทะ"รู้ไหมสู้อยู่กับใคร"โดนด้วย หนังคนโขนโดนคว่ำบาตรเจ๊งสนิท นักวิชาการพธม.โร่พบศาลวันนี้หลังโดนหมายจับคดียึดสนามบิน หางแถวเซ่นคุกนำร่อง1รายหลังลอยนวลมา 3 ปี

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในวันเดียวกันคือวันที่ 6 เดือน 9 หรือเมื่อวานนี้ นี่อาจเป็นรหัสกรรม"69"หรือไร..?


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 กันยายน 2554

ดุสิตประธานหอการค้าตายแล้ว จับตาซิเมนต์ไทยจะส่งใครนั่งแทน


นาย ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสียชีวิตลงในวัย 64 ปี ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 6 กันยายน 2554 หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มาได้ระยะหนึ่ง

นายดุสิต เคยได้รับทุนจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (ยูซีแอลเอ) สหรัฐอเมริกา และเป็นลูกหม้อเครือซิเมนต์ไทยมาจนเกษียณอายุ จากนั้นได้รับตำแหน่งเป็นประธานหอการค้าไทยต่อจากอดีตผู้บริหารเครือซิเมนต์ ไทยอีกราย แบบที่คนวงในมองว่าพลิกผัน เพราะมีแคนดิเดตรายอื่นอยู่แล้ว

จึงน่าสนใจว่าประธานหอการค้าคนใหม่ยังจะเป็นคนจากเครือซิเมนต์ไทยต่อไปอีกหรือไม่

ในทางการเมืองนายดุสิตมีบทบาทสำคัญตอนเป็นรองประธานหอการค้าไทยเมื่อออกมา แถลงข่าวร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯและสมาคมธนาคารไทยในปี2551หลังพันธมิตรยึด สนามบิน และศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนขั้วมาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล และเมื่อได้เป็นประธานหอการค้าแล้วก็ออกมาปกป้องรัฐบาสประชาธิปัตย์อย่างต่อ เนื่อง และเมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังจัดตั้งครม.เขาให้ความเห็นว่า ทีมงานเศรษฐกิจไม่มีใครเป็นที่รู้จักเลย อยากให้มีคนฉลาดๆมาเป็นรัฐมนตรี

(อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:
เบื้องหลังการกวนตีนจากสภาหอการค้า-การต่อต้านค่าแรง300จากสภาอุตฯ องค์กรซ่อนเงื่อนของใคร..? )

ปปช.ฟันอาญาหญิงเป็ดโกงงบหลวงไปทอดกฐินผิดถึงคุก


นายกล้าณรงค์ จันทิก โฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเรื่องกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กับพวก จัดสัมมนาโครงการ สตง. ในความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาเป็นเท็จ โดยมีวัตถุประสงค์นำบุคลากรสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2546 ณ จังหวัดน่าน

พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเจตนานำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ไปถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน โดยจัดโครงการสัมมนาเพื่อให้ผู้ร่วมเดินทางสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากทาง ราชการได้โดยมิชอบ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ คุณหญิงจารุวรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ฟ้องคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจกับคุณหญิงจารุวรรณ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 92 และมาตรา 97 (
อ่านรายลฃะเอียดข่าว)

ทั้งคุณหญิงจารุวรรณแลนายกล้าณรงค์เป็นคนที่คณะรัฐประหาร19กันยาใช้ให้ทำ หน้าที่สอบสวนว่าอดีตนายกฯทักษิณโกงสารพัดเรื่อง แต่ไร้หลักฐานต่องมาลงเอยที่เรื่องเซ็นชื่อให้เมียซื้อที่ดิน นำไปสู่การตัดสินจำคุก 2 ปี

ปปช.ฟันเด็กภูมิใจห้อยอีกราย เจ้าของวาทะ"รู้ไหมสู้อยู่กับใคร..."


นายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงวันที่ 6 กันยายน ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายศุภชัย โพธิ์สุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โน้มน้าวให้ประชาชนที่มาร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมของกรมพัฒนาที่ดิน ที่โรงแรมริมปาว จ.กาฬสินธุ์ ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย

หลังจากทำพิธีเปิดอบรมแล้ว นายศุภชัยได้รับเชิญไปพูดบนเวทีกับผู้เข้ารับการอบรมที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สกลนคร โดยปราศรัยขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งซ่อม จ.สกลนคร จะได้รับงบประมาณต่างๆ มากมาย และจะให้ค่าตอบแทนหมอดินอาสา เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายศุภชัยมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัคร และมาตรา 137 กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้ ตัวเอง หรือพรรคการเมืองใด ด้วยวิธีการการจัดทำ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงิน ได้แก่ผู้ใด

ในตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน นายศุภชัยย้ายไปอยูกับพรรคภูมิใจไทยของกลุ่มนายเนวืน ชิดชอบ และแปรพักตร์ไปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯรัฐมนตรี เขาสร้างวาทกรรมแห่งวปีขึ้นมา เมื่อนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้างว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้โทรศัพท์มาคุยกับทีมงาน โดยระบุถึงเหตุผลที่กลุ่มเพื่อนเนวิน ต้องไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ โดยมี เหตุผลหนึ่งที่รับไม่ได้ ที่ระบุว่า "

รู้ไหม ขณะนี้ กำลังสู้อยู่กับใคร สู้อยู่กับสถาบันฯ ไม่มีทางชนะหรอก "

นอก จากนี้ในช่วงเช้าได้ประสบกับตัวเอง เมื่อได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนาย ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้เหตุผลเหมือนกัน หากไม่เป็นความจริง ก็ให้ทั้งสองคนออกมาปฏิเสธ


หนังคนโขนของศรัณยูเจ๊งสนิทโดนคว่ำบาตรเข้าสัปดาห์ที่2รายได้ไม่คุ้มทุนไทยเข้มแข็งที่อภิสิทธิ์ประเคนให้


เจ๊งสนิทหมดสิทธิ์ลุ้นแล้ว-หนังคนโขนสัปดาห์ที่2รายได้ วูบเหลือแค่1.5ล้านบาท รวมรายได้ทั้งหมดไม่ถึงทุนสร้าง8.58ล้านบาท ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์นำเงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งมาประเคนให้เป็นทุนสร้าง ส่วนสาเหตุเจ๊งพูดกันแซ่ด"เป็นการมาตรการคว่ำบาตรที่คนไทยใช้ลงโทษพันธมิตร"


เว็บไซต์ เอ็นเตอร์เทนวีคลี่ รายงาน
Thailand Box Office อันดับหนังทำเงินในบ้านเราประจำสุดสัปดาห์ที่ 1 - 4 ก.ย. 2554 ซึ่งเป็นรายงานล่าสุดที่ออกเผยแพร่ในวันนี้ ปรากฎว่า สัปดาห์ที่ 2 หนังเรื่องคนโขนของศรัณยู วงษ์กระจ่างเข็นไม่ขึ้นทำเงินเพิ่มมาได้เพียง 1.5 ล้านบาท รวมกับตั้งแต่เข้าโรงทำได้เพียง6.9ล้านบาท ซึ่งก็ยังไม่ถึงทุนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ให้มาทำหนัง8.58ล้านบาท

คนโขนร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 9 รั้งรองบ๊วยจากท้ายตาราง ส่วนหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ ภาค 4 ศึกนันทบุเรง ก็หล่นลงจากอันดับ 3 ในสัปดาห์ก่อนมาอยูที่ 7 ทำเงินเพิ่มเพียง 2.8 ล้านบาท รวม 3 สัปดาห์ 128.8 ล้านบาท ยังห่างจากเป้าที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาท ขณะที่หนังเรื่องบางกอกกังฟูที่เข้าใหม่เป็นแชมป์ประจำสัปดาห์ทำเงินได้ 6.5ล้านบาท

มีการให้ความเห็นในห้องเฉลิมไทย เว็บไซต์พันทิปว่าคนโขนโดนคนไทยคว่ำบาตรลงโทษทางสังคมแก่แกนนำพันธมิตรที่ เป็นเจ้าของหนัง เพราะเห็นว่าทำผิดปิดทำเนียบ ยึดสนามบินแล่วไม่ติดคุกซะที(ดูรายละเอียดข่าว:
ปิดฉากคนโขนโดนคว่ำบาตรเจ๊งสนิทหมดสิทธิ์ลุ้น)

นักวิชาการพันธมิตรโดนตามจับ ฐานไม่ยอมรายงานตัวคดียึดสนามบิน

วาน นี้ (6 ก.ย.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่ง นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 614/616/618 ถนนประชานิเวศน์ 2 ระยะ 3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านทรงยุโรป 2 ชั้น หลายหลังปลูกติดกันบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของนายปราโมทย์ นาครทรรพ หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยังไม่ได้เดินทางไปรายงานต่อศาลอาญาในคดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย จากกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา จนทำให้ศาลอาญาออกหมายจับในเวลาต่อมา

นายความส่วนตัว นายปราโมทย์ กล่าวว่า นายปราโมทย์ ยินดีจะไปพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ตามนัดหมาย ไม่ได้หลบหนีคดี เพียงแต่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมา เนื่องจากเห็นว่ารุนแรงเกินไปและไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (7 ก.ย.)จะเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลอาญา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เห็นว่า ไม่ได้คิดหลบหนีจากข้อหาดังกล่าวที่ไม่เป็นธรรม


เริ่มแล้วคดียึดสนามบินผ่านไป3ปีถึงคุกแล้ว แม้จะเป็นหางแถว

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตำรวจคุมตัวนายไชยพร เกิดมงคล อายุ 59 ปี หรือ จุ๋ม ด่านเกวียน ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญ หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ เข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร หรือร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ทำลายหรือทำให้เสียอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยานที่ให้ บริการการบินพลเรือน หรือทำให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง โดยใช้กลอุปกรณ์ วัตถุ หรืออาวุธใดๆ และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่า อากาศยานนั้น และ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ

ตามคำร้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ ประกาศสงครามครั้งสุดท้าย ระดมมวลชนเพื่อชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ต่อมาระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2551 แกนนำและผู้ปราศรัยได้ร่วมกันขึ้นเวลาทีที่ทำเนียบรัฐบาล พูดปราศรัยเรียกระดมมวลชนให้มาชุมนุม และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 แกนนำจึงได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมเดินทางไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้เครื่องบินของนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลงจอดได้ จากนั้นมีการตั้งเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง

โดยผู้ต้องหาได้ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อปลุกระดม ปลุกเร้า ให้กำลังใจแก่ผู้ชุมนุม และในระหว่างการชุมนุม มีผู้ชุมนุมได้ทำความเสียหายต่อบุคคล เจ้าหน้าที่ และทรัพย์สินท่าอากาศยาน อาทิ ประตู ท่อแอร์ สายโทรศัพท์, มีการนำผ้าคลุมมาปิดกล้องวงจรปิดของท่าอากาศยาน, การ์ดพันธมิตรตั้งด่านตรวจค้นปิดทาง การจราจรภายในท่าอากาศยาน ปิดถนนเส้นทางการจราจรสายหลักบนถนนวิภาวดี ผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน มีการติดตั้งจานรับสัญญาณโทรทัศน์ ใกล้กับเสาสัญญาณเรดาห์ ทำให้เกิดสัญญาณขัดข้อง มีการ์ดพันธมิตร บุกรุกหอบังคับการบินสุวรรณภูมิ และหลังจากยุติการชุมนุม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ อาวุธ เช่นระเบิดปิงปอง ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2554 เวลา 13.00 น. ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายไชยพร ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2383/2554 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่บริเวณหน้าร้านอำแดงเซรามิค ถ.นครราชสีมา-โชคชัย เลขที่ 44 หมู่ 4 ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ทั้งนี้พนักงานสอบสอบได้ควบคุมผู้ต้องหาจะครบกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขออำนาจศาลฝากขัง มีกำหนด 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2554 พร้อมทั้งขอคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง

http://thaienews.blogspot.com/2011/09/blog-post_2963.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน