แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บทบาทกองทัพ


รูปภาพของอยู่เย็น พรหมมุนี

ตราบใดที่สถานการณ์ทางการเมืองยังเต็มไปด้วยแตกแยกและขัดแย้ง ทั้งยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กระแสข่าวการปฏิวัติรัฐประหารหรือเรื่องอำนาจพิเศษก็ยังมีความเป็นไปได้ตลอดเวลาสำหรับการเมืองไทย ไม่ใช่แค่รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพหรือนักการเมืองคอร์รัปชัน

เพราะผู้นำกองทัพที่เคยประกาศจุดยืนเป็นทหารอาชีพ และกลับเข้ากรม กอง หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 นั้น ถูกทำลายหมดสิ้นหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แม้ผู้นำกองทัพในปัจจุบันจะแสดงจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตย และตระหนักดีว่าการปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่การแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างแท้จริง ทั้งยังมีแต่ทำให้บ้านเมืองถอยหลัง

ดังนั้น กองทัพต้องทำให้สังคมเชื่อถือและมั่นใจในบทบาทของกองทัพที่จะไม่กลับมายุ่งเกี่ยวกับอำนาจทางการเมือง หรือไม่ให้การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกองทัพ ไม่ว่าการเมืองจะเกิดปัญหาอย่างไรก็ต้องแก้ไขไปตามกลไกทางการเมือง ไม่ใช่กองทัพออกมาปราบปรามประชาชนเหมือนเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ทำให้กองทัพเป็นอัศวินม้าขาว แต่กลับทำให้กองทัพวันนี้เข้าสู่จุดเสื่อมและวิกฤต เหมือนสถาบันตุลาการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น ตุลาการวิบัติมากกว่า ตุลการวิวัฒน์

อย่าง ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ภาควิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัย บทบาททหารกับการเมืองโดยพูดถึงการปฏิรูปกองทัพว่า กองทัพควรจะอยู่ตรงไหนในระบบการเมือง ไม่เช่นนั้นกองทัพอาจเกิดความแตกแยก ไม่ต่างจากสภาพสังคมที่แบ่งขั้ว แบ่งสี เพราะกองทัพเองก็ไม่ต้องการถูกดึงมาเป็นพลังทางการเมืองหรือฐานอำนาจทางการเมืองเหมือนในอดีต

แต่การปฏิรูปกองทัพไทยก็เป็นไปได้ยาก เพราะผู้นำกองทัพเองมองความมั่นคงในกรอบของกองทัพที่เกี่ยวโยงกับสถาบันต่างๆ และกลุ่มผู้มีบารมีที่ยังยึดโยงอยู่กับกองทัพ

แม้ตามรัฐธรรมนูญกองทัพจะทำงานภายใต้คำสั่งของรัฐบาล แต่โดยข้อเท็จจริงอำนาจของกองทัพกลับอยู่เหนือรัฐบาล ดังนั้น ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตทางการเมือง กองทัพก็จะถูกการเมืองดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม อย่างการใช้กฎหมายความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

กอง ทัพจึงแยกไม่ออกจาการเมือง แถมยังถูกมองว่าเป็นศัตรูกับประชาชนอีก ทั้งที่ปัญหามาจากฝ่ายการเมือง แต่กองทัพก็ต้องมีการปฏิรูปกองทัพเพื่อให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและสังคมโลก และให้เป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริง

กองทัพจึงต้องยอมรับความจริง และเริ่มต้นสร้างกรอบความคิดใหม่ทั้งหมด เพื่ออยู่ร่วมกับสังคมในปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างมั่นคง

*************************************
บทบรรณาธิการ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 12 ฉบับที่ 2986 ประจำวัน จันทร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2011
http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=48927

http://www.facebook.com/home.php#!/photo.php?fbid=165133703534965&set=a.163928396988829.34356.100001150083953

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน