แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จดหมายตบหน้า โดย กาหลิบ




คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง จดหมายตบหน้า

โดย กาหลิบ

ข้อ ความง่ายๆ ไม่กี่บรรทัดในจดหมายของสุภาพสตรีชาวอิตาเลียนคนหนึ่ง กำลังสร้างกระแสต่อต้านรัฐไทยอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประเทศอิตาลี ใครที่อ่านข้อความเหล่านี้แล้วจะรู้ทันทีว่า คนที่เปิดไฟเขียวให้ประชาชนถูกฆ่าอย่างทารุณเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ มีความวิปริตผิดเพี้ยนและมืดบอดในจิตใจจนไม่รู้แล้วว่าสถานการณ์ของตัวเอง เป็นอย่างไร

ถ้อยคำอันสุภาพแต่ด่าได้อย่างเนียนที่สุดนี้ จะชำแรกเข้าไปในจิตใจอำมหิตและโสมมของเขาทั้งสองคนและโคตรตระกูลได้บ้างหรือ ไม่ก็ไม่รู้ แต่คนไทยที่ได้อ่านทุกคนต่างมีความรู้สึกร่วมและอับอายแทนอย่างประมาณมิได้

สุภาพ สตรีท่านนี้คือ นางสาวอลิซาเบ็ตต้า โพเล็งกี้ ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของ นายฟาบิโอ โพเล็งกี้ นักข่าวอิตาเลียนผู้ถูกยิงตายกลางถนนในวันล้อมฆ่าประชาชนเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓เหตุที่เธอลุกขึ้นมาเขียนจดหมายประวัติศาสตร์ฉบับนี้ ก็เพราะเธอและครอบครัวได้รับบัตรเชิญตราครุฑจาก นายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม ประเทศอิตาลี ให้ไปร่วมถวายพระพรในงานเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

ครอบ ครัวโพเล็งกี้ทั้งครอบครัวขอให้อลิซาเบ็ตต้าเป็นตัวแทนเขียนจดหมายปฏิเสธคำ เชิญนี้ในทันทีในช่วงแรกของจดหมาย หากพูดอย่างไทยๆ เธออธิบายความรู้สึกของเธอและครอบครัวต่อคำเชื้อเชิญในครั้งนี้ว่า เธอรู้สึก สะอึก

เธอเขียนขยายความว่าทางการไทยจะให้เธอและ ครอบครัวมีความ ปลื้มปิติ” (“joy”) กับงานที่จัดฉลองในครั้งนี้ได้อย่างไร ในเมื่อสมาชิกผู้เป็นที่รักของเธอและครอบครัวถูกยิงตายอย่างเหี้ยมโหดในขณะ ทำหน้าที่สื่อมวลชนระหว่างประเทศตามจรรยาบรรณ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เธอชี้ด้วยว่าจนบัดนี้แล้ว ทางการไทยยังไม่ได้ให้คำตอบหรือความกระจ่างกับเธอและครอบครัวแม้แต่น้อยว่า เกิดอะไรขึ้นกับฟาบิโอ โดยเฉพาะประเด็นที่บาดใจที่สุดคือใครฆ่าเขา?

ก่อน หน้านี้ อลิซาเบ็ตต้าเดินทางมายังเมืองไทยเพื่อเร่งรัดหาคำตอบ และได้นำหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะรูปภาพมามอบให้กับทางการไทย แต่แล้วทุกอย่างก็หายเข้ากลีบเมฆ เสมือนว่าพี่ชายได้หายตัวไปในอากาศ” (“....disappeared into thin air...”)

เธอจึงเขียนต่อไปว่า คำเชิญเธอและครอบครัวไปร่วมงานฉลองในครั้งนี้ นอกจากจะแสดงความไร้มารยาทและความเย็นชาต่อชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งแล้ว ยังทำให้เธอหมดความมั่นใจว่าผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมพี่ชายของ เธอเยี่ยงการกระทำของสัตว์ป่านั้นจะมีคำตอบใดๆ รออยู่ที่ปลายอุโมงค์

แต่ ประเด็นที่สาธุชนทั้งหลายควรต้องอับอายกันเป็นพิเศษ คือครอบครัวโพเล็งกี้กล่าวประณามทางการไทยที่ได้เสนอจ่ายเงินชดเชยการตายของ นายฟาบิโอฯ

เธอกล่าวว่า เงินจำนวนนี้คือความพยายามในการปิดปากครอบครัวของเธอและพยายามจะพรากเกียรติยศฟาบิโอไปจากตัวเขา ครอบครัวโพเล็งกี้จึงขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิงกับพฤติกรรมที่ไร้ความเป็นมนุษย์ นี้

จดหมายระบุต่อไปอีกว่าการปฏิบัติเยี่ยงนี้ต่อฟาบิโอทำให้ ครอบครัวของเธอและชาวอิตาเลียนทั่วประเทศเชื่อว่า การเสียชีวิตของประชาชนชาวไทยผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนร้อยๆ นั้นคงปิดฉากลงโดยปราศจากคำตอบที่แท้จริงอีกเช่นกัน

จดหมาย ฉบับนี้เขียนขึ้นง่ายๆ และยาวเพียงหนึ่งหน้ากระดาษ แต่เสมือนจิกเข้าไปในหน้าหนาๆ ของเผด็จการโบราณของไทยที่มีความสุขอยู่ท่ามกลางเลือดและน้ำตาของผู้ บริสุทธิ์ จนทะลุเข้าไปได้

จดหมายฉบับนี้จะได้รับการถ่ายทอด ต่อกันไปอย่างไม่สุดสาย เพื่อให้โลกเห็นว่าคนไทยที่ใจดีมีเมตตาธรรมกันถ้วนทั่วนั้น ถูกปกครองด้วยคนใจชั่วที่หลบอยู่หลังรูปทองอย่างไร

และจดหมาย ฉบับนี้ก็จะเป็นนาฬิกาปลุกอีกเรือนหนึ่งที่จะทำให้ชาวไทยในภวังค์ได้ลืมตา ตื่นขึ้นมายอมรับความจริงอันเจ็บปวดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า...

เขาไม่ใช่คนดี.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน