แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

"ยึดมั่น-ถือมั่น"

สรกล อดุลยานนท์

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 มติชน 6 เมษายน 2556

 

จรัญ ภักดีธนากุล


ทุกครั้งที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ผมจะนึกถึงคำพูดของ "จรัญ ภักดีธนากุล" ขึ้นมาทุกครั้งไป

ขออนุญาตย้อนอดีตหน่อยครับ

เพื่อไม่ให้ใครดูถูกว่าคนไทยลืมง่าย

ก่อน วันลงประชามติว่าจะ "รับ" หรือ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการ "ดีเบต" กันระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2550

"จรัญ" อยู่ในฝั่ง "เห็นด้วย" เพราะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 มากับมือ

และนี่คือคำพูดของ "จรัญ" วันที่เป็น "รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ"

ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" ในวันนี้

ลองทบทวนความทรงจำกันอีกครั้ง

"ผม เองในฐานะได้รับมอบหมาย จากคณะผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับให้สรุป ผมก็ต้องสรุปอย่างนี้ครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เรายอมรับว่าไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด

แต่เรามองว่า มันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดของการกลับคืนมาแห่งอำนาจของประชาชนอย่างราบรื่น.. ..ชัดเจน ..แน่นอน

จุดที่สองครับ การที่เราลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ จะให้ผลดีคือ ยุติระบบปฏิวัติรัฐประหารทันที

คมช. สิ้นสภาพทันที

ส่วน ว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ดี มีข้อบกพร่อง มีบางจุดหลายจุดที่ท่านนำเสนอมานี้ เราเริ่มกระบวนการแก้ไข การแก้ไขนี้ผมอยากจะให้ เราทำแบบเมื่อปี 2540

เราเสนอแบบให้ 50,000 คนเท่านั้นครับ! แล้วก็ ส.ส.ในสภา 1 ใน 4 เท่านั้นครับ

เสนอแก้ไข ′มาตราเดียว′ แบบที่เราเริ่มทำในปี 2540 แล้วให้กระบวนการนั้นจัดทำกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนขึ้นใหม่

ถ้า เราเดินอย่างนี้มันจะราบรื่นกว่าที่เราจะใช้วิธีการว่า เอาล่ะ! เราล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วคาดหวังว่า คมช. กับ ครม. จะหยิบร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในอดีต มาปรับปรุงให้ดีกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่เรากำลังทำนี้

ท่านครับ ท่านไม่มีอะไรไปบังคับเขาได้นะครับ! ไม่มีเลย นี่เป็นความคาดหวังของเรา แล้วถ้าไม่เป็นไปตามที่เราคาดละครับ อะไรจะเกิดขึ้น

แต่ ถ้าเรารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะดีจะเลว เราได้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประเทศ เราได้อำนาจอธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชน

แล้วหลังจากนั้นครับ เราช่วยกันเถิดครับ ช่วยกันพาประเทศนี้เข้าสู่กระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ที่เราทุกคนอยากได้อีกครั้งหนึ่งเถิดครับ"

ใครที่ฟังในวันนั้นจะยอมรับเลยว่า "จรัญ" พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและจริงใจมาก

ทุกคนเชื่อว่า "จรัญ" คิดอย่างนั้นจริงๆ

คือ 1.ให้ "รับร่าง" ไปก่อน เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยคืนมา

และ 2.รับแล้วค่อย "แก้ไขใหม่" แบบปี 2540 เพราะการเสนอแก้ไขง่ายมาก

แต่ "ความเชื่อ" ของเขาถูกต้องเพียงแค่ครึ่งเดียว

คือ "รับร่างไปก่อน"

ส่วนการแก้ไขใหม่ง่ายๆ ไม่จริง เพราะแก้ไขยากมาก

จะแก้ไขมาตราเดียว เพื่อทำแบบ ส.ส.ร.ปี 2540 ก็ไม่ได้

จะแก้ไขรายมาตราก็มีคนกล่าวหาว่าจะล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

ผมนึกถึงคำพูดของ "จรัญ" อีกประโยคหนึ่งในวันเดียวกัน

"สิ่งที่ผมพบว่าเป็นปัญหาจริงๆ อยู่ที่ความยึดมั่น ถือมั่น ของพวกเรากันเอง"

วันนี้ผมเชื่อแล้ว!!

เพราะมีบางกลุ่ม "ยึดมั่น-ถือมั่น" ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ห้ามแก้ไข

ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน



















 
 























 




ภาพจาก  http://thaienews.blogspot.com/2013/04/blog-post_6.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน