แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

"จุดเทียนดำไว้อาลัย" คำพิพากษาคุก 11 ปี "สมยศ พฤกษาเกษมสุข"



วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556
http://www.go6tv.com/2013/01/11.html?m=0

ประชาชนจุดเทียนดำ หน้าศาลอาญาไว้อาลัยต่อคำพิพากษา

วันที่ 23 มกราคม 2556  ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (23 ม.ค.) เวลา 10.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาเพื่อประชาธิปไตย และอดีตบรรณาธิการหนังสือวอยซ์ออฟทักษิณ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 กรณีเมื่อวันที่ 1-15 มี.ค. 53 นิตยสาร VOICE OF TUKSIN : เสียงทักษิณ ปีที่ 1 ฉบับที่ 15 ปักษ์หลัง กุมภาพันธ์ 2553 ได้ลงบทความ คมความคิด ของผู้ใช้นามปากกาว่า จิตร พลจันทร์ เรื่องแผนนองเลือด กับยิงข้ามรุ่น หน้าที่ 45-47 โดยเนื้อหาของบทความมีเนื้อหาแสดงความเกลียดชัง และมุ่งปองร้ายต่อพระเจ้าอยู่หัว
      
       คดีหมายเลขดำที่ อ.2962/2554 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมาก่อนหน้านี้ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มาตรา 3, 8, 29 และ 45 เรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น
      
       ต่อมาศาลได้นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐานทั้งหมดเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงตามฟ้องโดยมีเจตนาอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จากการลงบทความดังกล่าว ซึ่งการนำเสนอบทความลงตีพิมพ์นั้นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ซึ่งจำเลยเป็นถึงบรรณาธิการ จึงต้องมีวิจารณญาณในการตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปตีพิมพ์ และที่จำเลยอ้างว่า เมื่ออ่านบทความแล้วเข้าใจว่าเป็นการพูดถึงอำมาตย์นั้น ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงตัดสินให้จำคุกจำเลยใน 2 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมเป็น 10 ปี นอกจากนี้ยังให้นำโทษในหมิ่นประมาทฯ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ที่ศาลสั่งให้รอลงอาญาไว้โดยมีโทษจำคุก 1 ปีมาลงโทษเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากจำเลยได้กระทำความผิดซ้ำอีกในระหว่างรอลงอาญา รวมให้ลงโทษจำเลยเป็๋นเวลา 11 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญา
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษานายสมยศได้มีสีหน้าซีดเซียวและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ในขณะภรรยาและบุตรชายของนายสมยศเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจด้วยนั้นอยู่ในอาการเศร้าสลดเช่นกัน โดยมีกลุ่มที่ติดตามคดีหมิ่นเบื้องสูงทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสื่อจำนวนมากมาติดตามทำข่าวเต็มห้องพิจารณาคดีเกือบ 100 คน
      
       ภายหลังข่าวเผยแพร่ออกไป สำนักข่าวสำคัญในต่างประเทศต่างเผยแพร่ข่าวการจำคุกนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงคำพิพากษาดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน