แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สัมภาษณ์ จรรยา ยิ้มประเสริฐ: จากวิกฤติการเมือง-วิกฤติภัยธรรมชาติ อะไรคือทางออก?

ที่มา : ประชาไท

ท่ามกลางวิกฤตทางการเมือง และวิกฤตภัยธรรมชาติที่ถาโถมประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ การเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุย แลกเปลี่ยนถกเถียง ถึงสภาพการณ์ปัจจุบัน แนวทางแก้ไขและทางออกในสังคมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในครั้งนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวที่คลุกคลีและทำงานในขบวนการเรียกร้องสิทธิเพื่อแรง งานไทยและแรงงานข้ามชาติ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศมานานกว่า 20 ปี อีกทั้งเป็นเจ้าของงานเขียน เรื่อง “ไพร่สู้: บนเส้นทาง 78 ปี ประชาธิปไตย (2475-2553) หรือ Voter’s Uprising” และผู้จัดทำการลงรายชื่อเรียกร้องสหประชาชาติในช่วงการปราบปรามเมื่อเดือน พฤษภาคม รวมถึงเจ้าของเว็บบล็อกและเว็บไซต์ Time Up Thailand
การทำงานและงานเขียนของเธอ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการเผยแพร่ งานวิเคราะห์ วิจัย และวิพากษ์การเมือง สังคมและเศรษฐกิจไทย ที่เชื่อมโยงกับประเทศในอาเซียน และสังคมโลก อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในไทยด้วย ผู้เขียนจึงขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ตามนี้


ถาม: มีความเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง และการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนคนคนเสื้อแดงที่มีมาอย่างต่อเนื่องอย่างไร

ตอบ: มองสถานการณ์ตอนนี้ว่า ความตื่นตัวของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นจุดแข็ง แต่ท้ายที่สุดแล้ว เสื้อแดงเองก็ไม่ใช่คำตอบ

แต่คำตอบคือการขยายวงกว้างมากขึ้นของประชาชนที่รู้จัก ตระหนักเรื่องสิทธิ และลุกขึ้นมาจัดตั้งกระบวนการต่อรอง เข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกต่างๆ ในสังคม และทำหน้าที่การตรวจสอบจัดการกับรัฐ ไม่ใช่แค่การจัดการกับการคอรัปชั่นเพียงเท่านั้น แต่รวมไปถึงการจัดการกับระบอบอุปถัมภ์ที่ปลูกฝังในสังคมไทยมาอย่างยาวนานอีก ด้วย

คิดว่าการแก้วิกฤตการเมืองในขณะนี้ อาจต้องมองในภาพที่กว้างและไกล โดยการขยายและเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนสามารถลุกขึ้นมาทำงานได้อย่างสร้าง สรรค์มากขึ้นเพื่อสังคม นั่นหมายถึงทุกๆ ภาคส่วนในสังคมต้องช่วยกันแก้ไขวิกฤตที่ประเทศเผชิญอยู่ร่วมกัน จะบอกว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะที่กฎหมายไม่เที่ยงธรรม แต่การแก้วิกฤตการเมืองจะมองแต่กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราจะเห็นว่ามีผู้เล่นอยู่หลายตัว ทั้งพรรคการเมือง ข้าราชการ สถาบันต่างๆ ในสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม และสื่อ ทุกส่วนต่างมีบทบาทที่สำคัญ

สื่อออนไลน์กลับกลายเป็นความหวังอย่างหนึ่ง เพราะว่าภายใต้ระบอบการเมืองการปกครองของไทยไม่สามารถปราบลงได้ทั้งหมด สภาวะทางการเมืองในปัจจุบันจึงคิดว่ายังมีทางออก ส่วนหนึ่งก็ด้วยสื่อออนไลน์และช่องทางการสื่อสารผ่านในโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา ที่สื่อทางเลือกนั้นยังไม่เข้มแข็งพอ ปัจจุบันสื่อทางเลือกเข้มแข็งมาพอ ฟื้นตัวเร็ว และด้วยธรรมชาติของสื่อ ทำให้มันเติบโต หาช่องทางออกได้ [ภายใต้การบีบคั้น กดดันจากระบอบที่มีเสรีภาพจำกัดได้ -ผู้สัมภาษณ์]

อีกทั้งด้วยศักยภาพ และคุณภาพของคนที่สูงขึ้นด้วย ฉะนั้น “ประชาชนที่มีคุณภาพก็จะเรียกร้องให้เกิดสื่อคุณภาพสูงขึ้นด้วย” หากรัฐและสถาบันต่างๆ ในสังคมไทยเข้าใจในสิ่งนี้ เข้าใจโลกาภิวัตน์ เข้าใจมวลชน ก็ต้องปรับตัวไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะมิเช่นนั้นก็จะดำรงอยู่ในสังคมยากลำบากมากขึ้น

ถาม: จากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเวลานี้ และการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพ และล่าช้า สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางการเมืองที่เรื้อรังของไทยหรือไม่ อย่างไร

ตอบ: เมื่อมองวิกฤติภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะ นี้ นั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมต้องการจัดการที่ชาญฉลาด ซึ่งการจัดการที่ชาญฉลาดนี้ก็ต้องมาจากคนทำงานบริหารที่ชาญฉลาดด้วยเช่นกัน “ที่สำคัญคือการจัดการทางการเมืองที่ฉลาดนั้นจำเป็นมาก” การป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง ต้องเกิดจากการจัดการวางแผนมาอย่างยาวนาน

ประเทศไทย นับแต่การรัฐประหารปี 2549 จนถึงปี 2553 นี้ มีรัฐบาล 6 ชุดในช่วง 5 ปี กลไกทางการเมือง-รัฐบาลไม่สามารถวางแผน สร้างกลไก หรือมีโครงการใดๆ เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนและสังคมอย่างต่อเนื่องได้เลย นอกจากการเล่นเกมทางการเมือง

บัดนี้จึงถึงเวลาแล้ว ที่ประชาชนลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับสภาวะความขัดแย้งในสังคม วิกฤตการเมือง ความอยุติธรรมในสังคม ว่าใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งในครั้งนี้ และสถาบันใดก็ตามที่อ้างว่าไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้เอง ก็ต้องถูกตั้งคำถามด้วยว่าจริงหรือไม่

ในยามที่ประชาชนเรือนแสนลุกขึ้นมาเรียกร้องถือว่าประเทศตกอยู่ใน สภาวการณ์ที่ไม่ปกติ ทุกสถาบันในสังคมไทยต้องถูกตั้งคำถามต่อบทบาทหน้าที่ และความจำเป็นของการมีอยู่ของสถาบันตนในสังคมไทย และสังคมโลก เพราะท่ามกลางวิกฤตการเมืองเช่นนี้ ทุกภาคส่วนในสังคมต้องออกมารับผิดชอบร่วมกัน ทุกๆ ฝ่ายต้องช่วยกันหาทางออกและแก้วิกฤต

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมานี้ การที่สถาบันกษัตริย์อ้างว่าอยู่เหนือกฎหมาย แต่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทหารเข้ามามีบทบาทแทรกแซงทางการเมืองนั้นย่อมทำ ไม่ได้ ทหารถือว่าเป็นคู่อริ มีกรณีกับประชาชนมาโดยตลอด สถาบันฯ และทหารต้องปรับตัว และเข้าใจโลกาภิวัตน์ หรือสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ควรลุกขึ้นมาจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชาญฉลาด และแสดงท่าทีจุดยืนที่สนับสนุนประชาธิปไตยในประเทศอย่างจริงจังและจริงใจ

แม้ว่าในอดีตมีการพึ่งพิงทหารในการจัดการกับคอมมิวนิสต์ แต่เงื่อนไขแบบนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่คอมมิวนิสต์ชัดเจน แน่นอน และกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่ชอบทักษิณเท่านั้นอีกต่อไป แต่คนที่เข้ามาร่วมคือคนที่เข้าใจประชาธิปไตย เข้าใจสังคม และต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางสังคม การเมือง ซึ่งนับวันจะยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งคนเหล่านี้ต้องการให้ประเทศก้าวข้ามพ้นการเมืองน้ำเน่า ระบบอุปถัมภ์ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และกลุ่มคนเหล่านี้ รัฐบาลจะปรามได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดการให้มีระบบกติกาที่เป็นประชาธิปไตยที่ ยอมรับได้เพียงเท่านั้น

ถาม: นอกจากการตั้งคำถามกับสถาบันต่างๆ ในสังคม รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ในภาคขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ในระยะหลังมานี้ก็ถูกตั้งคำถามอย่างมากเช่น เดียวกัน ต่อประเด็นเรื่องการทำงานเพื่อประชาชนท่ามกลางความขัดแย้งทางเมืองที่เข้ม ข้นนี้ ในฐานะคนทำงานเคลื่อนไหวคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้

ตอบ: ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและองค์กรพัฒนาเอกชน ต่างๆ กลับไม่เน้นประเด็นเรื่องประชาธิปไตยเลย ทั้งๆ ที่ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนกระหายประชาธิปไตย แต่องค์กรที่ทำงานกับประชาชน และอ้างว่าทำเพื่อประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชน กลับไม่ออกมาเรียกร้อง เคลื่อนไหวเพื่อความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเลย

แม้ว่านักพัฒนาเอกชนหลายคน คัดค้านนโยบายลัทธิเสรีนิยมใหม่ เสรีทางการค้า และการแปรรูปในช่วงการบริหารงานของรัฐบาลทักษิณเป็นอย่างมาก แต่คำถามในวันนี้คือ รัฐบาลอภิสิทธิ์มีความต่างอย่างไรบ้าง รัฐบาลชุดนี้ก็เดินตามรอยทักษิณเช่นกัน อภิสิทธิ์เข้าสู่อำนาจได้ไม่นาน ก็กู้เงินธนาคารโลก เดินหน้าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ทำค้างไว้ตั้งแต่ปี 40 ในยุครัฐบาลชวน หลีกภัย จึงน่าสงสัยว่า เหตุใดองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ที่เคยคัดค้านเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้ออกมาต่อต้านการกระทำของรัฐบาล อภิสิทธิ์เลย

ไม่เพียงเท่านั้น หากประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย สุดท้ายแล้วการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชนทั้งไทย และต่างประเทศ องค์กรระดับภูมิภาคและนานาชาติ ก็จะทำได้ลำบากมากขึ้น ไร้เสรีภาพ และองค์กรเหล่านี้จะทำงานภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ได้อย่างไร การต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ปัญหาที่เกิดจากการพัฒนา ปัญหาความยากจนภายในประเทศ และในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นพม่า จะทำได้อย่างไร หากสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย และหน่วยงานที่ทำงานในประเทศไทยยังถูกริดลอน ถูกจำกัดอยู่เช่นนี้


ถาม: ประเทศไทยจะพัฒนาประชาธิปไตยในเติบโตได้อย่างไร หากยังมีกฎหมายที่ละเมิด และลิดรอนสิทธิมนุษยชน หรือจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอยู่

ตอบ: ใช่ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านประวัติศาสตร์ นับแต่กันยายน 2549 วิกฤติการเมืองซ้ำวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งและความเดือดร้อนไปทั่วทุกภาค บุคคลหรือฝ่ายที่มีอำนาจ มีบทบาททางการเมือง ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ลดความขัดแย้ง แต่กลับเป็นตัวเพิ่มความขัดแย้งในสังคมให้มากยิ่งขึ้น

จะเห็นว่า ปัจจุบันมีคดีเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพจำนวนกว่า 2,000 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ อีกทั้งจำนวนเว็บบล็อกและเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตั้งคำถามต่อสถาบันระดับสูงในสังคมไทย เป็นเว็บไซต์ที่กระทรวงไอซีทีต้องจับตามองและต้องปิดไปเนื่องจากเข้า ข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพ หากมองในมุมกลับแล้ว “ประเด็นที่สำคัญคือ อะไรกำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะเหตุใดจึงมีประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับสถาบันฯ เพิ่มมากขึ้น” ไม่ใช่มองเพียงแต่ว่าเป็นเว็บไซต์หมิ่นต้องปิดให้หมด

เพราะการปิดกั้นสื่อ การปกป้องสถาบันโดยไม่วิเคราะห์สถานการณ์ หรือเท่าทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม การปิดกั้นพื้นที่ในการถกเถียง แลกเปลี่ยนในสังคม โดยไม่พยายามสร้างความเข้าใจ และหากทางออก การปรับเปลี่ยนร่วมกัน ยิ่งจะทำให้ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว การไม่มองให้เห็นถึงภาพรวมว่า มีกลุ่มคนจำนวนมาก ทหาร ข้าราชการ นักการเมือง กลุ่มธุรกิจ กำลังได้รับผลประโยชน์จากความขัดแย้งทางการเมือง และได้รับประโยชน์จากการใช้ และการคุ้มครองกฎหมายหมิ่นฯ นี้อย่างเข้มแข็งอยู่นั้น นั่นก็ไม่ช่วยให้เราแก้ไขปัญหา หรือหาทางออกทางการเมืองได้

หากไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบหักมุมอย่างรุนแรง เช่นที่เกิดขึ้นในรัสเซีย เนปาล และฝรั่งเศส การเปิดพื้นที่ให้มีถกเถียง พูดคุยแลกเปลี่ยนในสังคม เกี่ยวกับการดำรงอยู่ บทบาทหน้าที่ของสถาบันต่างๆ ในสังคม ร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องปรับตัว

จึงขอย้ำว่าการยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ และการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง คนที่คิดต่างแล้วถูกจับกุม นักโทษคดีหมิ่นกว่าหนึ่งพันคน จะช่วยลดความขัดแย้ง และถือเป็นทางออกทางการเมืองที่ทำได้ในเวลานี้

ถาม: การมองถึงเชื่อมโยงปัญหาที่เกิดจากความไม่มั่นคงของการเมืองไทย ปัญหาการละเมิดสิทธิ ในช่วงเวลากึ่งทศวรรษมานี้ กับปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติที่เราเผชิญอยู่ ในระยะยาว จริงๆ แล้ว รัฐบาลชุดใดก็ตามที่เข้ามาบริหาร ควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไร

ตอบ: ปัญหานำ้ท่วมนำ้แล้งไม่ใช่วิกฤตที่แก้ไม่ได้ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราไม่มีกลไกระบบรัฐสภาที่ทำงานได้อย่างจริงจัง ต่อเนื่องเลย ไม่ได้มีการพูดคุย เตรียมแผนแก้ปัญหาวิกฤติใดได้ อีกทั้งวิกฤติเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงการ 2 แสนล้าน อย่างโขง-ชี-มูล หรือการสร้างเขื่อนแก่งเสื้อเต้นได้ การฟื้นคืนความชุ่มชื้นให้ภาคอีสาน ต้องคืนพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายมาตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่าน่มา ต้องฟื้นฟูระบบเกษตรผสมผสาน เกษตรที่ปลูกพืชหลากหลายให้กับประชาชน ไม่ใช่การส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อการส่งออกเท่านั้น

หากเรามีสภาพทางการเมืองที่ินิ่งพอ มีนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องพิ่งพิงเงินหลายแสนล้านบาท

กอปรกับเศรษฐกิจโลกขาลง จำนวนคนตกงานที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา และทั่วยุโรป ประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนย่อมได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้ และต่างก็ผลิตส่งออกสินค้าประเภทเดียวกัน หากกำลังซื้อในตลาดสหรัฐและยุโรปลดหายไป แรงงานไทยย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องเริ่มใช้หนี้ที่กู้มาในปีหน้า จำนวนเงินกว่า 8 แสนล้านบาท รัฐบาลจะนำเงินมาจากไหน

วิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก (climate change) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ประเทศต้องการรัฐบาล พรรคการเมือง และสถาบันต่างๆ ในสังคม ที่เข้มแข้งเข้ามาทำงานจัดการกับปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลที่เข้าใจโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงของโลก

นอกจากนี้ ขอยำ้ว่า การเข้ามาแทรกแซงของทหาร ที่พยายามบอกว่าจะลุกขึ้นมาปฏิวัติเพื่อความมั่นคงของประเทศชาตินั้น ทหารไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะทหารเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และเป็นตัวคุกคามความมั่นคงของชาติ และความเป็นอยู่ของประชาธิปไตยของชาติมาโดยตลอด

และ “รัฐบาลที่เป็นคนดีไม่ได้ช่วยอะไร รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจากคนดีก็ไม่ได้ช่วยอะไร” สิ่งที่ประชาชนต้องการในเวลานี้คือ “Democracy First, Election Now!” การเลือกตั้งที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.


.

รวมฮิตช็อตเด็ดทองมาร์คในเวทีโลก



ที่มา : ไทยอีนิวส์ , ดาวเมือง


มือที่มองไม่เห็น(ตัว)ของใคร?-เป็น ธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุมสุดยอดผู้นำนานาชาติ ต้องมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นตอนจบประชุม คือการจับมือประสานกันอย่างแน่นเหนียว แต่การประชุมอาเซียน-จีนหนล่าสุดที่ฮานอย มีบางมือของบางคนที่ผู้นำนานาชาติทำท่าไม่อยากสัมผัส(ภาพข่าว:REUTERS)



เฉลย..ยัง ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สำนักข่าวต่างประเทศแค่บังเอิญ หรือ ตั้งใจจะให้ภาพนายกฯหุ่นเชิด ของระบอบทรราชย์อำมาตย์ในเวทีโลก ออกมาเสมือนถูกรังเกียจจากผู้นำนานาชาติ แต่ดูแล้วภาพแนวนี้ออกมาถี่ หลังการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

สำนักข่าวต่างประเทศยิงช็อตเด็ด แสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อวันศุกร์ 29 ต.ค. แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาสัมผัสด้วยเช่นกัน


อีก ภาพ อภิสิทธิ์ไปประชุม UN ที่วอชิงตัน เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำท่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากโอบาม่า แต่เหมือนจะถูกเมิน ราวกับไม่มีตัวตนของเขายืนอยู่ตรงนั้น


อย่าง ไรก็ตามเขาได้รับการชดเชยด้วยการกระชับมืออย่างอบอุ่นแนบแน่นจากนายพลอาวุโส ตานฉ่วย เผด็จการมือเปื้อนเลือดรุ่นพี่ ขณะที่เจ้าตัวทำสีหน้าพะอืดพะอม เหมือนยังไม่ยอมทำใจรับสภาพ

Share on Facebook

สืบทอดอุดมการณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ รวมพลังกันสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์




โดย เปลวเทียน ส่องทาง
30 ตุลาคม 2553


คนจำนวนมากใช้ชีวิตเพียงเพื่อเอาตัวรอดในสังคมไปวัน ๆ หรือไหลไปตามกระแสนิยมก่อนจะหมดลมหายใจ ……

หลายคนยอมจำนนสวามิภักดิ์ต่ออำนาจนิยม หลงใหลกับอำนาจ แสวงหาประโยชน์ เงินตรา แม้อำนาจนั้นเป็นอำนาจที่ฉ้อฉล หรือ มีชีวิตเพียงเพื่อหาผลประโยชน์ที่ได้มาเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

แต่คนบางคนใช้ชีวิต มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะการได้ต่อสู้ ต่อต้านอำนาจที่ไม่ชอบธรรม มีชีวิตอยู่ได้เพราะความฝันใฝ่ ชีวิตที่มีอุดมคติ ปรารถนาในสังคมมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

และบางคนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าตราบที่เขาถูกรังแก ไม่ได้รับความยุติธรรม เขาพร้อมที่จะสละแม้กระทั่งชีวิต ซึ่งการเสียสละนั้นย่อมได้ปลุกให้ผู้คนตื่นจากการหลับใหลมาเนิ่นนาน………

เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 นายนวมทอง ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ (คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 )และได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2549 นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด)

โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ ที่ว่า



ตื่นเถิดเสรีชน

อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน

ดาบหอกกระบอกปืน

หรือทนคลื่นกระแสเรา


แผ่นดินมีหินชาติ

ที่ดาดาษความโฉดเขลา

ปลิ้นปล้อนตะลอนเอา

ประโยชน์เข้าเฉพาะตน



นวมทอง ไพรวัลย์ ได้สละชีพกระทำอัตวินิบาตรกรรม เพื่อให้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความหมายสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ความอัปยศอัปลักษณ์ของอำนาจรัฐประหาร


นวมทอง ไพรวัลย์ จึงเป็นสัญญลักษ์แห่งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่ปรารถนาถึงสังคมไทยเป็นสังคมที่มี “เสรีภาพ เสมอภาคและภราดรภาพ” ไม่ต่างไปจากความใฝ่ฝันของคณะราษฎร เมื่อปี2475 แต่อย่างใดเลย

อุดมการณ์ความคิดของ นวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลกได้รู้ว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ทำลายพัฒนาการของประชาธิปไตยในสังคมไทย และไม่ใช่เป็นหนทางในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

การรัฐประหาร เป็นการที่กองทัพ แทรกแซงครอบงำทางการเมือง กีดกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำลายระบบหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง ทำลายความเชื่อที่ว่า “คนเราทุกคนเท่ากัน”

การรัฐประหาร 2549 โดยกองทัพ เป็นความรุนแรงที่สุดของความรุนแรงทางการเมืองทั้งปวง ซึ่งได้ฉีกทำลายรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในการสร้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อุดมการณ์ความคิดของ นวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลกเข้าใจว่า อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูณ์ อำนาจนอกระบบเป็นอำนาจที่ครอบงำสังคมไทยมานมนาน

อำนาจนอกระบบชวนเชื่อให้ผู้คนเข้าใจผิดมาตลอดว่า ประชาชนเป็นเพียงไพร่ทาส หาใช่พลเมืองไทยที่มีสิทธิเท่าเทียมอำมาตย์ศักดินา แต่อย่างใดไม่

อุดมการณ์ความคิดของ นวทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลก พึงตระหนักว่า มีแต่ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะทำให้สังคมไทยเป็นดั่งอารยประเทศ ไม่ป่าเถื่อนล้าหลัง มีวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อุดมการณ์ความคิดของนวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลก ว่า “ประชาธิปไตย เป็นอนาคต เผด็จการ รัฐประหาร อำนาจนอกระบบ เป็นอดีต ” ซึ่งเป็นภารกิจของผู้รักประชาธิปไตยทุกคนที่ต้องรวมพลังสร้างประชาธิปไตยให้ สมบูรณ์

และไม่มีใครใหญ่จากไหน ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ย่อมมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

“อำมาตยาธิปไตย จงพินาศ ประชาธิปไตย จงเจริญ”

.

ภาพเหนือคำบรรยาย





ช่วยกันดูหน่อย ผมพูดไม่ออก




สายลมรัก


พิจารณา กันหน่อยครับ

ผมเห็นภาพแล้ว พูดไม่ออก

http://www.rajdumnern.net/showthread.php?tid=7218

ด่วน! คลิปศาลฯว่อน ระลอก 2 แฉ..โกงข้อสอบศาลฯ

พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย ตอนที่ 1

http://www.youtube.com/watch?v=iP4r-1isXJs
การปรึกษาหารือของตุลาการ( จรูญ, สุพจน์ ) เพื่อจะแก้ปัญหา คลิปที่ถูกบันทึกในกรณีที่พวกตัวเองลักลอบเอาข้อสอบไปให้ญาติและพวกตัวเองอ่านก่อนสอบ ชึ่งตุลาการเกือบทั้งคณะ สมคบกัน มีทั้งชื่อผู้ให้และผู้รับ ครบกันถ้วนหน้า .ยากที่จะแก้ตัวว่าถูกจัดฉากเพราะบทสนทนาคือคำสารภาพ ที่ล่อนจ้อน

พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย ตอนที่ 2

http://www.youtube.com/watch?v=4mDnFau3UUQ


พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย ตอนที่ 3

http://www.youtube.com/watch?v=bWQ9xT71sSU

ต้นฉบับ ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น สัมภาษณ์ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ฉบับเต็ม (รวมส่วนที่ไม่ได้ออกอากาศ)



http://www.go6tv.com/2010/10/blog-post_30.html?spref=tw


Robert Amsterdam from the International Law Firm Amsterdam & Peroff which represents former Prime minister Thaksin Shinawatra, yesterday gave an exclusive interview with MVTV's Wiboon Shamsheun via video link. Bangkok, Thailand. 29/10/2010

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รำลึก " เจ้ขก " แม่ค้าผู้รักประชาธิปไตย ตอน 1 & ตอน 2

chanpa

http://www.youtube.com/watch?v=ofpZ6oxhdEQ&feature=player_embedded
รำลึก เจ้ขก ตอน 1

http://www.youtube.com/watch?v=VJe2GlsCL3k&feature=player_embedded
รำลึก เจ้ขก ตอน 2

http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?PHPSESSID=73625281c225e1b72aea5b4a94cbf9a8&topic=14158.0

http://www.youtube.com/watch?v=VwHUSPUW9Ls&feature=player_embedded
เจ๊ขก ด่าประชาธิปัตย์

http://www.youtube.com/watch?v=nrF5Hrnwe9g&feature=player_embedded
บทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเจ้ขก แม่ค้าประชาธิปไตย


ขอ ไว้อาลัย แด่แม่ค้าประชาธิปไตย ยอดนักสู้อีกท่านหนึ่งบนเส้นทางการต่อสู้ก­ับอำนาจนอกระบบ ที่มีอำนาจมากมายในประเทศไทย เจ้ขกเป็นบุคคลที่น่ายกย่องท่านหนึ่ง เป็นบุคคลที่ออกมาร่วมต่อสู้ภาคประชาชนตั้­งวันแรกๆของการก่อรัฐประหาร 2549 ทีมงาน pocket media ขอไว้อาลัย เจ้ขก ครับ

พลาดไม่ได้! "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" จะแสดงจุดยืนครั้งแรกหลังเลขาฯสหประชาชาติเยือนไทย

Palrak


สด จากอิมพีเรียลลาดพร้าว MV News 5 ทุ่มตรง หรือ รับชมผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้ที่ http://www.mvtv.co.th

ถ้าสัญญาณถูกตัด รบกวนรับชมที่ http://www.19-may.com และ http://speedhorsetv.blogspot.com แทนน่ะ

ช่วยดูหลานคนนี้หน่อยครับ สุดยอดจริงๆ น้ำตาจะไหล

คนเมืองกาญ


24-10-10 78 ปีประชาธิปไตยไทย ตอนที่24 part 2


http://www.youtube.com/watch?v=r5Rly8dpFjI&feature=player_embedded

ภาพดาวเทียมล่าสุด! แสดงบริเวณน้ำท่วมกรุงเทพฝั่ง ตต.



www.go6tv.com ภาพจากดาวเทียม RADARSAT -2 ล่าสุด บันทึกเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม เวลา ๑๘.๐๖ น. เมื่อวานนี้ แสดงให้เห็นถึงภาพปริมาณน้ำมหาศาลทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่วมเต็มพื้นที่ และยังไม่ลงมากรุงเทพ ในขณะที่รอบกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก น้ำเริ่มเดินทางมารอบริเวณ บางบัวทอง โดยมีถนนเส้นปิ่นเกล้า ตลิ่งชัน บางบัวทองเป็นเสมือนเขื่อนป้องกันภัย

หลาย ฝ่ายเริ่มพูดกันแล้วว่า ควรจะปล่อยให้น้ำรีบผ่านลงแม่น้ำเจ้าพระยาและลงอ่าวไทยให้เร็วที่สุด ไม่ควรกักน้ำไว้ด้านบนเพียงเพื่อรักษาเขตกรุงเทพให้รอดน้ำท่วม ซี่งเท่ากับเป็นการทำร้ายคนต่างจังหวัดนานเกินควร

"ประวิตร" ฟันทหาร หากใคร "หมิ่นสถาบันฯ ปลดออก"


พ.อ.ธนา ธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10/2553 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงการเผยแพร่ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในสังคมออ นไลน์ ที่ปัจจุบันมีการใช้กันอย่างกว้างขวาง เป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะได้เป็นวงกว้างภายในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน และที่ผ่านมา มีการตรวจพบเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นจำนวน มาก โดยมีผู้โพสต์ข้อความ มีทั้งคนไทยที่อยู่ในประเทศไทย และอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นขบวนการเครือข่ายที่มุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม จึงสั่งการให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้มงวดกวดขันวินัยในการใช้สังคมออนไลน์ของข้าราชการทหารในสังกัดทุกระดับ ชั้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตรวจสอบการใช้งานของข้าราชการทหาร หากพบว่ามีการใช้งานในลักษณะดังกล่าว ให้รายงานหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพทราบ เพื่อดำเนินการลงโทษตามวินัยทหารอย่างเด็ดขาด เพื่อมิให้เป็นตัวอย่างต่อบุคคลอื่น

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า หากตรวจพบว่า ทหารคนใดเข้าไปเกี่ยวข้อง และมีความผิดในทางอาญาฐานบ่อนทำลายสถาบันก็จะต้องสั่งให้ปลดออกจากราชการ รวมถึงนำตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะสถาบันทหารมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษา และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน ซึ่งทหารทุกคนจะต้องยึดถือปฏิบัติ ตามค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด

http://www.go6tv.com/2010/10/blog-post_7514.html

งงตาแตก!! "โครงการอาสาสมัครปกป้องสถาบัน" เรียกระดม "ปืน"ทั่วประเทศ



มี ประชาชนส่งรายละเอียดเวปไซด์หนึ่งมายัง go6tv พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไม "โครงการอาสาสมัครปกป้องสถาบัน" ถึงต้องมีการระดม "ปืน" เข้ามาตรวจสอบสภาพพร้อมใช้งาน มันเกี่ยวอะไรกับโครงการปกป้องสถาบันฯ

go6tv ได้เข้าไปอ่านโครงการดังกล่าวในเวปไซด์ http://gotoknow.org/blog/pokooo6/355331 ซึ่งได้เผยแพร่รายละเอียดหลักการ วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการปฏิบัติ และใบสมัคร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

โครงการอาสาสมัครปกป้องสถาบัน (อสป.)

จังหวัดอุตรดิตถ์

-----------------

1. หลักการและเหตุผล

ด้วยปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งทางความคิดด้านการเมืองของกลุ่มบุคคลได้ขยาย ตัว โดยมีการรวมกลุ่มเรียกร้องและระดมมวลชนประท้วงหรือกดดันรัฐบาล ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง การชุมนุมทางการเมืองดังกล่าวได้นำไปสู่ความรุนแรงและละเมิดกฎหมาย กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือก่อให้เกิดปัญหาด้านความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

กลุ่ม มวลชนต่อต้านรัฐบาลได้นัดหมายมวลชนต่อต้านจากทุกภูมิภาคของประเทศ เข้าร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นมา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่จะขัดขวางมิให้กลไกลของรัฐบาลสามารถปฏิบัติงานได้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

กระทรวง มหาดไทยในฐานะหน่วยงานความมั่นคงทำหน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขเห็นควรเสริมสร้างแนวคิดพื้นฐานที่ถูกต้องตามแนวทางการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและผนึกพลังของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการน้อมนำพระราชดำริ และแนวพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์เป็นที่พึ่ง รวมทั้งการยึดถือเอาพระราชปณิธานของพระองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ ตน และสร้างประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวม รวมทั้งสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงได้จัดทำโครงการอาสาสมัครปกป้องสถาบัน (อสป.) จังหวัดอุตรดิตถ์ ขึ้น

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อให้เกิดความรัก สมัครสมาน สามัคคี ในความเป็นชนชาติไทยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจ ยึดเหนี่ยวจิตใจและคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

2.2 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์ได้รับการเผยแพร่และนำไปปฏิบัติให้บังเกิดผล อันจะยังประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยให้มีความอยู่ดีกินดีเป็นปกติสุข ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงอย่างยั่งยืน

2.3 เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขให้ถูกต้องตามทำนองครองธรรมและจารีตประเพณี

แต่ที่น่าสงสัยคือ ในขั้นตอนดำเนินการขั้นที่ 1 กลับระบุไว้ว่า

"เรียกสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนและตรวจสอบ ซ่อมบำรุงอาวุธปืนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการปกครอง"

จึง เกิดข้อสงสัยในหมู่ประชาชนว่า โครงการที่ดีของกระทรวงมหาดไทยโครงการนี้ มีอะไรผิดพลาด หรือระบุรายละเอียดอย่างไรผิด จึงกลับกลายให้ระดมอาวุธปืนมาตรวจสอบ ลงทะเบียนซ่อมแซม ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโครงการอบรมเรียนรู้ถึงความรักและปกป้องสถาบันฯเลย

จึงใคร่วานให้กระทรวงมหาดไทยได้โปรดทบทวนตรวจสอบโครงการนี้ เพื่อมิให้เกิดความเสื่อมเสียใดๆแก่สถาบันทั้งสิ้น

http://img541.imageshack.us/img541/7918/85820128.png


เปิดตาราง "รถประจำตำแหน่ง"ก.ก.5 องค์กรอิสระกว่า100ล.




ศาลรัฐธรรมนูญ 13 คัน แบ่งเป็นครั้งแรกประจำตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญและรถประจำตำแหน่งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 3 คัน ในราคา 9.5 ล้านบาท จากห้างหุ้นส่วนจำกัด พันทวี ออโต้ มาสเตอร์ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2548 ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2548 ประจำตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (รถยนต์LEXURES300) จำนวน 10 คัน ราคา 30 ล้านบาท จากบริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด
ยัง มีรถตู้ยี่ห้อ Volkswagen รุ่น Caravelle 2.5 TDI แบบ 11 ที่นั่ง สีบรอนซ์เงิน (8E8E) จำนวน 3 คัน โดย 2 คันแรก ราคา 5,980,000 บาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2549 จาก บริษัท ยนตรกิจอินเตอร์เซลส์ จำกัด (ตระกูลลีนุตพงษ์ เจ้าของ) และ ซื้อเพิ่มอีก 1 คัน เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2549 ราคา 2,990,000 บาท จากบริษัทเดียวกัน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากการตรวจสอบพบว่า จัดซื้อยี่ห้อ Mercedes Benz 5 คัน แบ่งเป็นจัดซื้อ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2552 1 คัน ราคา 3,690,000 บาท จากบริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด จัดซื้อเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552 จำนวน 4 คัน ราคา 13,198,000 บาท (ข้อมูลจากการชี้แจงของกรรมการสิทธิมนุษยชน) จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด

อีก 2 คัน ยี่ห้อ BMW ราคา 3,250,000 บาท จากบริษัท มิลเลนเนียม จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552 และ ยี่ห้อ Toyota Vellire 2.4 ราคา 3,299,500 บาท จาก บริษัท TSL Auto Corporatiom จำกัด (ที เอส แอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552
รวม 7 คัน
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วงปี 2547 มีการจัดซื้อ 3 คัน เป็นรถตู้ ยี่ห้อ VOLKSWAGEN CARAVELLE 5 ราคารวม 9,570,000 บาทจาก บริษัท ยนตรกิจอินเตอร์เซลส์ จำกัด เมื่อ 30 ก.ค. 2547
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดซื้อในช่วงเดียวกัน จำนวน 2 คัน ราคารวม 7,300,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2547
สำหรับ ศาลปกครอง ยี่ห้อ Mercedes - Benz จำนวน 2 คัน ราคารวม 5,880,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2549
นอก จากนี้ยังซื้อรถยนต์ประจำตำแหน่งในระดับราคาลรองลงมาอีก 7 คัน ได้แก่ ยี่ห้อVOLKSWAGEN รุ่นพาสสาทโฮลายน์ จำนวน 1 คัน เป็นเงิน 1,450,000 บาท จากบริษัท ยนตรกิจอินเตอร์เซลส์ จำกัด เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2544

รถ ยนต์ประจำตำแหน่ง ยี่ห้อนิสสันเซฟิโร่ รุ่น 2.0L (EXE) จำนวน 3 คัน ราคา 3,294,000 บาท จากบริษัท สยามกลการและนิสสันเซลส์ จำกัด เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2544, ยี่ห้อ โตโยต้า camry 2.oe จำนวน 2 คัน ราคา 2,310,000 บาท จาก บริษัท เจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2546 และยี่ห้อนิสสัน เซฟิโร่ ราคา 1,200,000 บาท จาก บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2546
จากข้อมูลเท่ากับ เลกซ์ซัส , Mercedes Benz และ Volkswagen ได้รับความนิยมมากสุด
ดีลเลอร์ที่ได้รับการจัดซื้อมากสุดคือ บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด จากศาลปกครอง , กกต. และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
รวม 5 องค์กรกว่า 100 ล้านบาท
ขอบคุณมติชนออนไลน์

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปาก


Blowin' In The Wind-..Yes, 'n' how many ears must one man have Before he can hear people cry? Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows That too many people have died? (คนๆหนึ่งต้องมีหูสักกี่อัน เขาจึงจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน? อีกกี่ชีวิตที่จะต้องสูญเสีย เขาจึงจะรู้ว่ามีคนตายมากเกินพอแล้ว?)

ที่มา:ภาพข่าวAP:สตรี เสื้อแดงตะโกนร้องทุกข์ต่อเลขาฯUNระหว่างเดินทางมาเยือนไทยวานนี้ โดยบัน คี มุน บอกว่าปล่อยให้เป็นเรื่องกิจการภายในของไทย และเขาพุ่งความสนใจไปที่เรียกร้องพม่าปล่อยนักโทษการเมือง (ภาพล่าง)โดยคุณแมวอ้วนอ้วนจากเวบไทยฟรีนิวส์

โดย นักข่าวชาวรากหญ้า

27-31 ตุลาคม 2553

***ควัน หลงบันคี มุน เลขาธิการ UN เยือนไทย แต่ดันไปพูดเรื่องประชาธิปไตยในพม่า ส่วนการเข่นฆ่าปราบปรามคนไทยให้ถือเป็นเรื่อง"กิจการภายใน" ดังนั้นในวันนี้( 27 ตุลาคม) เวลา 13.00 น. เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย และขบวนการปรองดองเรนเจอร์พิทักษ์จักรวาล จะจัดกิจกรรม อ่านแถลงการณ์ และละครล้อเลียนต่อกรณีการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารสหประชาชาติ ประเทศไทย***


***คุณยายศรีลัดดา คุณ ยายเสื้อแดงวัย 86 ปี ไทยแท้ที่ไปปักหลักอยู่ในอเมริกามานานกว่า 30 ปี แสดงความเห็นว่า ยายว่าUNนี่USELESS(ไร้ประโยชน์)อย่างเขาว่าจริงๆแหละที่พูดว่าจะไม่เข้ามา แทรกแซงกิจการในไทย ดังนั้นคนไทยก็ต้องคิดอ่านพึ่งพาตัวเองในการสู้กัยเผด็จการกันเองเป็นหลัก ท่าจะดีกว่า และยายขอกราบคารวะนักสู้เสื้อแดงที่ออกมาประท้วงในคราวนี้ โดยเฉพาะคุณแม่เสื้อแดงที่อุ้มลูกน้อยมาร่วมประท้วงแล้วถูกตำรวจทุบตีทำ ร้ายอย่างป่าเถื่อน



ภาพข่าวคุณแมวอ้วนอ้วน เวบไทยฟรีนิวส์:ตำรวจตบหน้าเสื้อแดง หน้า UN

'I am so proud of the Redshirts who dared Prayuth authority and his threats. .but Ihad said that their petition to the UN is useless. Bun Kimoon delared that Un could not intervene with "internal affair" of a soverign country. Thai people should accept that we have to help ourselves get rid of this dictatorship, the government that used war weapons to kill unarmed civilians. Let them know that we thai people will not accept their rules any longer..Aphisit will never let we have another election,he just want to be Pm as long as he could. The picture of a lady defied policeman who tried to take away her backpack, shows that intimidation from police or soldiers do not work any more. Chai-YO.!!!This little old lady salute her and all the Redshirts.'***



ผู้ร่วมเขียน