แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กก.สิทธิฯเปิดบัญชีผู้ต้องหา 422 จนท.เหวี่ยงแหตามอำเภอใจจับคนยากไร้กล่อมให้รับสารภาพถูกทรมานทุบตี

ที่มา มติชนออนไลน์


ตาม ที่คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้รับคำร้องเรียนกรณีการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาคดีอาญาที่ถูกคุมขังหรือกักขังซึ่งเกี่ยวข้องกับ การกระทำผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินพร้อมกับเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ

ใน การประชุมของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองครั้งที่ 29/2553 วันที่ 9 มิถุนายน 2553 โดยผู้แทนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ยอมเปิดเผยบัญชีผู้ต้องหาจำนวน 422 คน

ตามข้อกล่วหาและคดีอาญาที่ เกี่ยวข้อง ได้แก่ วางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ ฯลฯ ดังแสดงตัวเลขผู้ต้องขังจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองต่อไปนี้


ทั้ง นี้จากปัญหาสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสิทธิพื้นฐานในกระบวนการพิจารณาที่สำคัญ ด้านสิทธิการประกันตัวนั้น ผู้ต้องขังต้องการประกันตัวเพื่อมาใช้ชีวิตปรกติ และหาทางต่อสู้คดี โดยไม่คิดจะหลบหนีไปก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วย ร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน เป็นโรคประจำตัว บางส่วนเป็นผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชนที่ต้องการได้รับการศึกษา ทั้งที่ผู้เข้าร่วมการชุมนุมมิได้มีส่วนก่อการร้าย หรือผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวตามหมายจับต่างมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว

ด้านการได้รับความช่วยเหลือทางคดีจากทนายความ โดยผู้ต้องหามีฐานะยากไร้ ไม่สามารถจ้างทนายความ

ส่วนในคดีร้ายแรงที่รัฐจัดหาทนายความให้ มัก จะร่วมกับพนักงานสอบสวนกล่อมให้ผู้ต้องหารับสารภาพซึ่งอ้างว่าเป็นความผิด เล็กน้อยหากรับสารภาพ อย่างกรณีของเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าจำนวน 5 คน เพราะความไม่รู้ข้อกฎหมายและไม่มีผู้ช่วยเหลือด้านคดีถูกพิพากษาจำคุก 20 ปี โดยไม่มีโอกาสนำพยานหลักฐานใดเข้าต่อสู้คดีแต่อย่างใด และทนายที่ศาลแต่งตั้งมีเวลาพบผู้ต้องหาน้อยมาก

ในเบื้องต้นการ ควบคุมตัวไม่อนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสาร ทำให้ไม่มีโอกาสได้ปรึกษาหารือกับทนายความหรือนำเสนอข้อเท็จจริงในกระบวนการ ยุติธรรม จึงเป็นการกล่าวหาตั้งข้อสงสัยฝ่ายเดียว ปัจจุบันทนายความของพรรคเพื่อไทย/ศปช.รวมทั้งจัดจ้างเองและเริ่มสืบพยานโจทก์แล้ว

นอกจากนี้การท รมาน ทารุณกรรมก็เกิดขึ้น เช่นกัน มีผู้ต้องหาจำนวน 16 คน หนึ่งในนี้เป็นเยาวชนที่แยกขังที่สถานพินิจฯนครพนมซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้พบ ตัว แต่ 15 คนที่ได้พบตัวในเรือนจำมุกดาหาร เล่าเหตุการณ์ตรงกันว่า ในการเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ทุบตีด้วยกระบองจนหมอบ และจับขังในรถที่ใช้ขังผู้ต้องหาอีก 2 วัน โดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาลแต่อย่างใด โดยทางเรือนจำ ได้บันทึกสภาพบาดแผลไว้เป็นหลักฐาน

ใน ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าขณะเกิดเหตุไม่มีความชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจการคุมตัวในคืนวันที่ 19 พ.ค. 53 นั้น คือฝ่ายทหารหรือตำรวจ

ขณะที่กลุ่มเยาวชนนักศึกษาในเรือนจำ ครองเปรมยืนยันว่า ในคืนที่จับกุมเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรงขู่ให้รับสารภาพพร้อมของกลางที่ เจ้าหน้าที่จัดฉากไว้

ส่วนการใช้อำนาจเกินขอบเขตเข้า จับกุม ควบคุมตัวตามอำเภอใจ และตั้งข้อหาร้ายแรง เป็นการจับกุมตามภาพถ่ายหรืออาศัยภาพถ่ายในการชุมนุมก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นการจับกุมแบบเหวี่ยงแหโดยไม่แยกระหว่างผู้ร่วมชุมนุมกับผู้ที่ใช้ ความรุนแรง เพราะผู้ที่เข้าร่วมดู มิได้มีส่วนในการก่อเหตุร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินทั้งในด้านครอบครัวและการงาน

อย่าง ไรก็ดี สภาพความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำบางแห่ง ไม่มีการแยกผู้ต้องขังทางการเมืองออกจากผู้ต้องขังคดีอาญาอื่น ๆ ต้องทำงานหนัก เช่นปั้นถ้วย กรวยกระดาษดื่มน้ำ ประกอบไส้ไฟแช็คจำนวนมาก ห้ามญาติที่นามสกุลไม่เหมือนกันเข้าเยี่ยมทั้งที่เป็นภรรยาหรือได้แจ้งชื่อ -นามสกุลของญาติไว้ก่อนหน้าแล้วก็ตาม

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กก.สิทธิฯจี้รัฐบาลให้ประกันตัวนักโทษเสื้อแดง พบละเมิดสิทธิมนุษยชนเลวร้ายทารุณ5ประเด็น

http://thaienews.blogspot.com/2010/12/422_06.html






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน