แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"บทเรียนการปฏิบัติการข่าวสาร : 9 กรณี ป.ป.ส. (มีนาคม-พฤษภาคม 2553)

บทความดังกล่าว เป็นของ พ.อ.บุญรอด ศรีสมบัติ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกรมยุทธศึกษาทหารบก ซึ่งได้มีการปรับปรุงเนื้อหาจาก "บทเรียนยุทธการกระชับวงล้อม 7 พื้นที่ราชประสงค์ 14-19 พฤษภาคม 2553" ที่ตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับกันยายน-ธันวาคม 2553 ภายหลังจากได้ข้อมูลใหม่และศึกษารายละเอียดเอกสารต่างๆ อย่างเป็นทางการรอบด้านมากขึ้น โดยใช้ชื่อบทความชิ้นนี้ว่า

"บทเรียนการปฏิบัติการข่าวสาร : 9 กรณี ป.ป.ส. (มีนาคม-พฤษภาคม 2553)" ลงตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับมกราคม-มีนาคม 2554
การ ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่ 12 มีนาคมถึง 19 พฤษภาคม 2553 ได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบจะเป็น"สงครามกลางเมือง" โดยที่กลุ่ม นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงมีการระดมมวลชนจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ประวัติการต่อสู้ทางการเมืองของไทย โดยกระทำผ่านสื่อสารมวลชนทุกประเภท ได้แก่ วิทยุชุมชน โทรทัศน์ การสื่อสารผ่านดาวเทียม การสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต และเวทีปราศรัยถาวร ทั้งพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและสี่แยกราชประสงค์ ได้เกิดเป็นกระแสมวลชนคนเสื้อแดงที่พร้อมจะทำอะไรก็ได้ แม้กระทั่งการยึดเมืองเพื่อทำลายศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ในการต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาล สุดท้ายได้มีกลุ่มมวลชนจัดตั้งหัวรุนแรงสร้างสถานการณ์ด้วยการก่อเหตุจลาจล

"เผาบ้านเผาเมือง" ในต่างจังหวัดก็มีการเผาศาลากลางจังหวัด โดยมิได้มีการเกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

รัฐบาล โดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ดำเนินการเพื่อควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลวมาหลายครั้งเพราะการบังคับใช้กฎหมายไร้ ประสิทธิภาพ เช่น กรณี 10 เมษายน 2553 ในขณะเดียวกัน ศอฉ.ซึ่งมีส่วนกำลังจัดตั้งหลักเป็นส่วน "กองทัพบก" ก็ได้ประยุกต์การปฏิบัติการทางทหารรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า "การปฏิบัติการข่าวสาร" (Information Operations: IO) หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ไอโอ"

งานไอโอทางทหาร หมายถึง การดำเนินการที่มุ่งโจมตีต่อระบบควบคุมบังคับบัญชา และสร้างอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจ ข่าวสาร และระบบสารสนเทศของฝ่ายตรงข้าม โดยที่จะดำเนินการป้องกันการที่ฝ่ายตรงข้ามจะกระทำไอโอต่อฝ่ายเราเช่นกัน ซึ่งในระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ศอฉ.ได้ปฏิบัติการไอโอเต็มรูปแบบ และที่โดดเด่นที่สุดก็คือ โฆษก ศอฉ. คือ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด (เสธ.ไก่อู) ที่ได้รับการชื่นชมในความรู้และความสามารถที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่สามารถทำ หน้าที่เป็นโฆษกได้ตลอดรอดฝั่ง ทั้งๆ ที่สถานการณ์หลายครั้งอยู่ในสภาพสิ้นหวังหมดกำลังใจ และก็สามารถก้าวพ้นวิกฤตของประเทศได้มาเปลาะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามการปฏิบัติการข่าวสารอย่างประยุกต์ในครั้งนี้ของ ศอฉ.ควรได้มีการจัดทำเป็นเอกสารอย่างประยุกต์ในครั้งนี้ของ ศอฉ. ควรได้มีการจัดทำเป็นเอกสารไว้เป็นบทเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติในโอกาสข้างหน้าต่อไป

เรื่องราวในบทนี้ จะได้นำเสนอความหมายและองค์ประกอบของการปฏิบัติการข่าวสาร ความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธีของการปฏิบัติการข่าวสาร ทั้งนี้ภายใต้ความสำเร็จเหล่านั้นยังมีจุดบกพร่อง จุดแก้ไขหรือข้อสังเกต ซึ่งจะได้มีการกล่าวถึงในประเด็นข้อเสนอแนะทั้งทางยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธีต่อไป

องค์ประกอบของการปฏิบัติการข่าวสาร ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบสนับสนุน และ 2 กิจกรรมเสริม ดังนี้
- องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ การลวงทางทหาร การปฏิบัติการจิตวิทยา การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และการปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์

- องค์ประกอบสนับสนุน ได้แก่ การทำลายทางกายภาพ การต่อต้านข่าวกรอง การต่อต้านการลวง การต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อ และการรักษาความปลอดภัย กิจกรรมเสริม ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ การปฏิบัติการกิจการพลเรือน

จากองค์ประกอบของ "ไอโอ" จะเห็นได้ว่า ทั้งความหมายและองค์ประกอบของการปฏิบัติการข่าวสารนี้เป็นเรื่องการปฏิบัติ ทางทหารล้วนๆ ดังนั้นเมื่อต้องนำกระบวนการวิธีคิดและการปฏิบัติการข่าวสารมาใช้ในการ ป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบในเมือง จึงได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติไปทั้งยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธีให้สอดคล้องกับจุดอ่อนไหวเชิงสังคมจิตวิทยาเพราะฝ่ายตรงข้ามนั่น ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาก็คือคนไทยด้วยกัน

ยุทธศาสตร์หลักของการปฏิบัติการข่าวสาร

การ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิบัติการข่าวสารสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งสามารถแบ่งยุทธศาสตร์การปฏิบัติการครั้งนี้ได้ 5 ยุทธศาสตร์หลักตามห้วงระยะเวลาดังนี้

- ยุทธศาสตร์ป้องปรามการก่อความไม่สงบ เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 11 มีนาคม พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นการประกาศแถลงการณ์ฉบับแรกของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. มีเป้าหมายงานไอโอเพื่อการชี้แจงสกัดกั้น ยับยั้งมิให้กลุ่ม นปช.ต่างจังหวัดมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ด้วยจำนวนมหาศาล มากกว่าทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมือง ขั้นนี้แม้ว่าดูจะล้มเหลวในการปฏิบัติ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงสามารถผ่านด่านจุดตรวจของทหารและตำรวจได้อย่างง่ายดาย แต่ก็เป็นการชิมลางว่า การชี้แจงแถลงการณ์ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้นไม่สามารถหยุดยั้งเป้าหมายการเคลื่อนพลของมวลชนสีแดง ได้

- ยุทธศาสตร์การตอบโต้การก่อการร้ายและเปิดเผยเครือข่ายล้มเจ้า เป็นช่วงหลังเหตุการณ์ 10 เมษายน ภายหลังสำนักข่าวอัลจาซีร่าห์ลงคลิปการปรากฏตัวของกลุ่มคนชุดดำได้ปฏิบัติ การก่อการร้ายเป็นครั้งแรก เป้าหมายของงานไอโอก็ได้เปลี่ยนไปเป็นการล็อกเป้าผู้ก่อการร้ายทันที นั่นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ของงานไอโอที่นำไปสู่ความสำเร็จในการเอาชนะกลุ่ม นปช.ได้ โดยเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก จากการที่มีการเชื่อมโยงของกลุ่มก่อการร้ายกับกลุ่มเครือข่ายล้มเจ้า

- ยุทธศาสตร์การกระชับวงล้อม เป็นช่วง 14-19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 งานไอโอช่วงนี้ถือว่าเป็นการดำเนินการทั้งเชิงรับและเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ ทางทหารเลยทีเดียว โดยมีการตอบโต้ด้วยภาพคลิปหรือเรียกว่าทำ "สงครามคลิปรายวัน" เลยก็ว่าได้ เป้าหมายสำคัญคือ ให้ภาพการปฏิบัติทางทหารที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่ภาพของการสลายการชุมนุมด้วย กำลังทหาร และต้องแสดงให้เห็นว่าทหารมิได้ฆ่าประชาชน จากนั้นมีการบีบบังคับให้แกนนำกลุ่ม นปช.ยอมสลายการชุมนุม ด้วยการกำหนดห้วงเวลาที่ปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดเป็นระยะๆ

- ยุทธศาสตร์การตอบโต้การก่อจลาจล เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ซึ่งเป็นสุญญากาศของการนำมวลชนคนเสื้อแดงเนื่องจากแกนนำได้ยอมมอบตัว ก่อให้เกิดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองโดยไม่คาดคิด ช่วงนี้ งานไอโอถือเป็นไฮไลต์เลยทีเดียว มีการนำภาพคลิปวิดีโอตัดต่อการปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ ของแกนนำกลุ่ม นปช.ที่มีการปลุกเร้า ยุยง ให้มวลชนคนเสื้อแดงเตรียมอุปกรณ์เผาบ้านเผาเมืองซึ่งมีการเตรียมการและ ไตร่ตรองไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วมีการกระทำการเป็นขบวนการ และมีการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายอีกด้วย

- ยุทธศาสตร์ปิดแผนยุทธการกระชับวงล้อมและรายงานผลการปฏิบัติ ช่วงนี้ถือว่าเป็นการเสี่ยงที่ได้ใคร่ครวญแล้ว เพราะต้องมีการจัดภาพความสมดุลระหว่างการแถลงแผนยุทธการกระชับวงล้อมกับงาน ไอโอไปพร้อมๆ กัน เช่นต้องชี้ให้เห็นว่ากลุ่มการ์ด นปช.นั้นมีอาวุธสงครามร้ายแรง และพร้อมยิงสวนกลับกองกำลังทหารและตำรวจได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ก็แถลงข่าวการใช้อาวุธ M-79 การก่อวินาศกรรม การใช้เด็กเป็นโล่มนุษย์หลังปราการยางรถยนต์ การก่อการจลาจลมีการทำลายร้านสะดวกซื้อ ตู้ ATM ธนาคาร และโรงไฟฟ้าย่อยคลองเตย สิ่งเหล่านี้ถ้านำมาใช้ขยายผลเพื่องานไอโอโดยไม่มีการวิเคราะห์ให้รอบคอบ ก็จะกลายเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้กระแสมวลชนพลิกกลับมาต่อต้านรัฐบาลและกองทัพเสียเอง

สงครามคลิปงานใหญ่ระดับยุทธศาสตร์

สง ครามคลิป (Cilps) ภายใต้กรอบงานไอโอระดับยุทธศาสตร์ที่จับต้องได้ที่สุด คือการนำเสนอภาพคลิปวิดีโอของโฆษก ศอฉ. ซึ่งต้องใช้ทักษะของการตอบโต้กลุ่ม นปช.และต้องทำความเข้าใจกับสังคมไทยและสายตานานาชาติไปพร้อมๆ กัน ฝ่ายรัฐบาลได้คัดสรรภาพและสรรหาคำอธิบายที่จะสามารถสร้างความชอบธรรมให้แก่ ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ทันเวลา ตัวอย่างสงครามคลิปวิดีโอที่น่าสนใจได้แก่ ภาพเหตุการณ์การบุกสำนักงาน กกต. การบุกรัฐสภา เป็นคำอธิบายว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทวงคืนคำว่า "นิติรัฐ" จากกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ทำให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ภาพเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ทั้งภาพที่ทหารถูกโจมตีอาวุธสงครามจากผู้ก่อการร้ายไอ้โม่งชุดดำ และภาพความสูญเสียของทหารอย่างหนัก การไล่ตีทหารที่บาดเจ็บจนเสียชีวิต การที่คนเสื้อแดงถูกลอบยิงจากข้างหลัง ภาพการใช้ M-79 หลังรถตู้สีขาว การพูดของคนเสื้อแดงที่มองเห็นคนใส่เสื้อสีฟ้ายิงปืนหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ภาพเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน ที่ทหารถูกยิงด้วยสไนเปอร์จนเสียชีวิต และภาพคนเสื้อแดงถืออาวุธปืนพกสั้นบนเกาะกลางถนนวิภาวดี ตรงบริเวณอนุสรณ์สถาน ภาพการบุกยึดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่เป็นภาพคลิปอีกชุดหนึ่งที่รัฐบาลยิ่งมี ความชอบธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในการที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัว อยู่ในมวลชนคนเสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำหน้าที่เป็นการ์ด นปช.

ต่อมา โฆษก ศอฉ.ได้ทำหน้าที่เผยแพร่และตอบโต้ภาพคลิปอีกหลายภาพที่เชื่อได้ว่าสังคมไทย ในยามวิกฤตขณะวิกฤตนั้น ส่วนใหญ่จะเชื่อว่าเป็นความจริง เช่น กรณีภาพการพยายามจุดไฟเผารถน้ำมัน แต่ถูกยิงสกัดที่ขา ภาพคนเสื้อดำเผายางรถยนต์ที่บริเวณพื้นที่บ่อนไก่คลองเตยและสี่แยกดินแดง โดยบุคคลกลุ่มนั้นมีการแต่งกายเลียนแบบทหาร ใส่เสื้อสกรีน "ARMP" มีการติดต่อสื่อสารด้วยวิทยุมือถือ ภาพการขนยางรถยนต์มาวางเป็นระบบและมีเครือข่ายการส่งต่ออย่างเห็นได้ชัด ภาพการยิงกระสุน M-79 จากใต้สะพานข้ามแห่งหนึ่ง ภาพการลอบยิงทหารของคนเสื้อสีดำแล้วยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน ภาพการวางถังแก๊สผูกต่อสายชนวนเพื่อการจุดระเบิดอย่างมืออาชีพ ภาพทหารถูกยิงตายบนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ (ตัดต่อจากเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้) ภาพประชาชนถูกยิงตายนอนอยู่บนถนนในซอยรางน้ำ และภาพสุดท้ายเป็นการแถลงข่าวการยึดอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากจากพื้นที่การ ชุมนุมราชประสงค์ถือว่าเป็นการปิดฉากสำคัญในการแสดงผลของการปฏิบัติทั้งมวล ทั้งนี้ ภาพคลิปต่างๆ ที่นำเสนอได้ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานไอโอวงเล็กและวงใหญ่ของ ศอฉ.แล้ว และเมื่อมีการชี้แจงตามลักษณะเฉพาะตัวของโฆษก ศอฉ.มืออาชีพ ภาพทุกภาพจึงเป็นความคืบหน้าของสถานการณ์และความคืบหน้าของความชอบธรรมของ รัฐบาลในการที่จะปฏิบัติการเพื่อควบคุมสถานการณ์การก่อความไม่สงบ
กลุ่มงานความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ "ปรากฏการณ์คนหลากสี-จอมืด PTV และการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ"

การ ปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากกลุ่มคนเสื้อหลากสี นับได้ว่าเป็นความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ของชาติ เป็นการปฏิบัติการรวมตัวของสังคมเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ โดยที่รัฐมิได้เข้าไปจัดตั้ง แต่ได้กลายเป็นพลังใหม่ทางสังคมที่สามารถย้ายพลังการต่อสู้จากโลกเสมือนจริง มาสู่ท้องถนนได้ ในภาพของการเคลื่อนไหวคัดค้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และที่สำคัญกระบวนการสื่อสารออนไลน์นั้นเข้าได้กับองค์ประกอบของงานไอโอใน เรื่องการปฏิบัติการบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เว็บบอร์ดสาธารณะของพันทิปดอทคอม และการใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพลังทางสังคมที่เข้ามาเสริมงานไอโอให้มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น และเป็นสิ่งที่กองทัพจะได้ศึกษาและนำจุดเด่นมาพัฒนาเป็นแนวทางการทำงานไอโอ ออนไลน์ในอนาคต

การประกาศปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล (People Channel: PTV) และการปิดเว็บไซต์ ต้องยอมรับว่าอาวุธปลุกระดมมวลชนสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็คือการสื่อสารผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล เป็นทีวีของคนเสื้อแดง ที่มีการถ่ายทอดการเคลื่อนไหวการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เป็นช่องทางสื่อสารหลักระหว่างกลุ่มแกนนำ นปช.และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับมวลชนคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน เป็นตัวเชื้อไฟความขัดแย้งการเมืองที่ถูกจุดติดไฟตลอดเวลา เมื่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประกาศปิดช่องสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลเป็นจอมืด ก็เท่ากับเป็นการปิดตาคนเสื้อแดง นั่นคือการทำลายทางกายภาพของงานไอโอ เป็นการลดกลไกขับเคลื่อนงานไอโอของคนเสื้อแดงได้ จึงเหลือเพียงช่องโทรทัศน์ของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น ส่วนการปิดเว็บไซต์นั้นกระทรวงยุติธรรมได้สั่งให้ปิดเว็บไซต์หมิ่นสถาบันพระ มหากษัตริย์สูงถึง 40,000 เว็บไซต์

การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติ การ (Operation Security: OPSEC) เนื่องจากสถานการณ์การก่อความไม่สงบในเมืองครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้รวมศูนย์องค์กรเฉพาะกิจของรัฐบาลและกองทัพ ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ หรือ OPSEC จึงมิได้มองเฉพาะกองทัพและการปฏิบัติการทางทหารเท่านั้น การทำงาน OPSEC ภายใต้กรอบฐานของไอโอนั้นต้องกระทำตั้งแต่ในระดับการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งที่ตั้ง ศอฉ. ในพื้นที่ ร.11 รอ. และสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน สถานที่ตั้งโทรทัศน์เอ็นบีที ยังรวมไปถึงการวางแผนสำรองที่ตั้งใหม่ของ ศอฉ.หรือที่ทำการเฉพาะกิจของรัฐบาลในกรณีที่ต้องมีการตัดสินใจผ่านคณะ รัฐมนตรี และสถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดเคลื่อนที่ต้องมีการสำรองไว้ให้พอเพียง ซึ่งจะทำให้งานไอโอสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีจุดสะดุด เพราะถ้าวันใดที่สถานีโทรทัศน์รัฐบาลจอมืด (จอดำ) ขึ้นมา ประชาชนและหน่วยปฏิบัติจะเกิดการสับสน ลังเล เวลานั้นยุทธการปล่อยข่าวลือ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของงานไอโอจะเริ่มทำงาน อาจจะทำให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำล้มครืนทั้งคณะได้ ดังนั้น การทำงาน OPSEC จะต้องทำงานควบคู่ไปงานไอโออย่างมีแบบแผนและเป็นรูปธรรม

การ ดำเนินงานไอโอเป็นไปอย่างมีขั้นตอนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ทุกๆ ความคืบหน้าของสถานการณ์ โดยยึดถือ 5 ยุทธศาสตร์รอง เป็นแนวทาง ดังนี้

- ยุทธศาสตร์ป้องปรามการก่อความไม่สงบ ช่วงนี้งานไอโอระดับยุทธการเป็นเพียงงานการชี้แจงทำความเข้าใจจัดชุดปฏิบัติ การจิตวิทยาชี้แจงตามด่านตรวจและพื้นที่วิกฤต เช่น การใช้เครื่องเสียงกำลังส่งสูง บริเวณพื้นที่หน้า ร.11 รอ.ในวันแรกๆ ของการชุมนุมคนเสื้อแดง จนกลุ่มผู้ชุมนุมต้องล่าถอยกลับไป

- ยุทธศาสตร์การตอบโต้การก่อการร้ายและเปิดเผยเครือข่ายล้มเจ้า งานไอโอในระดับยุทธการนี้ต้องวางแผนและปฏิบัติการไอโอ โดยมีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายแอบแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ ชุมนุม และพร้อมที่จะลอบสังหารผู้ร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่ จึงเป็นงานที่ต้องสืบค้นหลักฐานภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของกลุ่มคนชุดดำมาแฉ ให้สังคมรับทราบอย่างเข้มข้นและรวดเร็วในทันทีที่มีข่าว ส่วนกรณีของการเปิดเผยเครือข่ายคดีล้มเจ้านั้นภายหลังที่โครงสร้างในรูปแบบ ของ Mind mapping ได้ถูกแพร่ภาพเครือข่ายออกไป งานไอโอในระดับยุทธการก็ต้องสืบสวนความเชื่อมโยงในหลักฐานพยานด้านอื่นๆ แล้วนำมาเปิดเผยยืนยันเน้นย้ำการรับรู้ของสังคมว่า สิ่งนี้มีข้อเท็จจริงและตัวตนจริง

- ยุทธศาสตร์การกระชับวงล้อม งานไอโอระดับยุทธการช่วงนี้เป็นงานที่เข้มข้นที่สุด เพราะต้องเตรียมการและจัดทำคลิปวิดีโอตอบโต้ภาพเหตุการณ์ที่กลุ่ม นปช.และสื่อมวลชนนำมาเสนอที่เป็นภาพเชิงลบต่อรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทหารและ ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่กระชับวงล้อมอยู่ในหลักการก็ยังต้องเน้นย้ำว่า ทหารไม่ได้สังหารหรือทำร้ายประชาชน เจ้าหน้าที่เองกลับถูกกระทำอย่างการลอบกัด และไม่รับผิดชอบของแกนนำกลุ่ม นปช. งานไอโอต้องชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลหรือกองทัพจะต้องดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่งและประกาศให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่การชุมนุม ที่เป็นพื้นที่อันตรายเพราะมีผู้ก่อการร้ายแอบแฝงอยู่ นอกจากนี้ การชี้แจงของกลุ่มผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพในการวางแผนยุทธการที่มี การออกมาชี้แจงการปฏิบัติเป็นระยะๆ นั้นก็แสดงให้เห็นภาพของงานไอโอที่มีเอกภาพและไปในทิศทางเดียวกัน

- ยุทธศาสตร์การตอบโต้การจลาจล งานไอโอระดับยุทธการช่วงนี้ต้องขยายผลเหตุการณ์การก่อการจลาจลเผาบ้านเผา เมือง โดยนำภาพคลิปการปราศรัยตามที่ต่างๆ ของแกนนำกลุ่ม นปช.มาตัดต่อใหม่ เรียงภาพ เล่าเหตุการณ์ให้เห็นว่ามีการชี้นำให้ "เผาบ้านเผาเมือง" อย่างมีระบบและมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า หลักฐานเหล่านี้จะเป็นพยานสำคัญในชั้นศาลอีกต่อไป

- ยุทธศาสตร์ปิดแผนยุทธการกระชับวงล้อมและรายงานผลการปฏิบัติ งานไอโอระดับยุทธการช่วงนี้ ได้มีการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้อย่างมากมายในการปฏิบัติการกระชับวง ล้อมพื้นที่ราชประสงค์นั้น พร้อมติดป้ายหน่วยที่ตรวจพบ ทำให้ภาพการมีตัวตนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายนั้นเด่นชัดขึ้น มีการใช้อาวุธจริง สามารถตอบสังคมได้ระดับหนึ่ง เป็นการฟ้องด้วยภาพที่ได้สาระมากกว่าการแถลงตอบโต้ไปมาของทีมโฆษกของสองฝ่าย และมีหลายจุดที่ทำได้ดี เช่น

การแถลงข่าวของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ ร่วมในการวางแผน นับว่าเป็นงานไอโอชิ้นหนึ่งที่ได้สร้างความมั่นใจว่าการวางแผนระดับยุทธการ นั้นมีความละเอียดรอบคอบและไม่มีขั้นตอนของการระบุให้มีการสังหารประชาชน รวมทั้งมีการรายงานผลการปฏิบัติให้สังคมได้รับทราบว่า ศอฉ.ได้กระทำหรือไม่กระทำสิ่งใดลงไป ซึ่งหลังจากนี้สังคมเท่านั้นจะเป็น

ผู้ให้คำตอบว่าเป็นการกระทำครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน