แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บทความแปล : การล้มล้างรัฐบาลพรรคเพื่อไทย


แปลโดย: ดวงจำปา

อ้างอิง:
http://thaipoliticalprisoners..com/2011 ... overnment/


ใน การโพสต์ครั้งก่อน, PPT ได้อ้างถึงรูปการที่กำลังผุดกำเนิดขึ้นมา ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางโดยฝ่ายต่อต้านนายกทักษิณ ชินวัตร, รวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์และบุคคลที่สนับสนุนพรรคอยู่ เพื่อการท้าทายและในท้ายที่สุด ก็จะกระทำการล้มล้างรัฐบาลซึ่งนำโดยนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการโพสต์ครั้งนี้ เราจะสรุปภาพให้เห็นถึงเค้าโครงต่างๆ เรื่องนี้ไม่ใช่การเปิดเผยแบบสะท้านโลกันต์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ฝ่ายตรงข้ามซึ่งไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนัก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2549 และยุทธวิธีของพวกเขาก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเก่าเช่นเดิม ซึ่งเหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้นในแบบฉบับของประเทศไทย

ยุทธวิธี ที่สามารถจุดประกายกลุ่มตรงข้ามซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านนายกทักษิณในการต่อสู้ กับนายกทักษิณเอง เรื่องที่เป็นปัจจัยที่สำคัญ ก็คือ การพยายามจุดทัศนคติว่า รัฐบาลของนายกยิ่งลักษณ์นั้น เป็นระบอบตัวแทนของเขา ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ยุทธวิธีนี้ก็เป็นเหมือนกับรูปแบบเก่าซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้พ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งอย่างพลิกความคาดหมายเมื่อปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก ขนาดที่พวกฝ่ายกษัตริย์นิยมและฝ่ายทหารนั้น ได้ช่วยกระทำการอย่างเต็มที่แล้ว เพื่อที่จะทำให้นายกทักษิณและกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา ได้เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือไปทุกอย่าง

ในขณะนี้ ก็มีสัญญาณที่สามารถเห็นกันได้เต็มไปหมด ซึ่งบ่งบอกถึงเรื่องยุทธวิธีแบบนี้ และคำพูดต่างๆ ที่ใช้กันนั้น อาจจะแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกันมากกว่าที่มีอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้สวมบทบาทของ ฝ่ายกษัตริย์นิยมผู้มีศรัทธาอย่างแรงกล้าและกระทำการโจมตีรัฐบาลทางด้าน รัฐสภา ในขณะเดียวกัน ก็สวมบทบาทของการให้การสนับสนุนต่อทุกกลุ่มที่ต่อต้านนายกทักษิณภายนอก รัฐสภา ด้วย เรื่องนี้รวมไปถึงกลุ่มเสื้อเหลือง / กลุ่มไม่มีสี /กลุ่มเสื้อหลากสี และกลุ่มทหาร ส่วนทางหลังฉากนั้น ก็มีทางฝ่ายวังและกลุ่มผู้นำทางด้านธุรกิจที่เป็นฝ่ายสนับสนุนและจัดการเล็งกับตัวบุคคลผู้เป็นเป้าหมายเอง

พวกเราลองมาดูกัน จากตัวอย่างต่างๆ อันล่าสุดที่ว่า ยุทธวิธีเหล่านี้ ได้เริ่ม กลิ้งออกมาสู่สายตาประชาชนแล้ว:

กลุ่ม ต่างๆ นั้น จะทำงานให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุดกับกลุ่มผู้รักชาติอย่างใจจดใจจ่อ ด้วยการจู่โจมไปที่เป้าหมายโดยตรงกับนายกทักษิณ ซึ่งพวกตนได้เกลียดชังขนาดหนัก ที่
สถานีโทรทัศน์ ไทย-อาเซียนนิวส์ เนทเวอร์ค หรือ แทน เนทเวอร์ค เราได้อ่านบทบรรณาธิการจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ซึ่งกล่าวอ้างถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ดังนี้:

อย่างไรก็ตาม, ความศรัทธาของประเทศชาติที่มีอยู่ในขณะนี้ กำลังอยู่ในอุ้งมือของนักการเมืองผู้ที่ไร้ประสบการณ์ในด้านต่างประเทศ แต่ก็ยังได้รับมอบหมายหน้าที่ด้วยการรับผิดชอบอย่างน่าเกรงขามในเรื่องของ ห้วงเหวมหาภัยของการเมืองระหว่างประเทศ หลายๆ คนไม่สามารถที่จะอดเป็นห่วงได้ว่า นโยบายต่างประเทศของประเทศไทยนั้น อาจจะจมดิ่งลงลึกลงไปกว่าที่เคยเป็นมาได้ในปัจจุบัน เนื่องจากการปราศจากประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้
ประเทศไทยกำลังอยู่ในห้วงอันตรายอย่างกระชั้นชิดของการตกเป็นเหยื่อกับชาวต่างชาติที่มีเล่ห์เหลี่ยมเจนจัด

สังคม นานาชาติอาจจะได้รู้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า พวกเขาไม่ต้องทำงานอย่างหนักหนาสาหัสแต่ประการใด เพื่อที่จะหาผลประโยชน์จากประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ ได้ถูกจัดตั้งบริหารขึ้นมาโดยรัฐบาลหุ่นเชิด ที่ขึ้นมามีอำนาจได้ ก็เพราะว่า ใช้มารยาหลอกลวงในเรื่องของประชาธิปไตย เพื่อที่จะสร้างผลประโยชน์ให้กับบุคคลเพียงบางกลุ่มเท่านั้นเอง

ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ถูกบริหารโดย
นักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่รับใช้ต่อบุคคลเพียงบางกลุ่ม ฝ่ายพนักงานของรัฐที่ทำงานอยู่ในสถานที่นั้น ก็เพียงแต่คาดหวังว่า จะมีการสร้างภาพพจน์ของกระทรวง ให้กลับไปสู่ยุคแห่งความรุ่งโรจน์เหมือนอย่างแต่ก่อนได้

ในบทความนี้ ภาษาที่ใช้นั้นได้จำลองเลียนแบบมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและสะท้อนให้เห็นถึงความกังวล อย่างที่
ข้อกล่าวอ้างจากสถานีเนทเวอร์ค (แทน) ได้กล่าวว่า: ถึงแม้ว่า ทางสถานีนั้น จะเป็นนิติบุคคลเดียวกันในเรื่องของการส่งสัญญาณออกอากาศ, แทน เนทเวอร์คนั้น ก็เป็นสถานีที่แยกตัวออกมาอย่างอิสระโดยสมบูรณ์จากการบริหารงานของกลุ่ม เอ เอส ที วีก็อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อที่จะตรงกับความเป็นจริงเสียที

การตัดสินใจของนายสุรพงษ์ ในการตอบข้อซักถามต่างๆ ของทางฝ่ายประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับนายกทักษิณนั้น ได้เปิดโอกาสให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่จะสร้างนำเอาศรัทธาอันแกร่งกล้าในเรื่องตัวบทกฎหมายและรัฐสภามาใช้ จากตัวอย่างที่ หนังสือพิมพ์
บางกอกโพสต์ ได้กล่าวไว้ดังนี้:

พรรค ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน กำลังหาลู่ทางที่จะใช้หลักการทางกฎหมายเพื่อดำเนินการกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เนื่องจากได้กระทำการช่วยเหลือให้อดีตผู้นำทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเมื่อวานนี้ว่า เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายสำหรับรัฐบาลไทย ในการเตรียมการต่อนายกทักษิณ ผู้ซึ่งหลบหนีอยู่จากกระบวนการยุติธรรม ต่อการได้รับการอนุญาติอย่างพิเศษเพื่อที่จะเยี่ยมเยียนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 22 ถึง 28 สิงหาคม นี้

... นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวว่า รัฐบาลของนายกยิ่งลักษณ์ มีความผูกมัดที่จะต้องปฎิบัติตามคำพิพากษาและบังคับใช้กฎหมายโดยการนำตัว นายกทักษิณ กลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม

นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวว่า พนักงานของรัฐบาลซึ่งได้ถูกพบว่า กระทำการช่วยเหลือผู้หลบหนีนั้น สามารถถูกดำเนินคดีฟ้องร้องได้ด้วย เขายังได้กล่าวต่อไปว่า ทางทนายความของพรรคประชาธิปัตย์กำลังพิจารณาถึงขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งจะนำไปใช้กับนายสุรพงษ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

นายอภิสิทธิ์ยังได้เปิดเผยต่อ ไปว่า เขาได้เห็นโอกาสที่ดีงามเป็นอย่างยิ่งต่อการตอกย้ำรัฐบาลใหม่ในประเด็นนี้ และสามารถผลักดันเรื่องนี้เข้าไปยังศาลยุติธรรมและในรัฐสภาได้ด้วย เขาคงจะลืมการฟ้องร้องในคดีต่างๆ กับบุคคลซึ่งเป็น
ผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ผู้พูดและผู้ปลุกระดม นายกษิตย์ ภิรมย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งวาระ เมื่อทางพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำรัฐบาลพรรคร่วม เสียแล้วหรือ? พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ต้องการค้นหาอะไรไปมากกว่า การกล่าวโทษเพื่อการขับไล่ของตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และตามที่หนังสือพิมพ์ เนชั่นได้กล่าวว่า มันจะนำกรณีนี้ไปสู่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อการสอบสวนว่ามีบุคคลใดที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนี้ และจะตรวจสอบต่อไปว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นน้องสาวของนายกทักษิณนั้น ได้มีส่วนร่วมรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่

นายอภิสิทธิ์ได้ยืนกรานในเรื่อง ความเดือดดาลของเขานี้ อยู่ใน
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ซึ่งได้กล่าวว่า:

นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวเตือนรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ว่า ไม่ควรที่จะกระทำการใดๆ ที่ส่อความหมายให้เห็นถึงสองมาตรฐาน ดูเหมือนว่าเขาได้อ้างถึงตัว พี่ชายของนายกยิ่งลักษณ์ นั่นก็คือ นายกทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของชัยชนะที่พรรคเพื่อไทยได้รับจากการเลือกตั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้แต่งตั้งให้ตัวนายกยิ่งลักษณ์นั้น ได้อยู่ในตำแหน่งของประมุขฝ่ายบริหาร

มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเป็น อย่างยิ่งที่ เจ้าพ่อของระบบสองมาตรฐานได้กล่าวถ้อยแถลงออกมาเช่นนั้น เราจินตนาการว่า นายอภิสิทธิ์นั้น ก็เพียงแต่เป็น
ไอ้ตัวแสบ เป็นเรื่องที่แน่นอนที่สุดที่ กลุ่มสื่อมวลชนซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านกับนายกทักษิณนั้น จะกระทำการในส่วนนี้ เพื่อที่จะให้ข่าวที่ไปพาดหัวหน้าแรกนั้น เต็มไปด้วยคำว่า นักโทษหนีคดีอยู่วันแล้ววันเล่า และเพียงเพื่อทำให้เหมือนกับว่านำเอาภาพยนต์เก่า มาฉายให้ดูอีกอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า (เป็นรูปแบบเดียวกันกับเมื่อพวกสื่อเหล่านี้ ร่วมกันกระทำเมื่อปี พ.ศ. 2548-2549) นายสุรพงษ์ ได้ตอบโต้กลับไป โดยการ ยื่นฟ้องร้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตพญาไท กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ บุคคลอื่นๆ อีกสามคนของพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และยื่นคำร้องในเรื่องการกล่าวหาเท็จกับตัวเขาด้วย

วิธีการที่ สัมพันธ์กันกับทางที่พรรคประชาธิปัตย์ได้กระทำอยู่ ก็คือการตั้งเป้าให้กับนายกยิ่งลักษณ์ ว่าเป็นเพียงนักการเมืองมือใหม่ แต่ยังได้ แสดงให้เห็นถึงสถานะของเธอว่าเป็นหุ่นเชิดเมื่อนำไปเปรียบเทียบกันกับนายกทักษิณ นั่นเอง:

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้ท้าทาย นายกยิ่งลักษณ์ ให้แสดงอย่างชี้ชัดในเรื่องสถานะของพรรคของเธอและตอบคำถามในเรื่องนโยบายของ รัฐบาลด้วยตัวเธอเอง เพื่อพิสูจน์ว่า เธอมีความเป็นผู้นำได้

นายองอาจ ยังได้เสริมต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า พรรคการเมืองของเธอนั้น มีกลุ่มที่ทำงานสร้างนโยบายและตัวเธอก็ได้เป็นผู้เลือกตัวบุคคลในคณะ รัฐมนตรีด้วยตัวของเธอเอง ดังนั้น เธอควรที่จะตอบคำถามด้วยตัวของเธอเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่า เธอเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างนโยบายอย่างแท้จริง

การ เคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งของกลุ่มเสื้อเหลือง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านนายกทักษิณ กำลังเริ่มขึ้นแล้วอีกครั้งหนึ่ง ในเวลานี้ ได้ผุดขึ้นมาโดยการนำของนายแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือนายตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ซึ่งได้ยื่นหนังสือให้กับสถานเอกอัครราชฑูตประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทยในกรุงเทพ มหานครเมื่อตอนเช้าวันนี้ เพื่อเป็นการประท้วงการอนุมัติอย่างพิเศษที่ให้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าประเทศได้เขายังได้เป็นผู้นำการประท้วงของ ฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ที่สถานเอกอัครราชฑูตประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทยอีกด้วย

เพื่อเป็นการสรุปรวมประเด็น ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์กับทางฝ่ายทหาร ซึ่ง
บางท่านอาจจะคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงลับๆ ระหว่างทางฝ่ายวังกับฝ่ายนายกทักษิณ ได้มีการเสนอแนะว่า ความตึงเครียดกำลังเริ่มก่อตัวผุดขึ้น ในทางที่จะเห็นทางฝ่ายกษัตริย์นิยมและฝ่ายทหารกระทำการวางแผนและสมรู้ร่วม คิดกันอยู่

PPT ก็ขอสันนิษฐานว่า มันกำลังเริ่มก่อตัวผุดขึ้นมาแล้ว......




ความคิดเห็นของผู้แปล:

จากการอ่านบทความฉบับนี้ เราจะเห็นได้ว่า การร่วมมือระหว่างฝ่ายชั่วๆ กำลังเกิดขึ้นเหมือนกับปี พ.ศ. 2548-2549 อีกครั้งหนึ่ง

สิ่ง ที่แตกต่างจากเมื่อ 5 ปี ก่อนคือ การรวมตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อนของพี่น้องเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน เราจะเห็นได้จากการร่วมมือทางฝ่ายสื่อชั่วๆ ที่ออกมาโจมตีก่อนเพื่อน เพื่อแยกมวลชนออกไป ฝ่ายนักวิชาการก็กระทำการ ฟอร์เวิร์ด เมล์เป็นล่ำสัน ซึ่งเกี่ยวกับ การสร้างความซาบซึ้งกับตัวบุคคลในพระราชสำนัก และ การทำลายฝ่ายตรงข้ามในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

อย่างที่ดิฉันเคย กล่าวมาหลายครั้งแล้วว่า พรรคเพื่อไทยนั้น อ่อนเป็นอย่างมากในเรื่องแบบนี้ ไม่ยอมเป็นฝ่ายรุก หรือแม้แต่กระทำการตอบโต้อย่างฉับไว ทั้งๆ ที่ตนเองมีโอกาสอยู่ในมือแล้ว

สิ่งที่ดิฉันขอเสนอให้ทางรัฐบาลนำไปใช้ในการพิจารณา:

1. จัดตั้งองค์กรสื่อของรัฐบาล ในการโต้ตอบกับข่าวสารต่างๆ ที่พวกไม่หวังดี กระทำการอย่างเป็นล่ำเป็นสันอยู่ทุกขณะ ดิฉันเคยคิดถึงเรื่อง การตอบโต้ข่าวสารจากฝ่ายเสื้อแดงเอง ซึ่งเราควรจะช่วยกันระดมสมองว่า จะจัดตั้งเป็นรูปใดแบบไหนกัน การกระจายข่าวสารจะไปได้ทุกจังหวัดหรือไม่

ความ คิดของดิฉัน คือ จัดการเป็นองค์กรนิติบุคคล (มหาชน) ทางฝ่ายเสื้อแดงเลย เหมือนกับสำนักข่าวของ NBC ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประชาชนทั่วไปเป็นเจ้าของและควบคุมสื่อเหล่านั้นได้

2. ออกกฎหมายการฟ้องร้องในเรื่องการเสนอข่าวที่เป็นเท็จ เรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแทรงเสรีภาพต่อความคิดเห็น แต่เป็นเรื่องของการเสนอข่าวสารที่เป็นจริง รวมไปถึงการเสนอข่าวที่เป็นเท็จทางอินเตอร์เนท การแพร่หลายและฟอร์เวิร์ดข่าวที่เป็นเท็จ ควรมีการบังคับใช้แบบกฎหมาย 112 ตัวอย่างเช่นเรื่องการล่งข่าวใน เมนูอาหาร ซึ่งก็ทราบดีว่า เป็นเรื่องเท็จ แต่ไม่มีการใช้บังคับทางกฎหมาย ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับตัวบุคคล ค่าเสียหายอย่างต่ำ ว่ากันไปเลยเป็น 10 ล้านบาทก็ได้ บทลงโทษจะต้องแรง เพื่อปกป้องการกระทำชั่วๆ ผิดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจะไม่มีการรอลงอาญาโดยเด็ดขาด (ป้องกันในรูปแบบของ การตัดสินที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้รับการช่วยเหลือกันอย่างเป็นพิเศษ)

3. ทางฝ่ายเสื้อแดง ควรที่จะเริ่มวิจารณ์ผู้แทนราษฎรซึ่งไม่กระทำหน้าที่อันทรงเกียรติที่ตนได้ รับมอบหมายเข้าไป อย่าลืมว่า ผู้แทนราษฎรไม่ใช่เทวดา คุณเพิกเฉยต่อการปฎิบัติหน้าที่ ก็สมควรที่จะถูกวิจารณ์ได้ ฝ่ายเสื้อแดง เป็นเกราะแก้วเป็นกำแพงให้กับท่าน สามารถฝ่าฟันเข้ามาสู่รัฐสภาได้ แต่เมื่อท่านเพิกเฉย ต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน เราให้อภัยท่านไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะเป็นบุคคลในพรรครัฐบาล หรือ พรรคร่วมก็ตาม คุณสามารถใช้ตำแหน่งในทางการเมือง ต่อการช่วยเหลือ ผู้ที่บริสุทธิ์และถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมใช่ไหมคะ กลุ่มเสื้อแดง น่าจะไปเยี่ยม สส ที่เงียบกริบเหล่านี้กันเสียหน่อยจะดีไหมคะ?

4. กระทำการสอบสวน เรื่องบุคคลที่เสียชีวิตที่ราชประสงค์ โดยเร็วที่สุด ดิฉันไม่นึกเลยว่า ไม่มี สส หรือ ผู้แทนคนไหนเอ่ยปากถึงเรื่องนี้เลยหรือไงคะ? บุคคลที่ดิฉันหวังมากที่สุด ที่จะกระทำการรุกในเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก น้องเดียร์ ซึ่งคุณพ่อของเธอ (เสธ แดง) ได้สละชีวิตไป ไม่อย่างนั้น เธอก็คงจะไม่เข้ามาอยู่ในรัฐสภาหรอก จริงหรือไม่คะ น้องเดียร์? น้องควรจะเริ่มงานหรือยังคะ?

จากบทความที่แปลไว้ เราจะเริ่มเห็นได้ว่า ทางฝ่ายตรงข้าม (เสียงส่วนน้อยของประเทศ) กำลังใช้สื่อโจมตีความน่าเชื่อถือของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ในทุกรูปแบบ จุดหมายของพวกเขาก็คือ การโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของ ประเทศ เรื่องนี้ เราเห็นได้ว่า มันเกิดขึ้นมาถึงสามหนแล้ว ที่ทราบมาก็คือว่า ครั้งที่สี่ กำลังจะเริ่มขึ้น ด้วยวิธีการแบบเก่า ขอให้ท่านพี่น้อง จงช่วยกันปกป้องรักษาให้ดีที่สุด

การต่อสู้รอบใหม่ มันเริ่มเห็นลางๆ แล้วจริงๆ เราเสื้อแดงต้องพร้อม ขนาดชาวต่างชาติเอง (ซึ่งเขียนบทความนี้) เขายังรู้สึกเลยว่า เหตุการณ์ มันกำลังเริ่มผุดกำเนิดขึ้นมา เพื่อกระทำการล้มล้างรัฐบาลชุดนี้อีก เราจะต้องไม่ประมาทนะคะ เชื่อความรู้สึกของตนเอง ที่แน่ๆ ก็คือว่า ไอ้พวกสางเขียวนั้น จะมายิงชาวบ้านฟรีๆ อีกคงยากแน่ค่ะ

ดวงจำปา

http://www.internetfreedom.us/forum/viewtopic.php?f=2&t=6620&sid=268aebb525cf1f14e060dd0e0b38f608

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน