แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"วงศ์เทวัญ” คัมแบ๊ก "บูรพาพยัคฆ์" หงอย บ๊ายบาย ทหารเสือ จับตากุนซือเหยี่ยว "บิ๊กอ๊อด"


bozo


บิ๊กอ๊อด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ถูกเลือกมาเป็น รมว.กลาโหม
ท่ามกลางความงุนงงว่า ไปมีบุญคุณอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ทั้งๆ ที่อายุ 74 แล้ว น่าจะเป็นวัยเลี้ยงหลานพักผ่อน

นอกเหนือจากการมีน้องชายที่ชื่อ เสธ.แอ๊ว พล.อ.อัครเดช ศศิประภา อดีต รอง ผบ.สส.
ซึ่งเป็นนายทหารที่กว้างขวาง และยังเป็นประธานบอร์ดนวนคร
และอีกหลายกลุ่มทุน ที่ว่ากันว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเก่าก่อนแล้ว

การที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ถือเป็นวงศ์วานว่านเครือในตระกูลจารุเสถียร และกิตติขจร
ที่ทำธุรกิจและใกล้ชิดกับทางคุณหญิงอ้อ พจมาน ดามาพงศ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็มีส่วนสำคัญ

เพราะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แต่งงานกับลูกสาว จอมพลประภาส จารุเสถียร
เช่นเดียวกับ บิ๊กเกาะ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผบ.ทบ.
ที่แต่งกับ คุณหญิงหยอย ศุภนภา ลูกสาวคนเล็กของจอมพลประภาส
รวมทั้ง พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ลูกชาย จอมพลถนอม กิตติขจร
จึงทำให้ 4 ตระกูลใหญ่ดองกัน จึงไม่ต้องแปลกใจว่า
ทำไมจึงเคยมีชื่อ พล.อ.สมทัต ชิงเก้าอี้ รมว.กลาโหม มาก่อนด้วย

พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็น รมว.กลาโหม ก็เหมือนกับ พล.อ.สมทัต เป็น รมว.กลาโหม
เพราะเขาต่างเป็นทหารวงศ์เทวัญขนานแท้และดั้งเดิม
เพราะเป็นลูกบิ๊กทหารแถมได้แต่งกับลูกสาวบุคคลสำคัญเปี่ยมอำนาจ
และเติบโตในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และ พล.1 รอ. มาตลอด

โดยเฉพาะ พล.อ.สมทัต นั้น ถือเป็นต้นฉบับของทหารวงศ์เทวัญ
ลูกผู้ใหญ่ ที่ใช้ชีวิตไฮโซ แต่งตัวเนี้ยบ เครื่องแบบกลีบโง้งทั้งหน้าและหลัง

ที่สำคัญคือ ทั้ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ และ พล.อ.สมทัต
มีนายทหารเตรียมทหาร 10 เพื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ที่ชื่อ บิ๊กโอ๋ พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต เป็นน้องรักเหมือนกัน
ที่วันนี้ สิ่งที่ พล.ท.พฤณฑ์ ถูกกระทำมาตลอด
ทำให้เขาต้องกลายเป็นสายเหยี่ยว เต็มตัวและหัวใจ



แม้ พล.ท.พฤณฑ์ จะเสียท่าถูก บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
เพื่อนร่วมรุ่น หลอกให้ตายใจปฏิวัติ 19 กันยายน ล้มอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ
ทั้งๆ ที่ตนเองเป็น ผบ.พล.1 รอ. คุมขุมกำลังปฏิวัติ
แต่ พล.ท.พฤณฑ์ ก็มาเอาคืนได้จากสมรภูมิของคนเสื้อแดงที่ผ่านมา
จนเขาเคยถูก ศอฉ. เรียกตัว และนำมาซึ่งการมีน้ำหนักในสายตา พ.ต.ท.ทักษิณ
อีกทั้งมีข่าววงในความใกล้ชิดของ โอ๊ค พานทองแท้ กับลูกสาวคนสวยของ พล.ท.พฤณฑ์

ชื่อของ พล.ท.พฤณฑ์ กับเพื่อน ตท.10 หลายคน เช่น
บิ๊กฉัตร พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร อดีต ทส. นายกฯ ทักษิณ
จึงมีชื่ออยู่ในทีมฝ่ายเสนาธิการ รมว.กลาโหม ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์
พร้อมด้วยแผลใจที่มีกับ พล.อ.อนุพงษ์
ที่ไม่ยอมให้ยศพลเอกเพื่อนทั้งๆ ที่จะเกษียณกันปี 2555 นี่แล้ว

รวมทั้ง นายทหารวงศ์เทวัญ ที่เป็นลูกน้อง พล.ท.พฤณฑ์ อีกด้วย
ที่จะได้มีส่วนแชร์ในอำนาจบ้าง เพราะถือว่าเป็นกลุ่มวงศ์เทวัญตัวจริง
เขาจึงได้แรงใจแรงเชียร์จากทหารวงศ์เทวัญ ด้วยไม่น้อย

จึงไม่แปลกที่เมื่อมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะประกาศว่า
พอกันทีสำหรับการดันแต่ "บูรพาพยัคฆ์" หรือทหารแค่บางกลุ่ม
แต่ต้องกระจายความเป็นธรรมในการโยกย้ายทหารให้ทหารทุกคน
เพื่อไม่ให้เกิดทหารแตงโม หรือความแตกแยกในกองทัพขึ้นอีก

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวแถวของทหารเสือราชินี
ก็ไม่ลืมที่จะปลุกใจความเชื่อมั่นของบรรดาทหารเสือแห่ง ร.21 รอ.
ให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง เพราะเขาต้องดูแลลูกน้อง

ที่สำคัญ วรรคทองของบิ๊กอ๊อด คือ
"
กองทัพจะต้องเข้มแข็ง เป็นกองทัพของประชาชน
ไม่ใช่กองทัพของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
หรือให้พรรคประชาธิปัตย์แอบอิงเช่นที่ผ่านมา"

"
ผมมาเป็น รมว.กลาโหม ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินฉับพลัน
ผมมาประสานตรงกลางระหว่างกองทัพกับประชาชน
เพราะที่ผ่านมา การเมืองอาจทำให้กองทัพอยู่ในจุดที่ไม่เหมาะสม
แต่จากนี้การเมืองจะไม่อ่อนแอ กองทัพก็ต้องเข้มแข็งเป็นหลักให้ประชาชน"
บิ๊กอ๊อด บอกกับ ผบ.เหล่าทัพ บนโต๊ะอาหารจีนมื้อแรก ที่กลาโหม วันฤกษ์ดี 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

ที่น่าจับตามองคือ การที่บิ๊กอ๊อดให้มีการตั้งนายทหารประสานงานของ ผบ.เหล่าทัพ
ที่จะส่งมานั่งที่กลาโหม เพื่อเคลียร์ในประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง
รมว.กลาโหม กับ ผบ.เหล่าทัพ ก่อนที่จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภากลาโหม

อันเป็นไอเดียที่บิ๊กอ๊อดได้มาในยุคที่ พล.อ.วิมล วงศ์วานิช เป็น ผบ.ทบ.
ที่ดุดันอารมณ์ร้อน ไม่ค่อยยอมฟังใคร ที่ไม่มีใครรู้ว่า
เพราะคล้ายบุคลิกของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หรือไม่

แต่ที่สำคัญคือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นปลัดกลาโหม และ รมช.กลาโหม
ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกใจอย่างมาก เพราะเมื่อครั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อขอให้ทำอะไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ จัดให้ได้ทุกเรื่อง และสำเร็จทุกเรื่อง
และเป็นคนที่รู้กฎระเบียบข้อบังคับกฎหมายต่างๆ ของกลาโหม เป็นอย่างดี

ว่ากันว่า หากนายทหารคนอื่นมาเป็น รมว.กลาโหม
อาจจะแข็งและทัดทาน พ.ต.ท.ทักษิณ ในบางเรื่อง
หากมี "ออเดอร์" มา แต่สำหรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แล้ว
เขาเป็น "มิสเตอร์เยส" สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ



ภาพของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ดูใจดี พูดง่าย ชี้นำ โน้มน้าวง่าย เป็นสายพิราบ
แต่นั่นน่าจะเป็นบุคลิกฉาบหน้าการเป็นเหยี่ยวที่หลบซ่อนอยู่ในตัวตนเท่านั้น

เขาเคยเป็นคนที่รับคำสั่งรัฐบาล ชวน หลีกภัย
ตั้ง บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.
แหวกม่านประเพณี ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ได้
จากนั้นในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ
เขาก็เป็นคนทำให้ พล.อ.สุรยุทธ์ เด้งจาก ผบ.ทบ. มาแขวนเป็น ผบ.สส. แบบสายฟ้าแลบ
ด้วยการทำโผโยกย้ายแค่ส่วนหัวก่อนเท่านั้น

แต่มาครั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ประกาศจะไม่โยกย้าย
พล.อ.ประยุทธ์ หรือแม้แต่ บิ๊กเฟื่อง พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.
แต่ก็ไม่มีหลักประกันใดว่า จะยอมเช่นนี้ไปถึงเมื่อใด 6 เดือน หรือ 1 ปี
โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อาจถูกเด้งไปเป็น ผบ.สส.
ในการโยกย้ายปลายปีหน้า
ยิ่งหากมีการดัน พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานที่ปรึกษา บก.กองทัพไทย
มาเป็น ผบ.สส. ขัดตาทัพไปก่อน 1 ปี ตัดหน้า
บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ เสธ.ทหาร แกนนำ ตท.12
ที่หากขึ้นเป็น ผบ.สส. ก็ยาว เพราะเกษียณ 2557

ลำพังตัว พล.อ.ยุทธศักดิ์ นั้น
พล.อ.ประยุทธ์ และบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. ก็ไม่ห่วงเท่าใดนัก
แต่หวั่นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายทหาร ตท.10 ที่ห้อมล้อมอยู่มากกว่า
เพราะล้วนมีแผลใจกันมาตั้งแต่ปฏิวัติทั้งสิ้น

จนข่าวบางกระแสระบุว่า
จะไม่ยอมให้นายทหารที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามคนเสื้อแดง ขึ้นสู่อำนาจ
ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ ที่จะถูกย้ายไปอยู่ บก.กองทัพไทย
พล.ท.โปฎก บุนนาค ผบ.นสศ. ที่คุมทหารรบพิเศษ เจ้าของผลงานบนรางรถไฟฟ้า

ดังนั้น ระยะห่างของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีอยู่
เพราะหลังมีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น รมว.กลาโหม เมื่อ 9 สิงหาคม
แต่ปรากฏว่ารุ่งขึ้น ไม่มีทหารคนไหนมาแสดงความยินดีกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์
ที่เปิดห้องทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ รอเก้อ
ทั้งๆ ที่ตามธรรมเนียมทหารควรจะต้องพรึ่บเต็มหมด

ตรงกันข้ามต่อมา 11 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ นำทีมหน่วยคุมกำลังในกองทัพภาคที่ 1
เข้าตบเท้าอวยพรวันเกิด 66 ปี บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์
ที่บ้านพักใน ร.1 รอ. ราวกับต้องการจะปลอบใจพี่ชายที่แสนดี
ที่เพิ่งอกหักจากเก้าอี้ รมว.กลาโหม ตามประสาคนที่เคยมีอำนาจล้นฟ้า
แต่กลับมาสูญสิ้นแค่ไม่กี่วันอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็ย่อมมีอาการเหวอให้น้องๆ ได้สังเกตเห็น

เพราะการยินดีกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพิ่งมามีตอน
ที่ พล.อ.พหล สง่าเนตร รองปลัดกลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพ มาต้อนรับ
และรับประทานอาหารกลางวันกันในวันที่เข้าทำงานกลาโหมวันแรกเท่านั้น



ต้องยอมรับว่า แผงอำนาจ 3 ป. เสียเซลฟ์ไม่น้อย
ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมรับข้อเสนอ รมว.กลาโหมของกองทัพ
ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เสนอทั้งพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร
และ พี่รอง บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. เป็น รมว.กลาโหม

พล.อ.ประวิตร เลยต้องหนีไปเที่ยวและช็อปปิ้งที่ฮ่องกง
ในยามที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เข้าทำงานวันแรก
ขณะที่ลูกน้อง พล.อ.ประวิตร ก็เซ็งๆ กันถ้วนหน้า
บิ๊กหมู พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกลาโหม ก็หลบลาไปสหรัฐอเมริกา
และมีคิวอีกบางประเทศจนจะเกษียณกันยายนนี้

การไม่ได้คัมแบ๊กของบิ๊กป้อม
ส่งผลให้อนาคตของ บิ๊กอ๊อด พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ ดับวูบไปด้วย
เพราะเดิมเขาถูกวางให้เป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม
เพื่อที่จะให้เป็นปลัดกลาโหม ในการโยกย้ายนี้

แต่เมื่อ พล.อ.ยุทธศักดิ์ มาเป็น รมว.กลาโหม ทุกคนก็รู้เลยว่า
พล.อ.วิทวัส รัชตะนันท์ (ตท.11) รองปลัดกลาโหม
น้องรักบิ๊กอ๊อด จะได้เป็นปลัดกลาโหม ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณแน่นอน
เพราะนอกจากจะเป็นลูกหม้อสำนักปลัดกลาโหม มากว่า 20 ปี แล้วยังถูกเรียกใช้งานตลอดแล้ว

"
ผมก็ต้องขอล่ะว่า ผมขอเลือกสักคนหนึ่ง ผมขอเลือกกระเดือกผมเองได้ไหม
เพราะต้องมาทำงานกับผมตลอด" บิ๊กอ๊อด กล่าว

ส่วน พล.อ.คณิต ก็ทำใจ และยอมรับสภาพ และแสดงสปิริตในการมาทำงานต่อ
แม้จะเปลี่ยน รมว.กลาโหม แล้วก็ตาม ท่ามกลางการถูกคาดหมายว่า
เขาอาจถูกดองในเก้าอี้นี้จนเกษียณ เพื่อปิดอัตราตำแหน่งนี้ไป
หรืออาจถูกเด้งเป็น จเรทหารทั่วไป
เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เอาทหารที่ใกล้ชิดมาลงอัตราจอมพลและทำงานด้วยกัน

แม้จะปกปิดเอาไว้ แต่น้องๆ ที่ใกล้ชิดรู้ดีว่า
พล.อ.ประวิตร พี่ชายที่แสนดีของพวกเขาเจ็บปวด และหวาดหวั่นแค่ไหน
เมื่อไม่ได้เป็น รมว.กลาโหม เพราะไม่รู้ว่าจะถูกขุดหรือคุ้ยเรื่องใดๆ
ที่ทำเอาไว้ในกองทัพหรือไม่
บรรดาน้องๆ ทหารที่วางตัวเป็นทายาทเอาไว้จะถูกล้างบางหรือไม่

อย่าลืมว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ เปิดช่องไว้แล้วว่า
อาจต้องมีการพูดคุยกันกับ ผบ.เหล่าทัพ
หากฝ่ายการเมืองฝากตำแหน่งต่างๆ ที่เหมาะสมมาให้พิจารณา
แต่จะให้น้ำหนักกับ ผบ.เหล่าทัพเป็นสำคัญ
แต่ให้ยึดความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้

จึงไม่แปลกที่เขาจะให้เวลาเหล่าทัพจัดทำโผโยกย้ายทหาร ไปจนถึงกลางเดือนกันยายนเลย
ราวกับรู้ว่าต้องมีการต่อรอง โดยเฉพาะในระดับห้าเสือของแต่ละเหล่าทัพ

เพราะฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จัดทัพเองทั้งหมด
ให้เป็นไปตามแผงทายาทอำนาจแน่นอน เพราะการป้องกันการปฏิวัติ ก็คือ
ต้องเอานายทหารที่ไว้วางใจได้ เบียดแทรกเข้าไปคุมอำนาจในกองทัพ



จึงต้องจับตามองว่า ในห้าเสือ ทบ. นั้น
จะมีนายทหารดาวรุ่งที่ฝ่ายการเมืองผลักดัน มาแทรกไว้จ่อคิวเติบโตนั้น จะเป็นใคร

ท่ามกลางข่าวสะพัดว่า
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ก็อาจเป็น รมว.กลาโหม ขัดตาทัพแค่ช่วง 6 เดือนแรก
มาเพื่อจัดการการโยกย้ายทหารใหญ่ในคราวนี้ก่อน
นี่จึงทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แอบบ่นน้อยใจ
เมื่อมีสายตรงจากต่างแดนสะกิดไม่ให้พูด
เรื่องการเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ และการไม่โยกย้าย ผบ.ทบ.

"
ถ้าคิดว่าผมทำงานไม่ดี หรือแก่ไปทำงานไม่ไหว
ก็จะให้คนอื่นมาทำแทนก็ได้นะ
ผมจะให้มีการประเมินผลงานผมเอง ว่าเป็นที่พอใจหรือไม่
ถ้าไม่ดีก็ให้คนอื่นมาเป็นแทน ผมไม่ยึดติด" บิ๊กอ๊อด เปรย

ที่ต้องจับตาคือ เมื่อนายกฯ ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาคุมงานกลาโหมเอง
และเป็น ผอ.รมน.ด้วยตนเอง ตามบัญชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ
และต้องเป็น ผอ.รมน. อีกด้วยนั้น
ก็คงต้องส่งบรรดา ตท.10 แยกมาคุม กอ.รมน. กันอีกแรง
เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของกองทัพ
เพราะตามแผนของอำมาตย์
ต้องการขาย กอ.รมน. เป็น ทบวงความมั่นคง หรือ Homeland Security

โดยคาดว่าจะให้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่แม้พลาดเก้าอี้รัฐมนตรี
แต่ก็ลุ้นแค่เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง
แล้วแอบมาดู กอ.รมน. ให้ เพราะตามโครงสร้างไม่มีตำแหน่งสำหรับฝายการเมือง
หลังจากที่รัฐบาล ปชป. ปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ดาว์พงษ์ และ ตท.12 ยึดครองมานาน

กอ.รมน. จึงจะเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ถูกมองว่าจะถูกแทรกซึมหรือล้างบาง หรือไม่
เพราะเดิมถูกมองเป็นรังแห่งอำนาจของ ตท.12



ไม่แค่นั้น รอยห่างของรัฐบาลกับกองทัพ
ก็ทำให้นายกฯ ปู ยังไม่วางใจจึงทำให้ไม่เลือกใช้ทีม รปภ. จากทหารเสือราชินี
หรือกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.)

จากเดิมที่ทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนเป็นนายกรัฐมนตรี
และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
ก็ใช้บริการ แต่ทหารเสือราชินี ก็ยังคงถูกให้ดูแล รปภ. พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป

แต่นายกฯ ปู เลือกที่จะใช้ทหารอากาศโยธิน (อย.)
ที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีต ผบ.อย. เข้าไปดูแลความปลอดภัยในบ้านพัก
แทนให้ทหารรักษาพระองค์ จาก ร.11 รอ.
ที่เคยไปดูแลที่บ้านพักของนายอภิสิทธิ์ มาแล้ว
แม้ว่า ร.11 รอ. ในยุคที่มีผู้การอ๊อฟ พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เป็น ผบ.ร.11 รอ.
นายทหารอาชีพสายพิราบ จะแตกต่างกับยุคผู้การแดง
พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่ออกสายเหยี่ยว ก็ตาม

รวมถึงการให้ตำรวจอดีตหัวหน้าทีม รปภ. ที่เคยติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ มาดูแล
และใช้รถกันกระสุน แลนด์โรเวอร์ และรถตามขบวน พราโด้ อย่างละ 2 คัน
และทหารอีก 10 นายเท่านั้นที่มาดูรอบนอกเท่านั้น
แถมยังไม่ใช้กองร้อยน้ำหวานตำรวจหญิงที่ฝึกมา

ลำพังตัว พล.อ.ยุทธศักดิ์ นั้น ไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก
แต่ที่กองทัพจับตามองคือ ทีมนายทหารที่มาแวดล้อม
เพราะจะกลายเป็นกุนซือ
ที่พร้อมจะพา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ขึ้นเขา ลงห้วย หรือลงเหว ไปเลยก็ได้

แต่ที่น่าห่วงยิ่งกว่า คือ นายกฯ ที่อยู่แดนไกล จะเอาอย่างไรกับกองทัพ และกับ พล.อ.ประยุทธ์ แน่

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1313911556&grpid=no&catid=&subcatid=

http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=27561.0

เริ่ม"ยุคอัสดง"บูรพาพยัคฆ์" "กม.จัดระเบียบกห."ที่พึ่งสุดท้าย !!!

ครูต้วย

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:48 น. มติชน ออนไลน์



เข้าสู่ฤดูกาลโยกย้ายนายทหารระดับนายพลประจำปี 2554 ในครั้งนี้มีความสำคัญไม่น้อยเพราะเป็นช่วงรอยต่อของการเมืองที่เปลี่ยนขั้ว

รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกต้องการความปรองดอง "แก้ไข ไม่แก้แค้น" ทำให้เชื่อว่าอย่างน้อยในปีนี้คงไม่แตะ "ผบ.เหล่าทัพ" โดยเฉพาะ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. รวมถึง "บิ๊กเฟื่อง" พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ผู้ถูกจัดอันดับยกให้เป็น "เบอร์หนึ่ง" ที่ยืนอยู่ตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

แม้จะไม่แตะ "ผบ.เหล่าทัพ" แต่ไม่ได้หมายถึงว่า ปล่อยให้รายชื่อที่เสนอขึ้นมาผ่านสะดวกโยธิน ดังเช่นสมัยรัฐบาลเทพประทานที่มี "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม

ทำให้ได้คำตอบว่าทำไม "พ.ต.ท.ทักษิณ" ได้เลือก "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นั่งเก้าอี้ "รมว.กลาโหม" อย่างน้อยก็เป็น "นายด่าน" เขย่าโผทหาร คัดกรองให้ละเอียด และสกัดกั้น ผบ.เหล่าทัพ ในเบื้องแรกในการวางตัวผู้สืบทอดอำนาจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "6 เสือ ทบ." และเหล่าทหาร "บูรพาพยัคฆ์" ที่อยู่ในตำแหน่งหลัก หรือเตรียมเข้าสู่ตำแหน่งคุมกำลังรบ

บิ๊ก กองทัพเริ่มกังวลใจ เพราะในสมัย "บิ๊กอ๊อด" นั่งในตำแหน่ง "ปลัดกลาโหม" หรือ "รมช.กลาโหม" นั้นได้ชื่อว่าเป็น "จอมล้วง" ให้ "นายใหญ่" เป็นอย่างดี เรียกว่าขอให้ทำอะไร "ได้หมด" ไม่มีการคัดค้าน

"
บิ๊ก อ๊อด" พูดเป็นนโยบายกับ "ผบ.เหล่าทัพ" ว่า "ต้องให้ความเป็นธรรมทุกกลุ่ม จะเลือกแต่บูรพาพยัคฆ์ฝ่ายเดียวไม่ได้ ให้ดูที่ความรู้ความสามารถ ความอาวุโส ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าหากความเห็นของผมกับ ผบ.เหล่าทัพไม่ตรงกันก็จะต้องคุยกัน ...ในตำแหน่งปลัดกลาโหม ผมต้องเป็นคนเลือกเพราะต้องมาทำงานร่วมกับผม"

ตามรายงานข่าวโผโยก ย้ายที่ปรากฏตามสื่อ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม "บิ๊กหมู" พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องรักของ "ประวิตร" ได้เสนอชื่อ "บิ๊กออด" พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษา กห.ขึ้นเป็น ปลัดกลาโหม แต่ทาง รมว.กลาโหมได้เลือก "บิ๊กอู๊ด" พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกลาโหม "ตท.11" ขึ้นนั่งปลัดกลาโหม ที่ถือว่าเหมาะสมมีความอาวุโสและเป็นลูกหม้อเติมโตมาในสายงาน แต่ก็ยังมีข่าววิ่งเต้นของ "นักรบ-นักวิ่ง"

ส่วนกองบัญชาการกองทัพ ไทย "บิ๊กตุ้ย" พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เพื่อนรัก "พ.ต.ท.ทักษิณ" ตัดสินใจเสนอชื่อ "บิ๊กเปี๊ยก" พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานที่ปรึกษา บก.ทท. "ตท.11" ขึ้นเป็น "ผบ.สส." 1 ปีก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อให้ชะลอ "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เสธ.ทหาร "ตท.12" แคนดิเดต เบอร์ 1 "ผบ.สส." รอไปปีหน้าเพราะมีอายุราชการอีกถึง 3 ปี

สำหรับกองทัพเรือ (ทร.) "บิ๊กติ๊ด" พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. เพื่อน "ตท.10" ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" จะส่ง "บิ๊กหรุ่น" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. "ตท.13" ขึ้นเป็น "ผบ.ทร." ตามคาด ส่วนกองทัพอากาศ (ทอ.) ยังนิ่งเพราะ "บิ๊กเฟื่อง" เกษียณปีหน้า มีแค่ปรับเปลี่ยนภายใน ทอ.เท่านั้น แต่แค่ลุ้นว่าการเมืองจะแทรกแซงย้ายฟ้าผ่า "แม่ทัพฟ้า" แห่งทุ่งดอนเมืองหรือไม่

ขณะที่กองทัพบก (ทบ.) เก้าอี้ "6 เสือ ทบ." ที่จะว่างลง 3 ตำแหน่ง ทำให้ "บิ๊กตู่" จะขยับ "บิ๊กหนุ่ย" พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ "ตท.12" ขึ้นเป็น "รอง ผบ.ทบ." รวมถึงเลือกเพื่อนและน้องที่ไว้ใจหลายคนขึ้นมาทำงาน รวมถึงปรับเปลี่ยนนายทหารที่คุมกำลังรบหลายตำแหน่งด้วยกัน แต่ล่าสุด "ประยุทธ์" ได้ชี้แจงในที่ประชุม "มอร์นิ่งบรีฟ" ประชุมภาคเช้าของ ทบ. แล้ว "ผมยืนยันว่าจะยึดหลักความเป็นธรรม มีคณะกรรมการดูแลอยู่ แต่เมื่อบางคนเขาก็เป็นระดับรองๆ แล้วจะให้ย้ายไปไหน ก็ต้องให้เขา ไม่ใช่เพราะเขารุ่นผม แต่เพราะเขาขึ้นมาแล้ว"

ทำให้การประชุมสภา กลาโหมวันที่ 25 สิงหาคมนี้ วาระหารือโยกย้ายนายทหารระดับนายพล เป็นเรื่องที่สังคมจับตา เพราะต้องมีการกางรายชื่อในโต๊ะประชุมให้ "บิ๊กอ๊อด" สแกนละเอียดยิบ โดยยังไม่รวมถึงรายการ "คุณขอมา" จากฝ่ายการเมืองอีกหลายตำแหน่ง ที่ทำให้โผของ "ผบ.เหล่าทัพ" ส่งขึ้นมาต้องถูกเปลี่ยนแปลง

และหากตกลงกันไม่ได้ ก็อาจใช้ "ไม้ตาย" พ.ร.บ.จัดระเบียบของกระทรวงกลาโหม ที่ระบุว่า การโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล อยู่ภายใต้คณะกรรมการ ตามมาตรา 25 ที่ประกอบด้วย 7 ตำแหน่ง คือ รมว.กลาโหม, รมช.กลาโหม, ผบ.สส., ผบ.เหล่าทัพ และปลัดกลาโหม ต้องมา "ยกมือโหวต" ตัดสินตำแหน่งที่ไม่ลงตัวเกิดขึ้น

หาก ปรากฏว่า "ทหารแตงโม" จะพาเหรดขึ้นมาได้ดิบได้ดี จากการเมืองเปลี่ยนขั้วครั้งนี้ ก็คงจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของ "ยุคบูรพาพยัคฆ์เริ่มอับแสง" ก็ว่าได้

(
มติชนรายวัน 23 สิงหาคม 2554 หน้า11)

-----

http://www.internetfreedom.us/forum/viewtopic.php?f=2&t=6551&sid=802101a5a052f76e26fd44245f8d9b74

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน