แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เลื่อนพิพากษา คดี ดีเจเสื้อแดงเชียงใหม่ ปลุกปั่นยุยงปิดถนน



เมื่อวันนที่ 1 ส.ค.56  ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้เลื่อนพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1970/2554  ที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ฟ้องนายจักรพันธ์ บริรักษ์ หรือ ดีเจหนึ่งอดีตนักจัดรายการวิทยุประจำคลื่นรักเชียงใหม่ 51 FM 92.5 MHz  ว่ากระทำผิดตามาตรา 116 โดยศาลได้เลื่อนนัดพิพากษา ไปเป็นวันที่ 5 กันยายนนี้
คำฟ้องระบุว่า จำเลยได้กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา"ชักชวน ปลุกปั่น ยุยงให้ประชาชนที่รับฟังรายการไปร่วมกันปิดกั้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 สายเชียงใหม่-ลำปาง บริเวณแยกดอยติอันเป็นการกระทำเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ.2522 จน เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นใน ราชอาณาจักร โดยที่ประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมไม่อาจสัญจรไปมาได้ตามปกติและอาจเกิด อันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะของประชาชนที่ใช้ทางหลวงดังกล่าว ทั้งนี้โดยมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อ แสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต"
นายจักรพันธ์ บริรักษ์ กล่าวว่า  ประเด็น ที่โดนฟ้อง คือ เขาใช้คำพูดของผม ที่พูดว่า"ปิดถนน" ผมก็ยอมรับว่าผมพูดจริงๆ ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าผมไม่ได้พูดแต่คำพูดสามคำของผมไม่น่าจะเข้าหมวดกฎหมายด้าน ความมั่นคง ดังนั้นจึงน่าจะผิดแค่พรบ.จารจร ไม่น่าผิดกฎหมายอาญามาตรา116 ข้อหานี้เป็นข้อหาที่แรงเกินไป
คดีนี้เป็นคดีตั้งแต่ปี 2552ทำ ให้ผมมีคดีติดตัว ที่ผ่านมาตนวิ่งขึ้นศาลตลอด "คนที่มีคดีติดตัวมันทำอะไรก็ลำบากผมก็อยากให้มันจบๆไป จริงๆแล้วผมเตรียมใจว่าไม่ว่าจะออกมาในรูปไหนก็แล้วแต่ก็พร้อมรับ แต่พอเลื่อนออกไปอีกหนึ่งเอนก็เหมือนว่าเสียเวลาไปอีกหนึ่งเดือน
ต่อ กรณีที่จะมีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองซึ่งคดีนี้อาจเข้าข่ายได้รับการ นิรโทษกรรม นายจักรพันธ์ กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับพรบ.นิรโทษกรรม แม้ว่าคดีของตนจะส่งผลกระทบและใกล้จบไปแล้วเนื่องจากเห็นว่ายังคงมีอีกหลาย คดีที่กระทบคนอีกเป็นจำนวนมาก
"ผมอยากให้นิรโทษกรรมตั้งแต่หลังปี 2549 ที่มีการรัฐประหารด้วยซ้ำไป อาจจะรวมถึงกฎหมายอาญาคดีมาตรา 112 ด้วย ให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีคดีติดตัว ที่รอลงอาญาก็ยกเลิกไปหรือถึงที่สุดตัดสินว่าไม่ผิดก็ให้ลบประวัติเหมือนไม่ มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้มีประวัติติดตัว"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน