แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข่าวด่วน จาก พี่แดงแจ๊ด

ANT_REDARMY

ข่าวด่วน จาก พี่แดงแจ๊ด อีกแล้ว ขอรับกระผม ... !!!

ข่าวด่วน !
อย่าปล่อยให้มาร์คลอยนวล
พี่น้องแดงเยอรมันที่ไม่สามารถ
ไปร่วมต้อนรับทรราชมาร์คที่เบลเยี่ยมได้
ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมมีสายข่าวรายงานว่าทรราชมาร์ค
จะมาแวะที่แฟรงเฟริต วันที่7 ต.ค 2553
ขอรายละเอียดได้ที่แดงแจีด 015151232320




เราจะร่วมกันค้นหา ความเป็นธรรมในแผ่นดิน ... !!!
ANT_REDARMY Konthaiuk
(พ่อมดน้อย ฅนไท ยูเค)
www.konthaiuk.info

http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=13745.0

แดงแจ๊ด:
เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดขอเรียนให้ทราบดังนี้ค่ะ
กิจกรรมของกลุ่มทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด (นปช สัญจร)
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็ปไซด์คุณ SM ค่ะ
ข่าวและกิจกรรมของแดงเยอรมัน
อยู่ที่ www.thairedgermany.com ค่ะ
ขออภัยที่ต้องเรียนชี้แจงเนื่องจากเกรงว่า
ถ้าทางกลุ่มเราทำอะไรผิดพลาดไป
จะได้ไม่กระทบกระเทือนกับเว็ปของคุณ SM ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
แดงแจ๊ด




เราจะร่วมกันค้นหา ความเป็นธรรมในแผ่นดิน ... !!!
ANT_REDARMY Konthaiuk
(พ่อมดน้อย ฅนไท ยูเค)
www.konthaiuk.info

http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=13773.0


"The Red Letters"


"The Red Letters"

จดหมายถึงเพื่อนนักโทษการเมืองทั่วประเทศ

100,000 ฉบับ

" THE RED LETTERS " V.2

"The Red Letters"

http://img291.imageshack.us/img291/2822/71624355.jpg

รวมความรัก

รวมหัวใจ

รวมความคิดถึง

รวมเป็นจดหมายถึงเพื่อน

ด้วยพลังแห่งสันติ

โครงการ "The Red Letters"

ร่วมเขียนจดหมายถึงเพื่อนนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังทั่วประเทศ

ส่งความรักและกำลังใจให้พร้อมกัน

100,000 ฉบับ

พร้อมกัน

วันที่ 10/10/10
ตั้งแต่เวลา 10.10น.
และร่วมจุดเทียนรำลึกร่วมกับ บก.ลายจุด เวลา 18.00 น.


อำนวยการผลิตโดย

www.go6tv.com

the red letters2 0001

http://www.youtube.com/watch?v=P90rmRaz7gw&feature=player_embedded

http://www.go6tv.com/

แถลงข่าว มหกรรม ประชาชนลุกขึ้นสู้ 14 ตุลา ตาสว่างกว่าเดิม

แถลงข่าว

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

มหกรรม ประชาชนลุกขึ้นสู้ 14 ตุลา ตาสว่างกว่าเดิม

ชุมนุมใหญ่ 17 ตุลาคม 2553 สนามกีฬา อยุธยา

การลุกขึ้นสู้ของประชาชน เรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ 3 ทรราชในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยเบ่งบานสะพรั่งในสังคมไทย นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้ตื่นตัวทางการเมืองและมีการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตยและความเป็นธรรมอย่างกว้างขวางจนพลิกโฉมหน้าสังคมไทยให้เจริญ ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น แต่แล้วอำนาจเผด็จการทหารได้ก่อการรัฐประหารนองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ขึ้น ด้วยการใช้ความรุนแรงเข่นฆ่านิสิต นักศึกษา ประชาชน อย่างป่าเถื่อนโหดเหี้ยมอำมหิต ได้สร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย จนนิสิต นักศึกษา ประชาชน ได้ประกาศ สงครามประชาชน ใช้กำลังอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหารระหว่างปี 2519 – 2525 นำความสูญเสียและความบออบช้ำให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

การเรียกร้องของคนเสื้อแดงให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในเดือนมีนาคม 2553 กลับถูกรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตในเหตุการณ์ 10 เมษายน และ 19 พฤษภาคม 2553 การประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน อย่างต่อเนื่องเพื่อปราบปรามคนเสื้อแดง คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน การลอบสังหารแกนนำคนเสื้อแดงและการดำเนินคดี ด้วยการยัดเยียดข้อหาการก่อการร้าย การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารด้วยการ ปิดเวปไซด์ การปิดนิตยสาร การปิดโรงพิมพ์และนิตยสาร Red Power กำลังทำให้สังคมไทยเข้าสู่ยุคมืด ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่น่าสะพรึงกลัว เคียดแค้น ชิงชัง ประชาชนมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา มีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงด้วยการวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆเพื่อคงไว้ซึ่ง พรก.ฉุกเฉิน และการใช้อำนาจเผด็จการทหาร ทำ ให้เศรษฐกิจ การเมือง ล้าหลัง ตกต่ำ หากปล่อยให้รัฐบาลยังคงความเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ จะทำให้สังคมไทยเข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมือง กระทั่งนำมาสู่สงครามประชาชนได้ในที่สุด

เพื่อเป็นการเตือนสติต่อสังคมไทยและเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง นำมาสู่สังคมประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน โดยสันติ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มแดงอยุธยา กลุ่มแดงเชียงใหม่ สมัชชาประชาธิปไตยนนทบุรี กลุ่มThailand Mirro จะได้ร่วมกันจัดงานครบรอบ 37 ปี 14 ตุลา ม เป็นการชุมนุมของประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยครั้งใหญ่ โดยมีคำขวัญต่อเนื่องจากการชุมนุมใหญ่มหกรรม 19 กันยาตาสว่างทั้งแผ่นดินที่เชียงใหม่ เป็น มหกรรม 17 ตุลา ตาสว่างกว่าเดิม โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ

1.ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง นปช.ทุกคนเพื่อสร้างสังคมปรองดองอย่างแท้จริง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในทุกพื้นที่ และยกเลิกศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ทำงานซ้ำซ้อนกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และเป็นแหล่งล้างผลาญเงินงบประมาณ

2.ปฏิรูปศาลยุติธรรมให้เชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชนและนำคณะลูกขุนมาใช้ในกระบวนการยุติธรรม

3. ปฏิรูปเศรษฐกิจ กระจายรายได้เป็นธรรมด้วยการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ จัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า ภาษีมรดกภาษีที่ดินเพื่อนำมาสู่การจัดตั้งรัฐสวัสดิการ

4.ปฏิรูปที่ดินกระจายการถือครองที่ดินให้ชาวนา ชาวไร่ ประกันรายได้เกษตรกรและกรรมกรให้พอเพียงต่อการดำรงชีพสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

5. หยุดการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ยุติการปิดกั้นและคุกคามสื่อมวลชน ทุกรูปแบบ

ทั้งนี้กลุ่มแดงเชียงใหม่โดยศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ จะได้เข้าร่วมงาน มหกรรมประชาชนลุกขึ้นสู้ “17 ตุลา ตาสว่างกว่าเดิมที่อยุธยา ดังนี้

1. ในวันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม 2553 จะจัดขบวนรถแรลลี่เส้นทาง เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ขบวนรถออกเดินทางจากเชียงใหม่มากกว่า 100 คัน รวมตัวกันที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์แยกดอนจั่น และจะออกเดินทางจากเชียงใหม่เวลาประมาณ 8.00 น. มุ่งสู่อยุธยา ด้วย ป้ายข้อความติดตามข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ติดรถยนต์ทุกคัน และแวะรวมพลกันกับรถจากจังหวัดต่างๆ ตลอดรายทาง เวลาค่ำถึงพร้อมกันที่อนุสาวรีย์พระนเรศวร อยุธยา

2. โดยการเดินทางขบวนแรลลี่ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางและใช้เงินส่วนตัวของมวลชนทุกๆคน ทางศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ จะช่วยเหลือในส่วนของการดูแลประสานงานความปลอดภัย และจัดเตรียมน้ำดื่มให้ในขบวนเท่านั้น

3. ในวันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม2553 แรลลี่กรุงเทพ-อยุธยา ขบวนรถกว่า 100 คัน วิ่งรอบเมืองกรุงเทพเข้าสู่อยุธยาพร้อมกันที่สะพานปรีดี พนมยงค์ เวลา 15.00 น. เดินขบวนถึงสนามกีฬา 17.00 น. เริ่มเวทีปราศรัยทางการเมือง พบกับ สส.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย สส.ดร.สุนัย จุลพงศธร สส.สุรเชษฐ์ ชัยโกศล สส.จตุพร พรหมพันธ์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ฯลฯ โดยมีไฮไลต์ของงาน คือ สาปแช่งฆาตกร เวลา 17.30 น. และ ยิงตะไลทะลุฟ้า ท้าอธรรม จำนวน 3000 นัด เวลา 22.00 น.

ทั้งหมดนี้ เป็นการเคลื่อนไหวต่อสู้โดยสงบ สันติ วิธี ตามสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่าได้บิดเบือนหรือให้ร้ายป้ายสีและอย่าได้ใช้วิธี การสกปรกหรือใช้อำนาจรัฐขัดขวางการการเคลื่อนไหวดังกล่าว ทั้งนี้ขอขอบคุณล่วงหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการอำนวยความสะดวกในด้าน การจราจร การดูแลความปลอดภัย และขอขอบคุณหน่วยงานที่บริการรถสุขา เพื่อให้การจัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประสพความสำเร็จต่อไป

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย/ สมัชชาประชาธิปไตยนนทบุรี/ กลุ่มแดงอยุธยา

กลุ่มแดงเชียงใหม่ /Thailand Mirror/ Red Power

ติดต่อประสานงานที่ 089-5007232 (กรุงเทพ) 087-0929030 (นนทบุรี) 082-1999565 (อยุธยา) 0812895105 (เชียงใหม่)

แถลงข่าวเรื่อง สืบสานเจตนารมณ์ และร่วมรำลึกวีรชนผู้กล้า


แถลงข่าว

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

เรื่อง สืบสานเจตนารมณ์ และร่วมรำลึกวีรชนผู้กล้า

ครบรอบ 37 ปี 14 ตุลาคม 2516 และครบรอบ 34 ปี 6 ตุลาคม 2519ณ

ลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ประเทศไทยตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2475 กว่า 78 ปีที่ผ่านมาระบอบการปกครองประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่มั่นคงถาวร หกล้มคลุกคลานมาโดยตลอดไม่มีความก้าวหน้าที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขได้ ทั้งที่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ดีที่สุด ก็เพราะประเทศไทยไม่เคยมีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยของประเทศไทยมีแค่การให้สิทธิ์แก่ประชาชนออกไปเลือกตั้งเท่านั้น แต่เนื้อหาความเป็นจริงไม่เคยเป็นประชาธิปไตยเลย อำนาจการปกครองบริหารประเทศตกไปอยู่ในกำมือของกลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจบารมีที่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศที่สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันแก่ข้าราชการทุกหมู่เหล่าโดยการหลอกล่อด้วยตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ และเศษเสี้ยวของผลประโยชน์ ให้ข้าราชการทำการปกป้องอำนาจและผลประโยชน์ให้แก่พวกเขา ให้ละเลยการทำงานเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ให้หลงลืมไปว่าระบอบประชาธิปไตยคืออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนทั้งหลาย ไม่ใช่เป็นของเจ้าขุนมูลนายส่วนน้อยที่หลงระเริงในอำนาจ

ตลอด 78 ปีที่ผ่านมา ระบอบประชาธิปไตยของไทย โดนรัฐประหารเงียบโดยเผด็จการอำนาจเก่าและเผด็จการทหาร ที่ร่วมมือกันฉกฉวยผลประโยชน์ของประเทศชาติเอาไปเป็นของส่วนตัวจนร่ำรวยติดอันดับต้นๆของโลก ประชาชนคนไทยได้เคยร่วมมือกันออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยตลอดมาและหลายครั้ง ครั้งที่เป็นประวัติศาสตร์เป็นที่จดจำของคนทั้งโลกก็คือเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ที่เป็นการออกมาเรียกร้องคืนประชาธิปไตยของประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เหตุการณ์ในครั้งนั้นแม้จะเป็นชัยชนะของประชาชนในการเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ก็เป็นเหตุการณ์โศกสลดในการสูญเสียชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชนเป็นจำนวนมาก จนถึงเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ในปี พ.ศ. 2535 ที่ต้องสูญเสียชีวิตของประชาชนอีกครั้ง แลกกับการได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตยที่จอมปลอมหลอกลวง

ในปัจจุบันนี้ ในปี พ.ศ. 2553 ที่ทั่วทั้งโลกพัฒนาก้าวไปไกลสู่โลกแห่งเทคโนโลยี แต่ประเทศไทยยังล้าหลังจมปลักอยู่กับการเรียกร้องประชาธิปไตยที่อำนาจเก่าแก่หลงยุคไม่พัฒนาก้าวตามโลก ยังใช้อำนาจเผด็จการสั่งเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์สองมือเปล่าตายเป็นจำนวนมากด้วยอาวุธสงคราม เพียงแค่พวกเขาไปเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินปัญหาของประเทศชาติ เพื่อความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เท่านั้น

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ ผู้รักความเป็นธรรมและต้องการระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบสมบูรณ์ ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ได้ร่วมกันออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ ตั้งแต่มีกลุ่มเผด็จการเข้ามาทำการรัฐประหารยึดอำนาจของประชาชนไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มาจนตราบถึงปัจจุบัน

เราขอปฏิญาณว่า เราจะสืบสานเจตนารมณ์ของเหล่าวีรชนคนกล้าของประเทศไทยทุกรุ่นที่ได้ต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย เพื่ออนาคตที่ดีของประชาชนและประเทศชาติ เราจะต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนคนไทยทั้งมวลร่วมกัน

กลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรม และรักประชาธิปไตย

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม 2553

"แดง" เชียงใหม่ต้อนรับผู้ว่า "เหลือง"

วันนี้ ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ และชาวเชียงใหม่ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต้อนรับ และอ่านแถลงการณ์ ต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่จะเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นคนสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรที่สำคัญคนหนึ่ง แต่พอทราบข่าวว่าขณะนี้ได้มีประชาชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อยื่นหนังสือและรอต้อนรับ ท่านผู้ว่าคนใหม่ที่กำลังตระเวนสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆของจังหวัด ก็ปลีกตัวเปลี่ยนแผนเปลี่ยนเส้นทางมุ่งเข้าศาลากลางจังหวัดทันที เพื่อร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง นับว่าท่านเป็นนักปกครองที่เข้าใจมวลชน ก็ต้องลองดูกันต่อไปว่าท่านจะทำงานได้ดีกว่าผู้ว่าคนเก่า ที่มีวิสัยทัศน์ในการรักษาเก้าอี้และที่ทำงาน โดยเปลี่ยนศาลากลางให้ไปเป็นคุกที่คุมขังตัวเองและข้าราชการลูกน้อง เป็นที่น่าหัวร่อของผู้ที่พบเห็น ได้หรือไม่

..............................................................................

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

ที่ 027 / 2553

วันที่ 4 ตุลาคม 2553

เรื่อง ยินดีต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

เรียน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

สิ่งที่แนบ แถลงการณ์ของ ประชาชนชาวเชียงใหม่ผู้รักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตย

ตามที่ท่านได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตามคำสั่งแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย และจากการที่ปัจจุบันนี้ประเทศชาติของเราเกิดวิกฤตปัญหาทางการเมืองมีความแตกแยกทางความคิดเป็นฝักเป็นฝ่าย โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่มีกระแสการเมืองที่แข็งแกร่ง มีกลุ่มบุคคลและกลุ่มการเมืองอยู่มากมายหลายกลุ่ม มีการต่อสู้ทางความคิดและการรวมตัวแสดงพลังกันอยู่เป็นประจำในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้บ้านเมืองไม่มีความสันติสุข เพราะที่ผ่านมาคนเชียงใหม่ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ล้วนมีความเข้าอกเข้าใจต่อกัน มีการประสานงานกัน และร่วมมือกัน ในการแสดงออกตามแนวทางประชาธิปไตยตามกฎหมาย ร่วมกันสร้างความรักความสามัคคี สร้างความสงบสุข ภายในจังหวัดเชียงใหม่ของเรา

ในการมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ของท่านในครั้งนี้ เราประชาชนชาวเชียงใหม่คาดหวังอย่างยิ่งว่า ท่านผู้มีสายเลือดของ องค์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้ทรงริเริ่มก่อตั้งและทรงเป็นปฐมเสนาบดีพระองค์แรกของกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้สร้างนิมิตหมายอันดีในการเป็นผู้ว่าราชการที่คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุข พัฒนาท้องถิ่น สร้างขวัญกำลังใจ สร้างความรักความสามัคคี ให้แก่ราษฎรประชาชนชาวเชียงใหม่

เราประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่จึงยินดีต้อนรับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในการมาดำรงตำแหน่งในครั้งนี้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

ประชาชนชาวเชียงใหม่ผู้รักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตย

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

..........................................

แถลงการณ์

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

เรื่อง ยินดีต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนใหม่

ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้ง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ให้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เราประชาชนชาวเชียงใหม่ ยินดีต้อนรับท่านผู้ว่าคนใหม่ ผู้ที่จะมาเป็นพ่อเมืองเชียงใหม่ มาเป็นผู้นำในการพัฒนาสร้างเมืองเชียงใหม่ให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง สร้างความรักความสามัคคี และความสงบสุขร่มเย็น ต่อจังหวัดเชียงใหม่

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ ที่ท่านดำรงตำแหน่งอื่น เช่นเป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย หรือเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จะมีข่าวว่าท่านสนับสนุนต่อบางกลุ่ม ไม่ชอบใจต่อบางกลุ่ม จะเพราะเหตุผลที่ไม่อาจกล่าวถึงอย่างไรก็ดี แต่เราประชาชนชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่ ผู้ที่รักและเคารพต่อ อดีตนายกรัฐมนตรีคนเชียงใหม่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นวีรบุรุษขวัญใจคนรากหญ้าทั่วประเทศ ก็คาดหวังว่าด้วยจิตใจของผู้ใหญ่ และจิตใจของผู้บริหาร จิตใจของชาวมหาดไทย และหลังจากได้ร่วมมือทำงานกับประชาชนชาวเชียงใหม่แล้ว เราจะได้เห็นการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ที่จริงจังและจริงใจจากท่าน ผู้มีสายเลือดสิงห์มหาดไทยอย่างเข้มข้น

ประชาชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ในนามศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกอำเภอ เป็นผู้ประสานงานในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย และต่อต้านการใช้อำนาจเผด็จการ มาตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่เราบ่งชี้ว่าเป็นจุดกำเนิดของวิกฤติการณ์ทางการเมืองของประเทศชาติของเราอยู่ในขณะนี้ การรัฐประหารในครั้งนั้นนอกจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาของชาติได้แล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาทุกอย่างให้แย่ลงกว่าเดิม สิ่งที่จะเป็นคุณประโยชน์ของการรัฐประหารมีอยู่อย่างเดียว คือการปลุกจิตสำนึกของประชาชนผู้รักชาติได้ตระหนักว่าระบอบประชาธิปไตยมีคุณค่ามากมายแค่ไหน ประชาธิปไตยสามารถสร้างเศรษฐกิจที่ดีกว่าได้อย่างไรเหมือนอย่างกับที่บอกกันว่าประชาธิปไตยสามารถกินได้ และการรัฐประหารในครั้งนั้นคือการเปิดเผยตัวเองอย่างล่อนจ้อนของผู้มีอำนาจและใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย นั่นก็คือการใช้อำนาจแบบเผด็จการ กดขี่ และเหยียดหยามประชาชน

ประชาชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่เป็นกลุ่มประชาชนผู้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในบ้านเมืองของเรา เราก็ไม่อาจนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์เหล่านี้เพราะการนิ่งเฉยของประชาชนอาจทำให้เหล่าเผด็จการคิดไปเองว่าเราให้การสนับสนุนพวกเขา เราจึงต้องออกมารวมตัวกันแสดงพลังว่าเราขอต่อต้านอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ เราได้รับการปลูกฝังในการรักษาบ้านเมืองตามพระราชดำรัสที่ว่า ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ และเราก็เห็นว่าประชาชนต้องออกมาควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ซึ่งก็คือรัฐบาลชุดนี้ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างไม่ชอบธรรม มาเป็นรัฐบาลเพราะได้รับการสนับสนุนและกรุยทางจากทหารและเผด็จการที่ทำรัฐประหารมาก่อนหน้านี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทั่วประเทศมาเป็นลำดับที่สอง มี ส.ส. ที่ได้รับการเลือกตั้งห่างจากลำดับแรกถึงกว่า 70 คน แต่ด้วยการใช้อำนาจเผด็จการนอกระบอบประชาธิปไตยพลิกแพลงฉันทามติของประชาชน ตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาในค่ายทหาร เราจึงเห็นว่านั่นคือการตบหน้าประชาชนเจ้าของอำนาจทั่วประเทศ

และเมื่อเราประชาชนยืนยันหลักการประชาธิปไตยเดินทางไปทวงถามสิทธิ์ของเรา โดยการเรียกร้องให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งกันใหม่ตามแนวทางที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลทรราชย์ของนายอภิสิทธิ์ไม่แค่เพียงไม่สนองตอบเท่านั้น แต่กลับเข่นฆ่าสังหารชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปอย่างมากมายหลายร้อยคน บาดเจ็บและถูกจับกุมคุมขังในคุกอีกหลายพันคน ในสถานการณ์ไม่ปรกติเช่นนี้ ที่เหตุการณ์รุนแรงยิ่งกว่าสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร รัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายน้อยกว่านี้ ถามว่าถ้าหากไม่ได้รับการหนุนหลังจากอำนาจเผด็จการที่ครอบงำประเทศแล้ว รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จะลอยหน้าอยู่เช่นนี้ได้อย่างไร เราจึงเห็นว่าการที่ประชาชนต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ก็คือการปฏิบัติตามแนวทางพระราชดำรัสในการไม่สนับสนุนคนไม่ดีให้เข้ามาปกครองบ้านเมืองนั่นเอง

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ก็จริง แต่ในหลายปีมานี้การทำงาน หรือการพัฒนา และแก้ไขปัญหาทุกอย่างของจังหวัดกลับดำเนินไปได้อย่างเชื่องช้า สาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็คือการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าราชการบ่อยครั้ง บางท่านมาอยู่ไม่ถึงปี บางท่านมาอยู่ ปี 2 ปีก็ย้ายออกไป ไม่ได้ทำงานแบบต่อเนื่อง ไม่เหมือนจังหวัดสุพรรณบุรีที่เจริญอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ว่าอยู่ทำงานต่อเนื่องถึง 5 ปี แต่จังหวัดเชียงใหม่ยังมีงานพิเศษอีกมากมาย ทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองทหาร เมืองศูนย์กลางราชการของภาคเหนือ ทำให้งานสังคมพวกนี้ ทั้งงานต้อนรับบุคคลสำคัญ งานประสานงาน งานประชุม งานสังคม กลายเป็นงานสำคัญและจำเป็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จนเป็นที่มาของการพูดประชดประชันของบุคคลทั่วไปที่มองว่าหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คือ ฮับแขก แดกเหล้า เฝ้าสนามบิน ตัดริบบิ้น (ตี๋ก๊อง) แล้วไปตี๋กอล์ฟ

เรามองเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นผู้นำในการพัฒนาเมือง และเราก็มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า ผู้ว่าราชการของเชียงใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่ง พวกท่านมาแล้วก็ไป ๆ ไม่เคยได้ทำงานให้บ้านเมืองของเรา ปัญหาของจังหวัดเราจึงไม่ได้รับการแก้ไขเพราะขาดคนทำงาน การพัฒนาเมืองของเราจึงไม่เกิดขึ้นเพราะขาดผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้ก็โดยแต่การมีผู้นำที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น มีผู้นำที่อาสาและแข่งขันกันเข้ามาทำงาน มีวาระในการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งนั่นก็คือต้องมีการเลือกตั้ง ต้องให้อำนาจต่อประชาชนคนเชียงใหม่เป็นผู้เลือกคนเข้ามาทำงาน เมื่อนั้นปัญหาต่างๆของจังหวัดเชียงใหม่จะได้รับการแก้ไขที่ถูกจุด เราจึงคาดหวังไว้ว่าเมื่อประเทศชาติของเราเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาชนคนเชียงใหม่จะมีโอกาสเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของเราโดยตรง

เราจึงขอเสนอให้มีการ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาทำงานให้จังหวัดเชียงใหม่มีความเจริญทัดเทียมกับเมืองใหญ่ ที่เจริญแล้วอย่าง กรุงเทพมหานคร

ด้วยความเคารพ

กลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ผู้รักความเป็นธรรม และรักประชาธิปไตย

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่

แถลง ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม 2553

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน