แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

"ยึดรถไฟไปอยุธยา"

Porsche

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวถึง
กิจกรรมทางการเมืองในวันอาทิตย์ที่ 3 ต.ค.นี้ว่า กิจกรรมครั้งนี้
จะเดินทางไปยังบึงพระราม จ.พระ นครศรีอยุธยา ใช้ชื่อกิจกรรมว่า "ยึดรถไฟไปอยุธยา"
ซึ่งหมายความว่าขบวนรถไฟในวันนั้นจะเป็นขบวนพิเศษนั่งฟรี ขบวน 211
และทุกโบกี้จะเต็มไปด้วยคนเสื้อแดง ออกจากสถานีหัวลำโพง เวลา 12.50 น.
หากใครสนใจให้มาเจอกันในเวลา 12.00 น. เพื่อจะได้ร่วมขบวนไปกับเรา
เมื่อไปถึงปลายทางก็จะมีขบวนรถสามล้อ มารับพาไปยังพื้นที่จัดงานที่บึงพระราม
และเริ่มทำกิจกรรมในเวลา 15.00 น. ด้วยการปั่นจักรยานรอบตัวเมือง
นั่งกินข้าวแดง นอนตาย จากนั้นก็เป็นการจุดเทียนแดง
เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม

นายสมบัติ กล่าวต่อว่าเมื่อช่วงเช้าตนมีโอกาสได้พบและหารือกับนายจตุพร
เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ของกลุ่มตน
ซึ่งนายจตุพร ก็เห็นชอบด้วย และรับปากว่าจะช่วยแถลงข่าว
ให้มีการใส่เสื้อสีแดงทุกวันอาทิตย์ จากนั้นยังได้หารือเรื่องการจัดงาน
รำลึกในเหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัวและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ครบ 6 เดือน ในวันที่ 10 เดือน 10 นี้ โดยนายจตุพร ประเมินว่าในวันดังกล่าว
จะมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก หลังจากเสร็จงานนี้แล้วก็จะมีงานใหญ่ต่อ คือ
งาน "รวมพลคนเสื้อแดง" ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการและเรื่องสถานที่จัดงาน
คาดว่าจะใช้สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก

วันเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
นางธิดา โตจิราการ ภรรยาน.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เดินทางมาเข้าเยี่ยมสามี
หลังจากออกมานางธิดากล่าวถึงความเป็นอยู่ของน.พ.เหวงภาย ในเรือนจำ
หลังจากถูกคุมขังอยู่มากว่า 4 เดือน ว่า ขณะนี้น.พ.เหวงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
และได้แต่งเพลงไว้ 3-4 เพลง แนวเพื่อชีวิต หากแต่งเสร็จสมบูรณ์จะนำมาเปิดให้ฟัง

นอกจากนี้ นางธิดา ยังได้ให้ความคิดเห็นกรณี
ดีเอสไอพบปลอกกระสุนบนรางรถไฟฟ้า บีทีเอส หน้าวัดปทุมวนาราม ว่า
ปลอกกระสุนดังกล่าวเชื่อว่าคงไม่มีชาวบ้านธรรมดาไปทิ้งไว้
และที่ผ่านมาดีเอสไอยังไม่มีหลักฐานแต่กลับส่งฟ้องพวกแกนนํา กล่าวหาว่า
พวกเราคือพวกผู้ก่อการร้าย ทั้งที่ยังไม่มีการสืบสวน
ตั้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต แล้วไม่ให้ประกันตัวถามว่ามันถูกต้องหรือ

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?n...B6TUE9PQ==

คุณพ่อและคุณแม่ของคุณจักรภพได้ที่อยู่ใหม่แล้วครับ

Ooi ThaiDelphi
คุณพ่อและคุณแม่ของคุณจักรภพได้ที่อยู่ใหม่แล้วครับ ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก โดยเพื่อนของคุณจักรภพช่วยหาให้ส่วนเรื่องการช่วยเหลือนั้น ท่านเกรงใจพวกเรามากตอนแรกท่านไม่ยอมให้เบอร์บัญชีธนาคารแต่ผมเรียนให้ท่านทราบว่า แฟนคลัปของคุณจักรภพมีมากพอสมควรและประสงค์จะแสดงน้ำใจต่อคุณจักรภพท่านเลยให้เบอร์บัญชีมาดังนี้
ชื่อบัญชี ณัฐวรรณ เพ็ญแขเลขที่บัญชี... 033-2-822186บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสะพานควาย
ท่านฝากขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและมีความปรารถนาดีต่อท่านส่วนคุณจักรภพสบายดีตามอัตภาพครับ

แถลงการณื ฉบับที่ 1

ลุงยิ้ม ตาสว่าง แถลงการณื ฉบับที่ 1 ..การณ์นี้เป็นการร่วมมือร่วมใจของคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันซึ่งคิดต่างจากรัฐบาล โดยปราศจากแกนนำ หรือนักการเมือง หากแต่บุคคลต่าง ๆ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันกับประชาชนคนเสื้อแดงมีความประสงค์จะร่วมเสวนา ปราศรัย หรือร่วมกิจกรรมหนึ่งกิจกรรมใด ให้เข้าร่วมและเป็นไปในลักษณะผู้ที่มีความคิดสอดคล้องกันในอุดมการณ์ในการแสดงออก เพื่อให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นธรรมชาติของประชาธิปไตยอันบริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากประชาชนโดยแท้จริง

คาราวาน"ทัวร์นกขมิ้น"ทั่วไทย




แรลลี่ตาสว่างเชียงใหม่ อยุธยา


http://www.youtube.com/watch?v=RBKGseEPcWY&feature=player_embedded#!

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

ประวิตร โรจนพฤกษ์: ภาระของการปฏิเสธความจริงเรื่องวิกฤติการเมือง

ประวิตร โรจนพฤกษ์

ในสังคมไทยความจริงและการยอมรับสิ่งที่เห็นอยู่โทนโท่ มักถูกปิดทับไว้ใต้นิยายปรัมปราอันหนักอึ้งและการปฏิเสธความจริง

ตัวอย่างล่าสุด: การกลับมาชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553 เพื่อระลึกการครบรอบสี่ปีรัฐประหาร และสี่เดือนของการใช้ทหารปราบประชาชน คนเสื้อแดงออกจากพื้นที่ราชประสงค์
การรายงานข่าวของสื่อกระแสหลักในวันนั้นขาดซึ่งประเด็นสำคัญยิ่งไปหนึ่ง ประเด็นอันได้แก่ ข้อความเคียดแค้นที่ขีดเขียนโดยคนเสื้อแดงเต็มกำแพงสังกะสีที่กั้นเขตก่อ สร้าง ซ่อมแซมตึกเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็น ซึ่งคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เผาเมื่อสี่เดือนที่แล้ว

ก่อนวันอาทิตย์นั้น กำแพงสังกะสีสูงสองเมตร ยาวกว่าประมาณ 70 – 80 เมตร เต็มไปด้วยหลากข้อความโฆษณาชวนเชื่อ ชวนให้คนไทยมารัก ลืมและปรองดองกัน แต่พอพลบค่ำของเย็นวันที่สิบเก้า ข้อความบนกำแพงที่ทางเจ้าของเซ็นทรัลเวิลด์จัดไว้ก็ถูกเขียนทับด้วยข้อความ อันเคียดแค้นต่อชนชั้นนำเก่า แบบที่ไม่สามารถนำมาอ้างได้ในที่นี้โดยไม่เสี่ยงผิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ

ราวหนึ่งทุ่มเศษคืนนั้น คนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยจับกลุ่มหลายกลุ่ม ยืนพูดคุยวิจารณ์ข้อความและระบายความโกรธแค้นคับข้องใจทางการเมืองอยู่หน้า กำแพง หากทว่าพอถึงวันรุ่งขึ้น ข้อความเหล่านั้นก็ถูกลบทิ้งไปสิ้น ราวกลับว่า เหตุการณ์คืนก่อนหน้านั้นมิได้เคยเกิดขึ้น กำแพงยังคงอยู่ แต่ข้อความไม่เหลือให้ห็น คงเหลือเพียงกำแพงสังกะสีอันว่างเปล่าสีเทา ถึงแม้เพียงคืนเดียวก่อนหน้านั้น มันจะได้ทำหน้าที่เก็บบันทึกความในใจจากก้นบึ้งของคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง

คนบางคนได้ตัดสินใจว่า ข้อความเหล่านี้ไม่ควรถูกบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยปี 2553 ช่างภาพชาวตะวันตกผู้หนึ่ง ซึ่งพอเข้าใจความหมายของบางข้อความ กล่าวกับผู้เขียนในคืนนั้นว่า เขาไม่แน่ใจว่าจะนำรูปของข้อความบนกำแพงที่ถ่ายไปลงที่ไหนได้บ้าง และไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรดีกับรูปเหล่านั้น
ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คนไทยจำนวนมากอยากเชื่อเกี่ยวกับบางเรื่องกับความ เป็นจริงที่ว่า คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมีความเชื่อบางอย่างแตกต่างไป ไม่เคยกว้างแตกต่างเท่าทุกวันนี้ เหตุการณ์ 10 เมษา และ 19 พฤษภาคม 53 ซึ่งนำมาซึ่งความตายของ 91 ชีวิต ยิ่งทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้น เต็มไปด้วยความโกรธแค้นในหมู่คนเสื้อแดงและวิตกจริตในหมู่ชนชั้นนำเก่า

ช่องว่างระหว่างสิ่งที่พูดและยอมรับในที่ลับ กับสิ่งที่ท่องและปฏิเสธในที่สาธารณะดูจะกว้าง ห่างจากกันมากขึ้นทุกที กลายเป็นราคาค่างวดที่สังคมไทยต้องแบกรับหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศยุคทักษิณผู้ซึ่งทิ้งทักษิณไปก่อนเกิดรัฐประหารกล่าวใน สุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยสยามว่า การโจมตีสถาบันกษัตริย์ได้มีเพิ่มมากขึ้นและเห็นชัดขึ้น แถมเขายังบอกว่า นี่เป็นหนึ่งในสองรากปัญหาวิกฤติสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สุรเกียรติ์ไม่ได้พยายามแม้กระทั่งจะอธิบายว่า ทำไมคนจำนวนไม่น้อยถึงรู้สึกเช่นนั้นต่อสถาบัน

การเขียนข้อความเช่นนั้นจำนวนมากบนกำแพงซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะที่การลบข้อความเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว เป็นอาการป่วยของสังคม เซ็นเซอร์นิยมแถมคนที่ไม่เอาเสื้อแดงก็มักไม่ยอมที่จะตั้งคำถามว่าทำไมคนเสื้อแดงจำนวนไม่ น้อยถึงเชื่ออย่างที่เขาเชื่อ

การปฏิเสธไม่ยอมรับฟังความเห็นและความเชื่อของราษฏรจำนวนหนึ่ง จะไม่ช่วยให้ประเทศนี้ผ่าปัญหาทางตันทางการเมือง

รัฐประหาร 19 กันยา เมื่อสี่ปีที่แล้วได้สร้างปัญหาใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงและซับซ้อน เสมือนการเปิดกล่องแพนโดร่าของชาวกรีก และ ณ วันนี้หลัง 91 ศพต้องสังเวยเหตุการณ์ต้นปี ผู้คนควรเริ่มยอมรับความจริงเสียทีว่า คนจำนวนหนึ่งคิดอย่างไร และหันมาถามอย่างจริงจังว่า ทำไมพวกเขาถึงคิดและรู้สึกเช่นนั้น

https://www.suresome.com/proxy/nph-secure/00A/http/www.prachatai3.info/journal/2010/09/31291

นปช.ภูพาน รำลึก อัครเดช ขันแก้ว อาสาพยาบาลเหยื่อกระสุนวัดปทุมฯ

Wed, 2010-09-29 10:51

คนเสื้อแดงกาฬสินธุ์-มุกดาหาร-สกลนคร-นครพนมหลายพันแห่ร่วมเวทีรำลึก วีรชนที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ประกาศเจตนารมณ์ สืบสานปณิธานวีรชน ทวงอำนาจของปวงชนคืนกลับมา



25 กันยายน 2553 กลุ่ม นปช.ภูพาน จัดงานบุญร้อยวันอุทิศส่วนกุศลแด่อัครเดช ขันแก้วและผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมในเดือนเมษา-พฤษภา 2553 ที่บ้านหนองผือ ต.หนองผือ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ อันเป็นบ้านของอัครเดช ขันแก้ว(อ๊อฟ )หรือชื่อตัวเล็กอาสาฯพยาบาล หนึ่งในหกรายที่เสียชีวิตอยู่ในเขตอภัยทานวัดปทุมวนาราม ในคืนวันที่ 19 พฤษภาคม )หลังการประกาศสลายการชุมนุมของแกนนำ

ในช่วงกลางวัน มีคนเสื้อแดงในเขตต่างๆ ทั้งใกล้และไกลทยอยกันเดินทางมา เพื่อนำซองบุญมามอบให้คณะกรรมการจัดงาน ซึ่งมีการกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ว่าจะ นำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม และเป็นกองทุนการดำเนินกิจกรรมของ นปช.ภูพาน บรรยากาศในช่วงกลางวันคึกคักพอสมควร ประชาชนที่เดินทางมาพบปะกัน ก็นั่งล้อมวงคุยกัน ระบายความรู้สึก และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่รับรู้มา โดยในงานได้มีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายในช่วงการเหตุการณ์สลายการชุมนุม และนิทรรศการสายธารประชาธิปไตย ซึ่งร้อยเรียงเรื่องราวของพัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาอีสาน (สนนอ.) ตลอดจนมีการเปิดให้พี่น้องประชาชนเขียนไว้อาลัยแด่วีรชนที่เสียสละชีวิตใน ช่วงเหตุการณ์ ทั้งนี้มีประชาชนที่มาร่วมงานให้ความสนใจพอสมควร



ตกเย็น เป็นช่วงเวลาของเวทีปราศรัย ประชาชนยิ่งทยอยมาเพิ่มมากขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของมวลชนคน เสื้อแดงหลายพันคน มีการแสดงดนตรีของนักศึกษาจากอุบลราชธานี สลับกับการปราศรัยของแกนนำจากอำเภอต่างๆ ของ จ.กาฬสินธุ์-สกลนคร-มุกดาหาร โดยเฉพาะเมื่อแกนนำจากกรุงเทพฯ ได้แก่ จตุพร พรหมพันธ์ วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และสมหวัง อัสราษี เดินทางมาถึงและขึ้นเวทีปราศรัย มีเสียงโห่ร้องขานรับเป็นระยะๆ โดยเฉพาะ เมื่อแกนนำประกาศสู้ต่อไปจนกว่าบ้านเมืองจะมีความยุติธรรม ดังเป็นการประกาศ เจตนารมณ์ร่วมกัน ตามเจตนารมณ์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่าสืบสานปณิธานวีรชน ทวงอำนาจของปวงชนคืนกลับมา

หลังการกล่าวปราศรัยของแกนนำ พิธีกรบนเวทีประกาศเชิญชวนให้ทุกคนจุดเทียนและยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการไว้ อาลัยให้แก่วีรชนที่เสียสละชีวิตในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีการจัดงานของคนเสื้อแดงในอีสานเหนือและกลางถึง 3 งาน นอกจากงานรำลึกวีรชนที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ แล้ว ก็มีเวทีสัมมนาที่ จ.ร้อยเอ็ด และงานคอนเสิร์ตที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งมีคนเข้าร่วมนับหมื่น นับเป็นปรากฎการณ์ที่แสดงถึงการเริ่มฟื้นตัวขึ้น ใหม่ของคนเสื้อแดงในอีสาน หลังการถูกปราบปรามสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์โดยใช้เวลาเพียง 4 เดือน

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน