การ บริการแบบโอบามาเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซึ่งเขาล้มเหลว ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และนั่นเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมเดโมแครต(พรรคของโอบาม่า) จึงไม่เหมือน ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการให้การประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ที่มา บล็อกDemocracy in
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 พฤศจิกายน 2553
หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อ วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ใช้นามปากกา M.S. เขียนบทความเรื่อง"มันคุ้มไหม?"ลงในบล็อกประชาธิปไตยในอเมริกา ของเวบไซต์ดิอิโคโนมิสต์ วิจารณ์แผนโครงการสุขภาพของประธานาธิบดีโอบาม่า โดยเปรียบเทียบกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของพ.ต.ท.
หนึ่ง สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านไปในสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนและพูดคุยกัน ในเรื่องที่คนทั่วไปกำลังพูดถึง เกี่ยวกับการประกันสังคมด้านสุขภาพ เรานั่งนึกถึงสถานการณ์ทางการเมืองพื้นฐาน ที่ก่อนหน้านี้ ผู้นำคนใหม่ที่ได้รับความนิยมจากการหาเสียงเลือกตั้งโดยใช้ระบบระดับชาติใน การประกันสุขภาพจากเงินทุนของรัฐบาล
ชนชั้นนำระดับประเทศทางการคลัง และวิชาชีพต่างก็ต่อต้านต่อระบบใหม่นี้ ต่อการเห็นเงินภาษีของตนในการรองรับการประกันสุขภาพของผู้อื่น ต่อว่าว่ากฎหมายใหม่นั้นทุจริตเพื่อนำไปใช้ในการได้มาซึ่งฐานเสียงในการ เลือกตั้งและอำนาจของรัฐบาล
แพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ก็ต่อต้าน เช่นกัน กล่าวว่าการบริหารงานของรัฐบาลด้านสุขภาพบีบให้พวกเขาทำงานในอัตราที่ไม่ เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและจะทำลายคุณภาพของการให้บริการในระดับสูงสำหรับคนที่ จะสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ ผู้นำฝ่ายค้านรวมกับกระแสความเกลียดชังต่อผู้นำจากฐานเสียงดั้งเดิมก็ต่อ ต้านด้วย โดยเฉพาะทางตอนใต้
ข้อเท็จจริงที่เขาเป็นลูก ครึ่งจากบรรพบุรุษที่เป็นชนกลุ่มน้อยไม่ได้ช่วยเลย ความโกรธแค้นทางการเมืองออกมาในรูปของการชุมนุมประท้วงในเมืองหลวงของประเทศ กล่าวหาว่าผู้นำเป็นเผด็จการที่ทุจริต แม้ว่าเขาจะได้รับการเลือกตั้งจากเสียงของคนส่วนใหญ่ โทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นของพลพรรคของคนรวยที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ ผู้นำและช่วยในการสนับสนุนเงินให้กับการประท้วง
ใน ที่สุดฝ่ายค้านที่คุมแค้นจากชนชั้นนำที่มั่งคั่ง ที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ และฐานเสียงเลือกตั้งฝ่ายตรงข้ามทำให้ผู้นำต้องถูกขับออกโดยการรัฐประหาร โดยการสนับสนุนอย่างลับ ๆ จาก(เซ็นเซอร์)
ใช่ นั่นเป็นกลเม็ด: ตอนนั้นผมอยู่ที่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นี่คือเรื่องราว ทักษิณ ชินวัตร ถูก ขับออกไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคไทยรักไทยกลายเป็นพรรคนอกกฎหมาย ยุคของทหารซึ่งตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำทุกอย่าง เพื่อถอนรากถอนโคนสิ่งที่เป็นมรดกทางการเมืองของคุณทักษิณ
แต่ 30 บาทรักษาทุกโรคของทักษิณ (1 ดอลลาร์รักษาทุกโรค) สำหรับระบบประกันสุขภาพ ซึ่งทำให้คนจนเกือบทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล ยังคงอยู่และไม่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกไป
ระบบที่ไม่สมบูรณ์อย่างนี้ ได้ดึงจำนวนของคนไทยที่ไม่มีประกันสุขภาพให้ลดลงจาก 16.5 ล้าน ในปี 2544 เป็น 2.9 ล้าน ในปี 2548 เพียง 4% ของจำนวนประชากร คนชนชั้นนำใช้วาทกรรมว่า “ไร้ประโยชน์” ในการต่อต้านแผน โดยอ้างว่าแพทย์สามารถคิดค่าบริการต่ำกว่าให้กับผู้มาใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งไม่ปรากฎ มีการยกเว้นน้อยมาก
แม้กระทั่งสลัม ที่ยากจนที่สุดของประเทศไทย คนสามารถไปหาหมอได้แล้ว คนจนในประเทศไทยได้ต้องได้แต่เฝ้ามองระบบการแพทย์ระดับโลกให้บริการแต่นัก ท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (เหมือนผม) ด้วยการบริการอย่างมืออาชีพ ในขณะที่พวกเขาเองไม่สามารถไปหาหมอในขณะที่ลูกป่วย พวกเขาสามารถเข้าถึงระบบการแพทย์และไม่มีอำนาจทางการเมืองที่จะกล้าพรากสิ่ง นี้จากพวกเขา
สิ่งนี้เป็นความเห็นสอดคล้องโดยพื้นฐานต่อบทความใน สหรัฐของ วิลเลียม เซลแทน ที่โต้เถียงว่าพรรคเดโมแครตควรที่จะทำทางให้ระบบบริการสุขภาพให้ทั่วถึงครอบ คลุมเป็นชัยชนะ แม้ว่าจะทำให้มีผลต่อการเลือกตั้ง เหมือนกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค การบริการแบบโอบามา ก็ไม่มีแนวโน้มจะยกเลิกไป มีแต่จะมีการปฏิรูปและปรับปรุง
แต่ว่าตัวอย่างของไทยเป็นประโยชน์มาก ในการชี้ให้เห็นความแตกต่าง สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่า คือความง่ายของแผนของไทย 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นเรื่องที่แม้คนจนไม่มีการศึกษามากที่สุดทางเหนือของ ประเทศยังเข้าใจ
ความง่ายช่วยให้ได้รับการสนับสนุนจากชาวนาที่ยากจน สนับสนุนอย่างแรงกล้าว่าคุณทักษิณจะยังชนะการเลือกตั้งประเทศไทยในวันนี้ถ้า เขาไม่ต้องลี้ภัยและโดนหมายจับ
ในทางตรงกันข้าม การบริการแบบโอบามาเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซึ่งเขาล้มเหลวที่จะชนะกลุ่มสนับ สนุนของคนที่จะประกันสุขภาพ เขาไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และนั่นเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมเดโมแครต(พรรคของโอบาม่า) ที่ไม่เหมือน ทักษิณ ชินวัตร ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการให้การประกันสุขภาพถ้วนหน้า
Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 11/11/2010 08:10:00 ก่อนเที่ยง Share on Facebook
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น